“ประพัฒน์”ชี้นำร่องปลูกกัญชาอินทรีย์ 4 ภาค 20 ไร่ ให้ฟรี!กรมการแพทย์แผนไทย

  •  
  •  
  •  
  •  

“ประพัฒน์”ชี้ชัดที่เลือกนำร่องปลูก “กัญชาชาอินทรีย์” 4 ภูมิภาค 4 จังหวัด “ลำปาง บุรีรัมย์ กาญจนบุรี สุราษฎร์ฯ”20 ไร่ทั้งในโรงเรือนและกลางแจ้ง เพราะเกษตรกรพร้อมจะลงทุนเองรายละล้านมอบผลผลิตให้กรมการแพทย์ไทย ย้ำปัจจุบันยังไม่อนุญาตให้ปลูกกัญชาเชิงพาณิชย์ได้ ใครปลูกอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายได้ ยังอยู่ในขั้นตอนปลูกเพื่อวิจัยไปก่อน

            นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในการประชุมหารือร่วมกับกรมการแพทย์แผนไทย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ รวมทั้งตัวแทนจากโรงพยาบาลทั้ง 4 ภูมิภาค จนนำไปสู่การลงนามบันทึกข้อตกลงกับทางกรมการแพทย์แผนไทย โดยสภาเกษตรกรแห่งชาติจะปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์เท่านั้นส่งให้กับกรมการแพทย์แผนไทย เพราะการทำอาหารต้องปลอดภัยมาก ฉะนั้นยิ่งทำเป็นยา ยิ่งต้องปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

         ดังนั้นจึงได้เสนอการปลูกกัญชาแบบเกษตรอินทรีย์แบบลงทุนให้ฟรี เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางการแพทย์อย่างแท้จริง นำร่อง 4 จังหวัด คือ ลำปาง บุรีรัมย์ กาญจนบุรี และสุราษฎร์ธานี ด้วยพื้นที่ 2 X 2 เมตร 400 ต้น/ไร่ จังหวัดละ 5 ไร่ ปลูกทั้งแบบในโรงเรือนและนอกโรงเรือนซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบ วิเคราะห์ทุกขั้นตอน

           ส่วนวาเหตุที่เลือก 4 จังหวัดนำร่องดังที่กล่าวไป เพราะมีตัวแทนเกษตรกรที่อาสาสมัครเข้ามาและมีความพร้อม พร้อมทั้งในแง่ของหัวใจ ทุนทรัพย์  ด้วยการปลูกนำร่องนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายอื่นใดให้เลย ทุกคนต้องลงทุนควักกระเป๋าเอง อย่างน้อยที่สุดคนละ 1 ล้านบาท ลงทุนฟรีให้กับราชการจะได้เงินหรือไม่ได้เงินคืนมาไม่ทราบได้ ที่อาสาปลูกเพราะต้องการความรู้และความสำเร็จเพื่อประกาศให้คนไทยทั้งประเทศรู้ว่าเกษตรกรก็สามารถปลูกได้  ได้ผลผลิตดีและมีคุณภาพไม่ต้องพึ่งต่างชาติมากเกินไปเหมือนเช่นปัจจุบันนี้  

           อย่างไรก็ตาม จากการที่สภาเกษตรกรแห่งชาติได้จัดเวทีโครงการ “ประชุมสัมมนาขับเคลื่อนการพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์” 6 จังหวัด ได้แก่ ลำปาง สกลนคร นครศรีธรรมราช อุทัยธานี ตรัง กระบี่ มีผู้สนใจเข้าร่วมงาน 3,238 คน  และจากการสำรวจออนไลน์เรื่องความสนใจการใช้กัญชาตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2562 ถึงวันที่ 24 พฤษภาคม 2562  มีผู้สนใจทำแบบสอบถามจำนวนทั้งสิ้น 6,195 คน  ประกอบอาชีพ เกษตรกร ร้อยละ 72.95%  อาชีพอิสระ ร้อยละ 8.58%  ธุรกิจส่วนตัว ร้อยละ 6.45%  รับราชการ 4.57%  พนักงานเอกชน ร้อยละ 2.89%  เป็นต้น โดยสนใจใช้เพื่อรักษาโรค เหตุผล รักษาตนเอง 3,449 คน  คิดเป็นร้อยละ 55.7%  ,  รักษาคนในครอบครัว/คนรู้จัก 2,488 คน คิดเป็นร้อยละ 40.2%  ,  เพื่อความรู้ 2,988 คน คิดเป็นร้อยละ 48.2%  และสนใจปลูกกัญชา 3,624 คน คิดเป็นร้อยละ 58.5% 

         “ ขณะนี้การปลูกกัญชาในเชิงพาณิชย์ยังไม่อนุญาต หากเกษตรกรปลูกไปก่อนก็ขายไม่ได้และอาจจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย สภาเกษตรกรฯจึงขอเริ่มต้นจากพื้นที่ที่มีความพร้อมก่อน ปลูกในเชิงการวิจัยและต้องสละทั้งเงิน เวลา บุคลากรที่จะต้องทุ่มเทให้สำเร็จให้ได้  เพราะฉะนั้นขอให้อดใจรอจนกว่าสังคมจะเปิดกว้างกว่านี้ กฎหมายผ่อนปรนมากกว่านี้  ขอให้สภาเกษตรกรฯกรุยทางให้เดินก่อนแล้วเกษตรกรค่อยเดินตามหลังมา อดใจรอ 4 จังหวัดนำร่องปลูกไปก่อน และหากเป็นไปได้ก็อยากผลักดันกฎหมายให้ขยายผลการปลูกออกไปได้ทุกพื้นที่จังหวัดในอนาคต ” นายประพัฒน์ กล่าว