ผอ.ใหญ่ FAO เยี่ยมชม FMC ชี้ถ้าไทยขยายการส่งออกลูกพันธุ์สัตว์น้ำไปยังเพื่อนบ้านจะทำให้มีการพัฒนาการเพาะเลี้ยงในภูมิภาคได้

  •  
  •  
  •  
  •  

กรมประมงเปิดศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย (FMC) ต้อนรับผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ “ฉู ตง หยู” ที่เข้าชมระบบตรวจติดตาม ควบคุม เฝ้าระวังการทำประมงที่มีประสิทธิภาพของไทย ทีถือเป็นสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก เผยถ้าไทยมีการขยายการส่งออกลูกพันธุ์สัตว์น้ำไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาค จะก่อให้เกิดการพัฒนาการเพาะเลี้ยงในภูมิภาคได้  ระบุ FAO มีความเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการพัฒนาความรู้ทางวิชาการและด้านอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน

นายบัญชา สุขแก้ว รองอธิบดีกรมประมง รักษาราชการแทนอธิบดีกรมประมง ให้การต้อนรับนายฉู ตง หยู (Mr. Qu Dongyu) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations หรือ FAO) และคณะในการเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย (Fisheries Monitoring Center : FMC) ในโอกาสเยือนประเทศไทย ระหว่างวันที่ 8-10 มกราคม 2567ณ ศูนย์เฝ้าระวังการทำประมงผิดกฎหมาย (FMC) กรมประมง เพื่อติดตามการดำเนินงานของสำนักงาน FAO ประจำภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก การดำเนินงานด้านการเกษตรและอาหารของประเทศไทย รวมถึงหารือความร่วมมือด้านการเกษตรระหว่างไทยและ FAO กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า) เเละองค์กรอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการเกษตรของประเทศไทย

นายบัญชา กล่าวว่า กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสต้อนรับ นายฉู ตง หยู ผู้อำนวยการใหญ่ FAO และคณะ ซึ่งให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการ FMC ของประเทศไทย ภายใต้มาตรการติดตาม ควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมง (Monitoring Control and Surveillance: MCS) และด้านการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้ความตกลงมาตรการของรัฐเจ้าของท่า (Port State Measure Agreement: PSMA) เช่น ระบบ VMS การควบคุมการขนถ่ายสัตว์น้ำการควบคุมท่าเทียบเรือ รวมถึงหารือเกี่ยวกับกิจกรรมของกรมประมงที่จะดำเนินการร่วมกับ FAO ในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรประมงอย่างยั่งยืนในอนาคต

โดยกรมประมงได้แสดงให้ FAO เห็นถึงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ FMC ซึ่งดำเนินการอย่างเต็มรูปแบบตลอด 24 ชั่วโมง มาตั้งแต่ปี 2560  เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการควบคุม เฝ้าระวัง สั่งการ ติดตามผล และประสานการปฏิบัติการต่าง ๆ กับศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออก (PIPO) และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยการทำงานของ FMC ใช้ระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System ; VMS) โดยผ่านดาวเทียม และระบบสำแดงข้อมูลเรืออัตโนมัติ Automatic Identification System (AIS) เป็นเครื่องมือในการติดตามเรือประมง เรือขนถ่ายสัตว์น้ำ และเรือสนับสนุนการประมงทั้งในและนอกน่านน้ำ ส่วนเรือประมงที่ไปทำการประมงหรือขนถ่ายสัตว์น้ำนอกน่านน้ำไทย FMC

อย่างไรก็ตาม จะมีการติดตามเพิ่มเติมจาก VMS ผ่านระบบการเฝ้าติดตามอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Monitoring System; EM) ระบบการรายงานทางอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Reporting System ; ERS) และระบบรายงานผู้สังเกตการณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Observer Reporting System ; ORS) และ FMC ยังดำเนินการภายใต้มาตรการของรัฐเจ้าของท่า PSMA และภายใต้โครงการริเริ่มของ FAO ที่เกี่ยวข้องด้วย อาทิ การปรับปรุงกฎหมายภายใต้พระราชกำหนดการประมง และกฎหมายลำดับรอง ให้สอดคล้องกับมาตรฐานขั้นต่ำของมาตรการรัฐเจ้าของท่า PSMA การอัพเดทข้อมูลเรือประมงและเรือขนถ่ายของไทยที่ทำประมงนอกน่านน้ำ ในระบบ FAO Global Record ทุกไตรมาส และการใช้ระบบ Global Information Exchange System (GIES) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการปฏิเสธการเข้าเทียบท่าของเรือประมงต่างประเทศ เป็นต้น

รองอธิบดีกรมประมง กล่าวอีกว่า ในการเยี่ยมชม ศูนย์ FMC ของผู้อำนวยการใหญ่ FAO ในครั้งนี้ได้มีการกล่าวถึงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของประเทศไทยที่มีการพัฒนาอย่างมาก ทั้งในรูปแบบการเลี้ยงเพื่อการบริโภคและการส่งออก รวมถึงการผลิตลูกพันธุ์สัตว์น้ำที่ประเทศไทยสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมาก หากมีการขยายการส่งออกลูกพันธุ์สัตว์น้ำไปยังประเทศใกล้เคียงในภูมิภาค จะก่อให้เกิดการพัฒนาการเพาะเลี้ยงในภูมิภาคได้เช่นกัน และ FAO มีความเต็มใจที่จะให้ความร่วมมือและสนับสนุนในการพัฒนาความรู้ทางวิชาการและด้านอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารให้แก่ประชากรในระดับภูมิภาคและระดับโลกในระยะยาวต่อไป