การเพาะเมล็ดมะละกอให้มีคุณภาพต้องมาจากกระเทย

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…หนึ่งฤทัย แพร่สีทอง Rakkaset Nungruethail

        การเพาะเมล็ดมะละกอ บางครั้งดูแล้วมันไม่ยุ่ยากหรอก แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิด ทุกขั้นตอนของการปลูกพืชมันมีรายละเอียดเล็กๆน้อยๆถ้าจะให้ถูกหลักวิชาการจริงเมล็ดมะละกอที่มีคุณภาพดีควรจะมาจากแปลงผลิตเมล็ดพันธุ์โดยเฉพาะ ซึ่งจะต้องมีการผสมดอกและครอบดอกเพื่อป้องกันการผสมจากต้นหรือพันธุ์อื่นๆ แต่ในทางปฏิบัติการใช้เมล็ดจากแปลงที่ปลูกเพื่อเก็บผลขายก็ใช้ได้ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่ต้องเลือกเมล็ดจากผลกระเทยที่มีรูปทรงสวย ผลมีขนาดไม่เล็กจนเกินไปเพราะผลขนาดเล็กเมล็ดก็จะเล็กตามไปด้วย

        เมื่อนำมาเพาะก็อาจทำให้ได้ต้นกล้าที่ไม่แข็งแรง สมบูรณ์เทียบเท่าเมล็ดที่มีขนาดใหญ่ ที่สำคัญที่สุดก็คือ ไม่ควรเป็นเมล็ดจากต้นตวเมียที่มีผลกลมเพราะเมล็ดจากต้นตัวเมียเมื่อนำมาเพาะจะให้ต้นตัวเมียกับต้นตัวผู้ซึ่งเป็นลักษณะที่เราไม่ต้องการ ดังนั้นการเลือกซื้อเมล็ดจึงควรเลือกจากแหล่งที่เชื่อถือได้ค่ะ เพราะถ้าคุณได้เมล็ดจากต้นตัวเมียมาเสียเงิน เสียเวลาเลยค่ะ แต่ถ้าเป็นเมล็ดจากผลของต้นสมบูรณ์เพศหรือต้นกระเทยจะให้สัดส่วนของต้นกระเทย 70% และต้นตัวเมีย 30% โดยประมาณค่ะ

        มะละกอเป็นพืชที่แปลก เมล็ดมะละกอที่เก็บใหม่ๆอัตราการงอกจะไม่ค่อยดี เพราะบริเวณเยื่อหุ้มเมล็ดชั้นนอกจะมีสารยับยั้งการงอกอยู่ การเก็บเมล็ดเพื่อนำไปเพาะเมื่อผ่าผลแล้วควรนำเมล็ดมาแช่น้ำไว้สัก 1-2 คืน ให้เยื่อหุ้มเมล็ดเปื่อยยุ่ย แล้วเอามือขยี้เยื่อหุ้มเมล็ดชั้นนอกออกให้หมด ล้างให้สะอาด หลังจากนั้นนำเมล็ดไปผึ่งให้แห้งในที่ร่ม เมื่อแห้งดีแล้ว เราสามารถเก็บเมล็ดใส่ถุงไว้ได้ เมล็ดที่เก็บจากผลใหม่ๆ ทิ้งไว้สักเดือนอัตราการงอกจะดีกว่านำไปเพาะเลย เพราะเมล็ดใหม่สารยับยั้งการงอกจะยังหลงเหลืออยู่บ้างแม้จะล้างเยื่อหุ้มออกแล้วก็ตาม แต่เมล็ดมะละกอก็แปลกอีกเช่นกันตรงที่สูญเสียความงอกเร็ว เมล็ดเมื่อเก็บไว้นานจึงเพาะไม่ค่อยงอก

         การเก็บเมล็ดควรเก็บไว้ในตู้เย็น ช่องผักเพื่อรักษาความงอกไว้ เช่นเดียวกับการเก็บเมล็ดพันธุ์ทั่วไป ถ้าต้องการเก็บให้ได้นานกว่าปกติก็เก็บในถุงที่สามารถกันความชื้นได้ เช่นอลูมิเนียมฟอยล์ ที่อุณหภูมิ 5 องศาเซลเซียส จะเก็บได้นานขึ้น เมล็ดมะละกอหลังเก็บ 7 เดือนขึ้นไปอัตราความงอกจะลดลงเรื่อยๆ เมล็ดที่เก็บประมาณ 1 ปี ความงอกจะเหลือไม่ถึง 50 % ซึ่งนั่นอาจเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่เพาะเมล็ดมะละกอแล้วไม่ค่อยงอกค่ะการซื้อเมล็ดมะละกอจึงต้องให้ความสำคัญมากทั้งอายุการเก็บรักษาของเมล็ดและการปนเมล็ดจากผลที่เก็บจากต้นตัวเมีย

        การเพาะเมล็ดมะละกอจะนิยมเพาะลงถุงซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการนำไปปลูกในแปลง ใช้ถุงขนาด 5×8 นิ้ว ที่เจาะรูระบายน้ำเรียบร้อยแล้วประมาณ 4 รู ตั้งเรียงไว้กลางแจ้ง ดินเพาะก็ใช้หลักการทั่วไป คือ ดินร่วนโปร่ง ระบายน้ำดี จะใช้อะไรเป็นส่วนผสมบ้างก็ขึ้นกับว่าวัตถุดิบอะไรบ้างตามสะดวกค่ะ บางคนจะเพาะในถาดหลุม ขนาด 104 หลุม ใช้ได้เหมือนกัน แต่จะเพาะต้นละหลุม แต่ถ้าเพาะในถุงจะเพาะต้นละ 3 เมล็ดเผื่อคัดเลือกต้นเมื่อออกดอก

