ครบรอบ 109 ปี แห่งการสหกรณ์ไทย อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์โชว์วิสัยทัศน์ การดำเนินในปี 2568 พร้อมเดินหน้าพัฒนาทั้งในภาคและนอกภาคการเกษตร เน้นส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น หวังผลักดันสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง
นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีวางพานพุ่มดอกไม้สดและจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ถวายสักการะพระราชวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย โดยมี นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ คณะผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ บริเวณลานพระอนุสาวรีย์พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพหานคร
อนงค์นาถ จ่าแก้ว
นางสาวอนงค์นาถ กล่าวว่า เนื่องในวาระโอกาสครบรอบ 109 ปี การสหกรณ์ไทย กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ พร้อมด้วยกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ขอกล่าวสดุดีและน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” และขอตั้งปณิธานว่าจะมุ่งมั่นพัฒนาระบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งเป็นองค์กรสมรรถนะสูงด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ส่งเสริมให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการพัฒนาและขับเคลื่อนภารกิจของสหกรณ์อย่างมีคุณภาพ เที่ยงตรง โปร่งใส และมีธรรมาภิบาล รวมทั้งส่งเสริมและพัฒนาบุคลากรในระบบสหกรณ์ให้มีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์พัฒนาสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติโดยรวมสืบไป” เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าว
ด้านนายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สหกรณ์ในประเทศไทยเติบโตขึ้นโดยลำดับ ปัจจุบันมีสหกรณ์ทั่วประเทศกว่า 6,100 แห่ง ปริมาณธุรกิจสหกรณ์เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2567 ยอดรวมอยู่ที่ 2.7 ล้านบาท ทั้งนี้ ในปี 2568 กรมส่งเสริมสหกรณ์พร้อมเดินหน้าพัฒนาสหกรณ์ทั้งในภาคและนอกภาคการเกษตร และขับเคลื่อนงานตามนโยบายรัฐบาลในด้านการส่งเสริมและพัฒนาสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น (GI) ผลักดันสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูง รวมถึงสนับสนุนองค์ความรู้ในเรื่องกระบวนการผลิตสินค้าเกษตรทั้งระบบ อีกทั้งเชื่อมโยงกับสหกรณ์นอกภาคการเกษตร เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของสินค้าเกษตรในร้านสหกรณ์ ตลอดจนการช่วยเหลือซึ่งกันและกันเพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่สมาชิก ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่ความเข้มแข็งและยั่งยืนของระบบสหกรณ์ สมาชิกมีความกินดีอยู่ดี มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย
ในโอกาสนี้ นางสาวอนงค์นาถ จ่าแก้ว ได้อ่านสารนายกรัฐมนตรี (นางสาวแพทองธาร ชินวัตร) เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2568 ว่า ระบบสหกรณ์ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากของประเทศ ที่เกิดจากการรวมกลุ่มของบุคคล เพื่อช่วยเหลือกันและส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งรัฐบาลมีความมุ่งมั่นส่งเสริมและพัฒนาสหกรณ์ทั้งในภาคการเกษตรและนอกภาคการเกษตร โดยการเดินหน้าส่งเสริมองค์ความรู้ และเชื่อมโยงเครือข่ายสหกรณ์ควบคู่การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ตามแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ในนามรัฐบาลขอชื่นชมและขอขอบคุณผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และสมาชิกในขบวนการสหกรณ์ทุกท่านที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติงานมาโดยตลอด และขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ในทุกการดำเนินภารกิจต่าง ๆ เพื่อยกระดับระบบสหกรณ์ไทยให้พี่น้องประชาชนมีความมั่นคงและเข้มแข็งต่อไป