เกษตรกรการันตี พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน จ.ตรัง ผลผลิตปลอดภัยไร้สารเคมี

  •  
  •  
  •  
  •  


เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน จ.ตรัง การันตีผลผลิตปลอดภัยไร้สารเคมีทั้ง สี กลิ่น หรือรสชาติ เพราะการดูแลที่ดีจึงส่งผลให้ไร้สารพิษ จึงหวังว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาด และจะสามารถผลิตได้จำนวนมากเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาด…

หลายคนอาจคิดว่า พริกไทยชนิดไหนก็คงเหมือนๆ กัน ไม่ว่าจะรูปลักษณ์ สี กลิ่น หรือรสชาติ ซึ่งนั้นอาจจะเป็นเรื่องจริง 80% แต่อีก 20% ที่ทำให้พริกไทยแต่ละพันธุ์มีความแตกต่างกัน นั่นคือการปลูก การดูแลพริกไทยให้มีความสมบูรณ์ได้มากที่สุด ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด เพราะมีเกษตรกรที่ปลูกพริกไทยหลายรายที่ใช้สารเคมีในการดูแลผลผลิต โดยหวังว่าพริกไทยจะสามารถผลิตจำนวนมากตามที่ตลาดต้องการ จนลืมไปว่าสารเคมีที่ใช้ จะสะสมอยู่ในพริกไทย และส่งผลให้ผู้บริโภค รวมถึงตัวเกษตรกรเองก็ได้รับสารพิษโดยตรงแต่ไม่รู้ตัว

นายจรัส บวชชุม เกษตรกรผู้ปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน กล่าวว่า พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน เป็นพริกไทยป่า ที่เกิดขึ้นและโตตามธรรมชาติบริเวณเทือกเขาบรรทัดซึ่งปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง โดยมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรแผนโบราณ ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่เก็บพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนมาปลูกไว้บริเวณสวนหลังบ้าน กระทั่งมีเกษตรกรนำมาขยายพันธุ์ โดยครอบครัวของตนก็ได้นำพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนที่ทำการเพาะปลูกขยายพันธุ์ในพื้นทีสวนหลังบ้าน มาแปรรูปและจำหน่าย ในชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง

โดยจุดเด่นของพริกไทยพันธุ์นี้คือ เป็นพริกไทยที่ปราศจากสารเคมี เนื่องจากตนได้รับมรดกตกทอดจากครอบครัวให้ดูแลและสานต่อการปลูกพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนจึงได้ขอเข้ารับการอบรมเรื่องการทำเกษตรอินทรีย์ กับ สถานีพัฒนาที่ดินตรัง สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ทำให้ได้เป็นหมอดินประจำหมู่บ้าน และนำความรู้ที่ได้จากการทำเกษตรด้วยระบบสารอินทรีย์มาใช้ในพื้นที่สวนหลังบ้าน โดยการนำเศษอาหารและเศษผักผลไม้เหลือใช้ มาทำเป็นปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จากสถานีพัฒนาที่ดินตรังได้เข้ามาถ่ายทอดเทคโนโลยีการใช้ผลิตภัณฑ์กรมพัฒนาที่ดิน เช่น สารเร่ง พด.2 และพด.7 ให้ใช้เป็นหัวเชื้อในการทำปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ และนำไปใช้ดูแลพริกไทยและพืชชนิดอื่น

นายจรัส กล่าวถึงข้อดีของการใช้สารอินทรีย์ดูแลผลผลิตอย่างพริกไทยพันธุ์ปะเหลียนและพืชผักผลไม้ในสวนว่า ปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพเป็นสารอินทรีย์ที่เห็นผลได้จริง ทั้งต่อตัวผลผลิตเองก็มีคุณภาพ ทั้งขนาดเมล็ดพริกไทยที่ขนาดใหญ่ และมีปริมาณมาก ต้นของพริกไทยก็มีความแข็งแรง สามารถทำการตอนกิ่งเพื่อนำไปขยายพันธุ์ได้ ปุ๋ยหมักเองนอกจากจะนำใช้เพาะต้นกล้าของพริกไทยแล้ว ยังนำกลับมาใช้ประโยชน์เป็นปุ๋ย ปลูกพืชผักชนิดอื่นได้อีก ทำให้ช่วยลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มผลผลิต รวมถึงรายได้เพิ่มมากขึ้น

“ต้องขอขอบคุณสถานีพัฒนาที่ดินตรัง สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 12 ที่ได้ช่วยเหลือเกษตร ซึ่งนอกจากจะเป็นความสุขและความสำเร็จของเกษตรกรแล้วยังเป็นการสร้างชื่อให้กับผลผลิตทางการเกษตรอย่างพริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ให้เป็นที่รู้ในด้านยาสมุนไพรแผนโบราณ อีกทั้งยังนำมาบริโภคได้อย่างปลอดภัยเพราะเกษตรกรหมู่บ้านห้วยน้ำตก ต.สุโส๊ะ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ได้ทำการเพาะปลูกพริกไทยพันธุ์นี้โดยการใช้สารอินทรีย์ในการปรับปรุงบำรุงดินแล้วมากกว่า 90%” นายจรัสกล่าว

ที่มา : ไทยรัฐ : อ่านเพิ่มเติม : https://www.thairath.co.th/content/1354215