ซีพีเอฟ สนับสนุนโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ       

  •  
  •  
  •  
  •  
13 โรงเรียน  ในโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน และ  โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต  ภายใต้การสนับสนุนของซีพีเอฟ และมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท  ได้รับคัดเลือกเป็นโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ ประจำปี 2562 จากสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)          
     
      นายสุธี  สมุทระประภูต  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ  หน่วยงานความรับผิดชอบต่อสังคมและการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ  กล่าวว่า  ซีพีเอฟในฐานะผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหารครบวงจร มุ่งมั่นมีส่วนร่วมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงอาหารปลอดภัยและมีโภชนาการ  รวมทั้งส่งเสริมการสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืนของโรงเรียนและชุมชน  ผ่านการดำเนินโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท   ซึ่งปัจจุบันมีโรงเรียนในโครงการฯ  777 แห่ง    และโครงการ ซีพีเอฟ อิ่ม สุข  ปลูกอนาคต  มีโรงเรียนในความดูแล  79  แห่ง  โดยทั้งสองโครงการมีเป้าหมายสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเพื่อลดภาวะทุพโภชนาการในเด็ก     
 
      สพฐ. โดยสำนักงานกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวัน   ได้คัดเลือกโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ   ระดับดีเด่น  ประจำปี  2562  จำนวน  85 แห่ง และระดับดี   40 แห่ง  โดยในปีนี้มีโรงเรียนที่ซีพีเอฟให้การสนับสนุนผ่านการคัดเลือก  13  โรงเรียน สะท้อนประสิทธิภาพการดำเนินงาน 5 ด้าน  คือ  การบริหารจัดการ การบูรณาการจัดการเรียนรู้  การดำเนินงานอาหารกลางวัน การมีส่วนร่วม    ผลผลิตหรือผลลัพธ์จากการดำเนินงาน   


      นางศิริรัตน์ โพธิ์ทอง   ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางปิดล่าง (ราษฎร์สงเคราะห์)  ประธานศูนย์ปัญจวิทยาคาร  ตำบลบางปิด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด   โรงเรียนในโครงการ ซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต กล่าวว่า  ปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ทำให้โรงเรียนได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ ระดับดีเด่น  ประจำปี  2562  มาจากการมีส่วนร่วมของหลายภาคส่วน   โดยเฉพาะนักเรียนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการร่วมขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ    นักเรียนเป็นทีมงานผลิตในกิจกรรมต่างๆ   ทั้งการเลี้ยงไก่ไข่   ปลูกผักสวนครัว   การทำปุ๋ยจากมูลไส้เดือน เป็นต้น     โดยโรงเรียนส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้จากการปฏิบัติจริง และสามารถนำผลผลิตจากโครงการฯมาจัดทำอาหารกลางวันนักเรียน นอกจากนี้ โรงเรียนยังเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของชุมชน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ที่นำไปสู่อาชีพอีกด้วย 
                           

นางสุจิตรา ยาวิไชย  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบ่อหลวง อำเภอบ่อเกลือ  จังหวัดน่าน  รร.ในโครงการเลี้ยงไก่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน  ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นรร.ต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ  ระดับดีเด่น กล่าวว่า  โรงเรียนให้ความสำคัญกับเรื่องของภาวะโภชนาการของเด็กนักเรียน  เพราะพบว่าเด็กบางส่วนยังมีปัญหาผอมและเตี้ย  จึงนำระบบ Thai School  Lunch (การจัดเมนูอาหารกลางวันด้วยระบบอัตโนมัติ) มาใช้ในการจัดเมนูอาหารกลางวันของนักเรียน   จัดกิจกรรมนอกห้องเรียนที่นักเรียนสามารถเรียนรู้และนำไปประกอบอาชีพได้  เช่น    การเข้าโครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน   ทำให้นักเรียนได้บริโภคไข่ไก่ที่สด สะอาด     นำมาประกอบอาหารมื้อกลางวันอย่างน้อยสัปดาห์ละ  3 วัน  นอกจากนี้ นักเรียนที่สนใจเรื่องการเลี้ยงไก่ไข่  ทางโรงเรียนก็จะให้แม่ไก่ที่ปลดระวางแล้วไปเลี้ยงเองที่บ้าน  นักเรียนได้บริโภคไข่ไก่ซึ่งเป็นอาหารโปรตีนคุณภาพทั้งที่บ้านและที่โรงเรียน  ส่งผลให้เติบโตทั้งร่างกายและสติปัญญาสมวัยตามเกณฑ์  
  
     ทั้งนี้   13 โรงเรียนที่ผ่านการประเมินของสพฐ.เป็นโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ  ประกอบด้วย ระดับดีเด่น 8 โรงเรียน  คือ 1. รร. แม่วินสามัคคี จ.เชียงใหม่ 2.รร.บ้านสาหร่ายวิทยา  จ.นครราชสีมา 3.รร.บ้านบ่อหลวง จ.น่าน 4. รร.บ้านไร่ป่าขาดวิทยา จ.มุกดาหาร  5.รร.บ้านโคกน้อย จ.สระแก้ว 6. รร.บ้านแปดอุ้ม จ.อุบลราชธานี  7. รร.บ้านเอราวัณ จ.เลย  และ 8.  รร.วัดบางปิดล่าง(ราษฏร์สงเคราะห์) จ.ตราด   


      นอกจากนี้    ยังมีโรงเรียนต้นแบบอาหารกลางวันระดับประเทศ ระดับดี  5   โรงเรียน  คือ  1.รร.บ้านมาบนาดี จ.ฉะเชิงเทรา   2.รร.บ้านเก่าวิทยานุกูล  จ.ชัยภูมิ  3. รร.บ้านบ่อหิน จ.สตูล 4. รร.เทศบาล 2 วัดดอนมูลชัย จ.ตาก และ 5. รร.ตำรวจตระเวนชายแดนช่างกลปทุมวันอนุสรณ์  8 จ.นครพนม