น.สพ.สมชวน รัตนมังคลานนท์
กรมปศุสัตว์แนะนำเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อ – โคนม และสัตว์เคี้ยวเอื้อง ให้หันมาใช้ข้าวโพดพร้อมฝักหมักเป็นอาหารหยาบหลัก เนื่องจากเป็นวัตถุดิบที่มีราคาย่อมเยา แต่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีน พลังงาน และเยื่อใยที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของสัตว์
นายสัตวแพทย์สมชวน รัตนมังคลานนท์ อธิบดีกรมปศุสัตว์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันต้นทุนค่าอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารข้นที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าจากต่างประเทศ ส่งผลให้ต้นทุนการเลี้ยงโคเนื้อและโคนมเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 15-25% ดังนั้น ข้าวโพดพร้อมฝักหมักจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากสามารถผลิตได้ในประเทศ มีผลผลิตต่อเนื่องตลอดทั้งปี ต้นทุนการผลิตต่ำ แต่มีคุณค่าทางอาหารสูง โดยให้พลังงานจากแป้งในเมล็ดข้าวโพด โปรตีนจากลำต้น ใบ และเยื่อหุ้มเมล็ด พร้อมทั้งมีเยื่อใยที่ช่วยเสริมการย่อยอาหารในสัตว์เคี้ยวเอื้อง ส่งผลให้สัตว์แข็งแรง โตเร็ว ลดต้นทุนการเลี้ยง และเพิ่มผลผลิตอย่างมีประสิทธิภาพ และยังช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการวัตถุดิบได้ดีขึ้น ลดความสูญเสียจากการเก็บเกี่ยว และเพิ่มความยืดหยุ่น
ในการใช้ประโยชน์
กรมปศุสัตว์ส่งเสริมให้เกษตรกรเรียนรู้กระบวนการหมักข้าวโพดพร้อมฝักอย่างถูกวิธี เพื่อให้ได้อาหารหยาบที่มีคุณภาพ การหมักที่ดีช่วยคงคุณค่าทางโภชนาการ ลดการสูญเสียสารอาหาร และสามารถเก็บรักษาไว้ใช้ได้นาน ทำให้เกษตรกรสามารถวางแผนสำรองอาหารสัตว์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ข้าวโพดพร้อมฝักหมักที่มีคุณภาพควรมีโปรตีนประมาณ 7-9%กรดแลคติกมากกว่า 4% ผนังเซลล์ (NDF) 35-55% ลิกโนเซลลูโลส (ADF) 20-33% และโภชนะรวมที่ย่อยได้ (TDN) 65-73% ลักษณะที่ดีควรมีสีเหลืองอมเขียว ไม่เละ ไม่เป็นเมือก และมีกลิ่นหมักดองหอมคล้ายน้ำส้มสายชู สำหรับการเก็บเกี่ยวข้าวโพดพร้อมฝักเพื่อทำการหมัก ควรอยู่ในระยะเมล็ดน้ำนมประมาณ 50% หรืออายุหลังการปลูกประมาณ 85-90 วัน สามารถให้ผลผลิตน้ำหนักสด 6-8 ตันต่อไร่ต่อรอบ หรือ 18-24 ตันต่อไร่ต่อปี
จากการสำรวจของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กรมปศุสัตว์ ในปี 2567 พบว่า ประเทศไทยมีประชากร
สัตว์เคี้ยวเอื้องทั้งสิ้น 13.96 ล้านตัว ซึ่งต้องการอาหารหยาบมากกว่า 20 ล้านตันต่อปี ในขณะที่ปัจจุบันมีเกษตรกรผู้ผลิตข้าวโพดพร้อมฝักหมักจำนวน 1,313 ราย ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 5,000 ไร่ และให้ผลผลิตรวมกว่า 17 ล้านตันต่อปี ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมปศุสัตว์จึงส่งเสริมให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตข้าวโพดพร้อมฝักหมักในระดับชุมชน เพื่อให้สามารถผลิต
และจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ สร้างรายได้เสริม โดยให้การสนับสนุนองค์ความรู้ เทคนิคการผลิต และการยืมเครื่องจักรกลอุปกรณ์
เช่น เครื่องตัดข้าวโพดแบบดับเบิ้ลช้อป และเครื่องอัดก้อนพืชอาหารสัตว์พร้อมห่อพลาสติก
อธิบดีกรมปศุสัตว์ กล่าวอีกว่า “ข้าวโพดพร้อมฝักหมักคืออนาคตของการเลี้ยงสัตว์ที่ยั่งยืน ช่วยให้เกษตรกรมีอาหารสัตว์คุณภาพดี ลดต้นทุน และเพิ่มผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ กรมปศุสัตว์ขอเชิญชวนเกษตรกรให้หันมาใช้ข้าวโพดหมัก เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพของตนเอง และหากเกษตรกรทั้งในฐานะผู้ผลิตหรือผู้เลี้ยงสัตว์ สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอาหารสัตว์ 32 แห่งทั่วประเทศ หรือสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดใกล้บ้าน