กรมวิชาการเกษตร เดินเครื่องจัดทำห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต “Doa Future Lab” 

  •  
  •  
  •  
  •  
                                                                                    รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
กรมวิชาการเกษตร เดินเครื่องจัดทำโครงการห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต “Doa Future Lab”  หวังยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ลดปัญหา และอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ พร้อมถ่ายโอนกิจการตรวจวิเคราะห์ปุ๋ย และรับรองมาตรฐานให้แก่ห้องปฏิบัติการของภาคเอกชนดำเนินการแทน

           นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กรมวิชาการเกษตร ได้จัดทำโครงการ “Thai Premium Fruit” เพื่อขยายการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ และยังอยู่ระหว่างดำเนินการจัดทำโครงการห้องปฏิบัติการแห่งอนาคต “Doa Future Lab” ซึ่งเป็นการยกระดับเทคโนโลยีและนวัตกรรมห้องปฏิบัติการของกรมวิชาการเกษตรทั่วประเทศ เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขัน ลดปัญหา และอุปสรรคทางการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งการยกระดับวิชาการเกษตรไทยต่อยอดสู่การพัฒนาศักยภาพภาคการเกษตรในทุกด้าน ทั้งดิน น้ำ ปุ๋ย พืช ฮอร์โมน วัตถุเคมีการเกษตรโดยเฉพาะปุ๋ย และการจัดการ ถือเป็นต้นทุนพื้นฐานการผลิตที่สำคัญ หากมีการใช้ปุ๋ยที่มีคุณภาพร่วมกับการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ หรือ “เทคโนโลยีการใช้ปุ๋ยแม่นยำ” จะช่วยลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตให้แก่เกษตรกรได้

ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรได้รับการรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการทดสอบตามมาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 จำนวน 12 รายการ โดยในเดือนกรกฎาคมจะมีการจัดประชุมทบทวนเอกสารระบบบริหารโดยมีกิจกรรมรักษาสภาพขอบข่ายที่ขอการรับรอง และในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน มีการตรวจติดตามคุณภาพ รวมทั้งในช่วงเดือนธันวาคมของทุกปีจะจัดประชุมทบทวนระบบบริหารห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมความพร้อมและเข้ารับการประเมินจากกรมวิทยาศาสตร์บริการโดยมีเป้าหมายยกระดับห้องปฏิบัติการให้ได้มาตรฐานครอบคลุมในทุก ๆ ด้าน

       เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรรักษามาตรฐานการผลิตพืชให้มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งการมีห้องปฏิบัติการที่มีมาตรฐานการตรวจวิเคราะห์รับรองเป็นที่ยอมรับในระดับสากล สามารถยกระดับงานบริการตรวจรับรองและตรวจสอบย้อนกลับสินค้าเกษตร สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคต่อสินค้าเกษตร และเพิ่มศักยภาพการกำกับดูแลปัจจัยการผลิตให้เป็นไปตามกฎหมายที่กรมวิชาการเกษตรรับผิดชอบได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง รวดเร็ว แม่นยำ ลดปัญหาสินค้าเกษตรที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน รวมถึงเพิ่มโอกาสในการแข่งขันสินค้าเกษตรไทยในตลาดโลก

ทั้งนี้ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ได้เห็นชอบมาตรการทบทวนบทบาทภารกิจของส่วนราชการ ตามมาตรา 33 แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ.2546 ให้ถ่ายโอนภารกิจการตรวจวิเคราะห์ปุ๋ย และรับรองมาตรฐานให้แก่ห้องปฏิบัติการของภาคเอกชนดำเนินการแทน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรได้จัดทำคู่มือประชาชนสำหรับการกำหนดห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปุ๋ย ปัจจุบันมีห้องปฏิบัติการที่ได้รับการถ่ายโอนภารกิจจากกรมวิชาการเกษตร จำนวน 12 ห้องปฏิบัติการ อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง จำนวน 10 แห่ง ภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 2 แห่ง

         นอกจากนี้ยังมีการจัดทำตัวอย่างเทียบผลส่งให้ห้องปฏิบัติการที่กรมวิชาการเกษตรกำหนดทุก 2 เดือน เพื่อเฝ้าระวังคุณภาพห้องปฏิบัติการที่ได้ให้การรับรองไปแล้วหากผู้ประกอบการมีความประสงค์เข้าร่วมภารกิจห้องปฏิบัติการวิเคราะห์ปุ๋ยกับกรมวิชาการเกษตร หรือสนใจเข้ารับบริการตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างปุ๋ย สามารถติดต่อได้ที่ กลุ่มงานวิจัยระบบตรวจสอบคุณภาพปุ๋ย กลุ่มวิจัยเกษตรเคมี กองวิจัยพัฒนาปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โทรศัพท์ 02-579-8600