“กรมวิชาการเกษตร” เปิดตัว “AI Chatbot” ตัวช่วยอัจฉริยะ หวังพลิกโฉมการเกษตรไทย ให้เข้าถึงข้อมูลความรู้งานวิจัย ทุเรียน-มันสำปะหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และแม่นยำ เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ และนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจแต่ละชนิดกว่าแสนล้านบาทต่อปี
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดงาน “ก้าวสู่อนาคตเกษตรกรรมไทย ผ่านงานวิจัยด้วย AI Chatbot” ณ ห้องพระศิวะ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ หวังพลิกโฉมการเกษตรไทย พร้อมเปิดตัวนวัตกรรม AI Chatbot “ตัวช่วยอัจฉริยะ” ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลและความรู้ที่จำเป็นเกี่ยวกับการปลูกทุเรียนและมันสำปะหลังได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ถูกต้อง และแม่นยำ ผ่านเครื่องมือสืบค้นงานวิจัยด้านการผลิตพืชของกรมวิชาการเกษตร ที่รวบรวมความรู้ งานวิจัย เกี่ยวกับทุเรียน และมันสำปะหลัง ไว้อย่างครบถ้วน ให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจได้เรียนรู้ และนำไปใช้เพื่อเพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้ จากสองชนิดพืชเศรษฐกิจอันดับต้นของประเทศ ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจปีละกว่าหนึ่งแสนล้านบาทในแต่ละชนิด
รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ในยุคที่โลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และเข้าสู่สังคมยุคดิจิทัล กรมวิชาการเกษตรพร้อมที่จะสนับสนุนบทบาทการนำดิจิทัลไปสู่งานวิจัย โดยกรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคัญในเรื่องการวิจัยสินค้าเกษตรพืชพันธุ์ต่างๆ ซึ่งการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุน ประกอบกับแผนการจัดการเทคโนโลยีของประเทศไทย ได้ระบุชัดเจนว่า ในสังคมยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เราจะต้องติดอาวุธทางปัญญาให้กับเกษตรกรไทย ด้วยพลังของงานวิจัย ที่ใช้ระบบ AI เป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญ
ทั้งนี้กรมวิชาการเกษตร ได้เตรียมจัดทำฐานข้อมูล โดยเฉพาะเรื่องของพืชเกษตรทุเรียนและมันสำปะหลัง ผ่านระบบ AI chatbot “อยากเชิญชวนพี่น้องเกษตรกร และประชาชนผู้สนใจ ได้เข้ามารับรู้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ โดยสามารถนำเทคโนโลยีด้านการเกษตรที่มีความแม่นยำ ถูกต้อง ซึ่งผ่านการค้นคว้าวิจัยโดยกรมวิชาการเกษตรมาเป็นเวลานาน ได้นำมาถ่ายทอดให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับฟังข้อมูลต่างๆ ทั้งในเชิงศึกษาหาความรู้ และเพื่อการวางแผนการผลิตสินค้าพืชที่สำคัญ
โดยเฉพาะทุเรียนและมันสำปะหลัง ถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจอันดับต้นๆ ของประเทศไทย ซึ่งทั้ง 2 ชนิดพืชนี้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในแต่ละปี มากกว่าหนึ่งแสนล้านบาทในแต่ละชนิด ดังนั้น ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องใช้เทคโนโลยีที่แม่นยำ เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารที่ใช้งานง่าย ให้พี่น้องเกษตรกร และประชาชนสามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลาผ่าน AI Chatbot ของกรมวิชาการเกษตร”
อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาประเทศไทยมีการผลิตและส่งออกทุเรียนและมันสำปะหลัง มูลค่า มากกว่าแสนล้านบาทต่อปี ต่อชนิด นับเป็นพืชที่มีบทบาทสำคัญในภาคการเกษตร ทั้งในแง่ของการสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรและเป็นสินค้าส่งออก แต่เกษตรกรยังต้องเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน เช่น โรค แมลง และจัดการปุ๋ย ทำให้ผลผลิตคุณภาพตกต่ำ
“กรมวิชาการเกษตร มีภารกิจหลักเกี่ยวกับพืช ศึกษา วิจัย และพัฒนาพืช เครื่องจักรกลการเกษตร และปัจจัยการผลิต ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต บริการวิเคราะห์ ทดสอบ ตรวจสอบ รับรองมาตรฐานสินค้าพืช ให้คำปรึกษา เกี่ยวกับ ดิน น้ำ ปุ๋ย พืช วัสดุการเกษตร ผลผลิต และผลิตภัณฑ์พืช เพื่อยกระดับมาตรฐานการผลิตพืชเพื่อพัฒนาผลผลิตพืช ให้มีคุณภาพและปลอดภัยต่อผู้บริโภค ตามมาตรฐานสากล และเพื่อให้บริการการส่งออกสินค้าเกษตรที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน ซึ่งมีองค์ความรู้ด้านการ ผลิตมันสำปะหลัง และทุเรียน ที่ถูกต้องตามหลักวิชาการ” นายรพีภัทร์ กล่าว
อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าวอีกว่า ในการพัฒนาเชิงรุก จึงต้องเผยแพร่ความรู้ รวมถึงส่งเสริมระบบเกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming) ส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืน โดยนำเทคโนโลยีมาเป็นตัวช่วยพัฒนาเครื่องมือประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ผลงานวิจัยของกรมวิชการเกษตรผ่านสื่อดิจิทัล ที่ช่วยในการเข้าถึงข้อมูลงานวิจัย เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหาทางการเกษตรที่เกี่ยวข้องกับทุเรียนและมันสำปะหลัง โดยเน้นการนำเสนอเนื้อหาที่เข้าใจง่ายและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ผ่านแพลตฟอร์ม LINE Official Account (LINE OA) เป็นช่องทางหลักในการเผยแพร่ข้อมูล รองรับการตอบคำถาม อธิบายข้อมูล และสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใช้งาน สามารถเข้าถึงบริการได้ด้วยการสแกน QR Code หรือเพิ่มเพื่อนผ่าน Line OA สามารถใช้สร้างชุมชนออนไลน์ (Community) หรือประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสาร และประกาศต่างๆ (Broadcast)
นอกจากนี้ ยังนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ AI Chatbot เข้ามาใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์ม LINE Official Account (LINE OA) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบคำถามและให้ข้อมูลเนื้อหาจากงานวิจัย พร้อมสามารถทำหน้าที่ตอบคำถามเชิงลึก อธิบายข้อมูลที่ซับซ้อน และให้คำแนะนำที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้งาน เช่น การวิเคราะห์ ภาพพืช ผลผลิต หรือปัญหาทางการเกษตร สามารถประมวลผลและแสดงผลการวิเคราะห์ที่แม่นยำและรวดเร็ว พร้อมแปลข้อมูลที่ได้ให้อยู่ในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เช่น การบ่งชี้พันธุ์ของพืช อาการผิดปกติที่เกิดขึ้น หรือคำแนะนำเบื้องต้นที่เหมาะสมสำหรับการแก้ไขปัญหา ให้ได้รับคำตอบอย่างรวดเร็ว ทันต่อเหตุการณ์ ผ่านช่องทางการนำเสนอการเล่าเรื่อง ทุเรียน โดย Mascot น้องหนาม ส่วน มันสำปะหลัง เล่าเรื่องโดย Mascot น้องมันมัน
สำหรับแพลตฟอร์ม LINE Official Account (LINE OA) และ AI Chatbot ของกรมวิชาการเกษตร เตรียมเปิดทดลองระบบการให้บริการ ตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568 เป็นต้นไป