       การกระตุ้นให้เมล็ดมะละกองอกเร็วขึ้นก็ทำได้หลายวิธีทั้งการแช่น้ำเพื่อให้เมล็ดนิ่มขึ้น เนื่องจากการงอกของเมล็ดจะต้องมีน้ำเข้าไปช่วยในการสร้างราก อาจแช่สักหนึ่งคืน จากนั้นจะนำมาเพาะเลยหรือจะนำมาบ่มเมล็ดด้วยวิธีการนำเมล็ดมาห่อด้วยผ้าที่ชุบน้ำให้มีความชื้นแล้วนำไปเก็บไว้ในกระติกหรือภาชนะที่ปิดฝาประมาณ 1-2 คืน เพื่อให้รากงอกออกมาก่อนแล้วจึงนำไปเพาะก็ได้ วิธีการนี้ก็ใช้กับการเพาะเมล็ดทั่วไป ไม่มีอะไรเป็นพิเศษค่ะ

      เมื่อนำเมล็ดมาเพาะในถุง ไม่ควรฝังเมล็ดลึกเกินไปเพราะอาจเน่าได้ ความลึกในการฝังเมล็ดควรจะลุก 0.5 ซม. หรือง่ายๆ ก็ครึ่งข้อนิ้ว หลังเพาะเมล็ดในถุงแล้ว เรายังสามารถเร่งการงอกให้เร็วขึ้นได้อีกด้วยการเพิ่มความชื้นให้กับถุงเพาะ โดยจะทำเป็นกระโจมพลาสติกก็ได้ หรือแบบง่ายๆเลยก็เอาถุงพลาสติกสีดำหรือถุงขยะ มาตัดแผ่ออกแล้วคลุมไปบนถุงเพาะเลยก็ได้

       การเพาะจะเพาะกลางแจ้งหรือจะทำโครงหลังคาแบบง่ายให้กับต้นกล้าในช่วงแรกก็ได้ แต่ไม่ควรเพาะในที่ร่มตั้งแต่แรก เพราะมะละกอใช้เวลาประมาณ 30 วันกว่าจะย้ายปลูกลงแปลง หากเพาะที่ร่มต้องมาย้ายถุงเพาะให้ออกมากลางแจ้งอีกหลังจากที่ต้นกล้าอายุ 15 วัน ซึ่งต้นมะละกอจะต้องการแสงแดดจัด ต้นจะเติบโตดีและแข็งแรงก่อนที่จะนำไปปลูกลงแปลง เมล็ดมะละกอจะใช้เวลางอกค่อนข้างนาน โดยจะเริ่มงอกภายใน 10-14 วัน หลังเพาะเมล็ด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับคุณใช้เทคนิคในการช่วยให้งอกเร็วขึ้นหรือไม่ด้วยค่ะ

        เมื่อต้นกล้าอายุ 30 วัน ก็สามารถย้ายกล้าลงแปลงปลูกได้ ในช่วงที่ต้นกล้าอยู่ในถุงสามารถเร่งให้ต้นกล้าเจริญเติบโตได้เร็วขึ้นโดยให้ปุ๋ยเกร็ดทางใบสูตรเสมอ เช่น 20-20-20 โดยใช้ปุ๋ยอัตรา 2 ช้อนแกงต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นทุกๆ 7 วันก็ได้ หรือจะใช้อาหารเสริมทางใบอย่างสาหร่ายทะเลพ่นทุก 7 วันก็ได้ค่ะ จะทำให้ต้นเติบโตและแข็งแรงเร็วขึ้น

[adrotate banner=”3″]

         มีข้อควรระวังในการเพาะกล้ามะละกอก็คือ อาจจะเจอปัญหาโรครากโคนเน่าของต้นกล้าบ้าง ซึ่งก็มาจากหลายสาเหตุ ทั้งความชื้นของวัสดุปลูกที่มากเกินไป หรือวัสดุปลูกมีเชื้ออยู่แล้ว เราอาจป้องกันด้วยการพ่นหรือราดดินด้วยสารฆ่าเชื้อพวกเมทาแลกซิล เทอร์ราคลอร์ไว้ก็ได้ค่ะ และหมั่นดูไม่ให้วัสดุชื้นเกินไป การทำหลังคาด้วยวิธีการง่ายๆ โดยการคลุมพลาสติกเพื่อป้องกันฝนจึงเป็นวิธีที่ดีในการป้องกันปัญหานี้หากคุณเพาะกล้าในช่วงฝน

         หลักการเพาะเมล็ดใช้ได้กับพืชทั่วไปค่ะ ถ้าพืชที่มีเมล็ดแข็งเราสามารถขลิปเมล็ดเพื่อให้ช่องที่จะทำให้น้ำเข้าไปได้ ต้นอ่อนจะงอกได้ต้องมีน้ำค่ะ ง่ายๆเลยค่ะ!