ปลูกกล้วย-ข้าวโพดในสวนทุเรียนระยะแรก บังแดด-บังลม-ได้ผลผลิตด้วย

โดย…บังดล คนเดิม

                บางครั้งการประกอบอาชีพของเกษตรกรไทยเราที่ผ่านมา มักจะทำตามๆกันตามบรรพบุรุษ โดยไม่ค่อยจะมีการคิดค้นสิ่งใหม่ๆ ในขณะที่โลกใบนี้เปลี่ยนไปแล้ว อย่างการปลูกทุเรียนในระยะแรกเกษตรกรมักจะนิยมนำตาข่ายกรองแสง หรือซาแลนมาปักเสากางเพื่อบังลม บังแดด เพราะลมนั้นถือเป็นศัตรูสำคัญของต้นทุเรียนที่ปลูกใหม่ๆ โดยเฉพาะช่วงปริยอด จะถูกลมพัดจนใบปลิว แต่ที่แปลงสาธิตของบริษัท โกลด์เด้นคิง แพลนท์ จำกัด ที่ อ.มะขาม จ.จันทบุรี และ อ.เขาสมิง จ.ตราด จะใช้วิธีปลูกกล้วยตลอดแนวขอบร่องลูกฟูกทั้งสองฝากฝั่ง และปลูกข้าวโพดหวานรอบต้นทุเรียนสายพันธุ์ “มูซังคิง” หรือ “เหมา ซาน หวาง” ราชาทุเรียนมาเลเซีย ในช่วงที่ปลูกใหม่ๆ เหตุผลเพื่อต้องการบังลม และบังแดดนั่นเอง แถมยังได้ผลผลิตไปขายอีกด้วย

        อนวัช  สะเอาทอง กรรมการบริหารและนักวิชาการ บริษัท โกลด์เด้นคิง แพลนท์ จำกัด บอกว่า ได้นำหลักการทำเกษตรแบบผสมผสานมาใช้ในสวนทุเรียน ที่เป็นแปลงสาธิตการปลูกทุเรียนสายพันธุ์ของมาเลเซีย “มูซังคิง” โดยการนำกล้วยไข่พันธุ์ดี “เกษตรศาสตร์ 2” ที่ปลูกสำหรับการส่งออก ปลูกตลอดแนวชายขอบทั้งสองฝากฝั่งของร่อง เพื่อเป็นการบังลมแรงในรอบนอก จะสามารถบังแดดในยามเช้าและหลังบ่ายเป็นยังดี ส่วนล้อมรอบของต้นทุเรียนจะปลูกข้าวโพดหวาน ก็สามารถบังลมและแดดในรอบในได้ ต้นข้าวโพดโตเร็วบังแดดบางส่วนได้เป็นอย่างดี เพราะทุเรียนในวัยระยะแรกไม่ต้องการแดดมาก

         “แปลงแรกที่ทดลองครั้งแรกมี 12 ไร่ ปรากกว่า นอกจากข้าวโพดหวานที่ปลูกรอบต้นทุเรียนให้ผลผลิตงาม ที่สามารถจะบังลม บังแดดแล้ว ผลผลิตที่เหลื่อจากที่พนักงานนำไปต้มกิน ยังขายได้เงินชุดแรกหลายหมื่นบาท ต้นข้าวโพดสับกองไว้ใต้ต้นทุเรียนกลายเป็นปุ๋ยหมักอย่างดี กล้วยก็เก็บขายได้อีก ได้ทั้งบังลม บังแดด มีรายได้เสริมแล้ว ยังได้ปุ๋ยจุลินทรีย์อีกด้วย” อนวัช กล่าว

         นับเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมในการเพาะปลูกทุเรียน แม้ว่าจะเป็นแปลงสาธิตของทุเรียนสายพันธุ์ “มูซังคิง” แต่ก็สามารถจะใช้กับทุเรียนสายพันธุ์อื่นได้ สนใจปลูกทุเรียนมาเลเซีย “มูซังคิง” สอบถามได้ที่โทร.081-554-6816

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