16 ปี “สวนยายดา” ต้นแบบเที่ยวเชิงเกษตร เขาอยู่ได้อย่างไร?ท่ามกลางอ้อมโอบของคู่แข่ง(คลิป)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

            ย้อนไปกว่า 20 ปีเกษตรกรผู้ปลูกไม้ผลในภาคตะวันออก ต่างประสบมรสุมปัญหาราคาผลผลิตที่ตกต่ำอย่างหนักและซ้ำซาก โดยเฉพาะเงาะโรงเรียน กก.ละ 5-7 บาท มังคุด กก.ละกว่า 10 บาท ทุเรียนชะนี กก.ละไม่ถึง 20 บาท แม้แต่ทุเรียนหมอนทอง กก.ละกว่า 20 บาทเท่านั้น ชาวสวนก็พากันนำผลไม้ไปเททิ้งบนถนน เพื่อประท้วง ประชดอย่างเนืองๆ  กระนั้นหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้

            ในที่สุดชาวสวนหญิงแกร่ง แห่งบ้านนยายดา ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ของ “บุญชื่น โพธิ์แก้ว” หรือ”ป้าชื่น” เจ้าของสวนไม้ผล “สวนยายดา” ได้รวบรวมเจ้าของสวนในพื้นที่ก่อตั้งกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนาขึ้นมา เมื่อปี 2539  โดยใช้สถานที่บ้านของตัวเองเป็นที่ตั้งกลุ่ม เพื่อดำเนินกิจกรรม และพัฒนาอาชีพสนับสนุนให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริม หวังว่าจะได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ด้วยการนำเอาผลผลิตในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น ทุเรียนทอดกรอบ ทุเรียนกวน แกงหมูชะมวงบรรจุซอง น้ำพริกแกง เป็นต้น

            ในระหว่างนั้นผู้คนรู้จักผลไม้แปรรูปจากกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรยายดาพัฒนามากขึ้น ทำให้ผู้คนเริ่มหลังไหลไปดูวิธีการผลิตและแวะชมสวนด้วย ทำเป็นจุดประกายให้กับ ป้าชื่น ได้มองเห็นเสน่ห์ของธรรมชาติ โดยเฉพาะผลเงาะที่ออกมาจำนวนมาหห้อยระย้าเต็มต้น ดูแล้วสวยงามมากจนเป็นที่ชื่นชอบของผู้พบเห็นมราพากันบันทึกภาพอย่างสนุกสนาน

           ป้าชื่น จึงตัดสินใจเนรมิต “สวนยายดา” ให้ทุกคนเข้าไปสัมผัสและลิ้มรสผลไม้สดๆจากตันเป็นสวนแรกของ จ.ระยองที่เป็นของชาวบ้านในปี 2545 รวมเวลามาถึงวันนี้ 16 ปีแล้ว โดยแรกๆคิดค่าบริการของผู้ที่เข้าชม ได้กินผลไม้สดๆจากตั้น และผลไม้ที่จัดขึ้นมาในรูปแบบของบุพเฟ่ผลไม้ในราคาหัวละ 50 บาทเท่านั้น ทำให้สวนยายดาเป็นสวนแรกๆที่ไม่จำเป็นต้องง้อตลาดและพ่อค้าคนกลาง เพราะคนที่ไปเที่ยวซื้อผลไม้สดๆจากต้นภายในสวน นำไปกลับบ้านในจำนวนที่มากพอ และได้ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาด แต่อาจแพงกว่าที่พ่อค้าคนกลางเข้าไปขูดรีดในสวน ทำให้ ป้าชื่น ได้ลืมตาอ้าปาก มีรายได้จากสวนผลไม้ได้มากขึ้น

            “สวนยายาดา” เป็นสวนยุคแรกๆที่เปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่เป็นของชาวสวน ทำให้ทางการท่องเที่ยวแห่งปนะเทศไทย และจังหวัดระยองเข้าไปช่วยเหลือ และเอาสวนยายดามาเป็นต้นแบบของแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรของชาวสวน และขยายพื้นที่ไปยังสวนอื่นๆ จากนั้นได้ปรับราคาค่าบริการประเภทอิ่มไม่อั้นเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆไปตามภาวะของราคาผลไม้ในท้องตลาด จาก 50 บาท เป็น 80 บาท ขยับมาเป็น 120 บาทมาเป็น 150 บาท จนปัจจุบันคิดในราคาหัวละ 450 บาทกินไม่อั้นไม่จำกัดเวลา จะอยู่ในสวนเรียนรู้ไปด้วยก็ได้ หรือจะเข้าไปพักก็มีโฮมสเตย์บริการให้อีกด้วย

[adrotate banner=”3"]

           16 ปีผ่านไป ณ ปัจจุบัน “สวนยายดา” อยู่ท่ามกลางของสวนรายอื่นจำนวนมากมายที่เปิดสวนผลไม้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่คนทั่วไปสามารถเข้าไปชม ช้อป กินอิ่มไม่อั้น ขึ้นราวกับดอกเห็ด ซึ่งล้วนแต่เป็นคู่แข่งในเชิงธุรกิจของสวนยายดาทั้ง และไม่เพียงแต่เฉพาะบริเวณหมู่บ้านยายดา หรือ ต.ตะพง หากแต่กิจการเปิดสวนเป็นแหล่งเที่ยวเชิงดเกษตรระบาดทั่วอาณาบริเวณกินพื้นที่ทั่วภาคตะวันออก โดยเฉพาะพื้นที่ จ.ระยอง จันทบุรี ตราด แต่กระนั้นไม่กระทบต่อกิจการของป้าชิ่นแต่อย่างใด

          “ตอนนี้ถามว่าคู่แข่งเยอะไม่ ก็เยอะมาก เปิดเกือบทุกสวน แต่ของป้าเป็นรายแรก และเราปฏิบัติต่อนักท่องเที่ยวเสมือนเพื่อนฟูง ญาติมิตร เราต้องตั้งสมมุติฐานว่า ถ้าเราไปเที่ยวและเสียเงินเราควรได้อะไร เอาใจเราใส่ใจเขา เราบริการเอง ต้อนรับเอง เรื่องกินไม่อั้น ต้องเอาเกรดดีๆมีคุณภาพให้ลูกค้า ต้องให้เพียงพอใจ อย่าให้ลูกค้านินทา แต่ต้องให้ลูกค้าพอใจ ตรงไปตรงมา ฟังความคิดเห็นของลูกค้า บอกตามตรงไม่พออะไรบ้าง ถ้าลูกค้าไม่พูดเราจะไม่รู้ปัญหา เมื่อลูกค้าพอใจ เขาก็หวนกลับมาอีก บางครั้งก็เจอลูกค้าเดิมทุกปี และปีละหลายครั้ง อย่างช่วงที่ฤดูกาลใหม่ๆคนกำลังเห่อ มาคนมาใช้บริการอาทิตย์ละ 3,000-4,000 คน โดยเฉพาะวันหยุด ตอนนี้ปลายฤดู คนมาเที่ยวเยอะแล้ว ก็ยังมีคนอาทิตย์ละราว 1,200-1,500 คน “ ป่าชื่น กล่าว

            ก็นับเป็นสวนผลไม้ที่เปิดบริการเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่ประสบผลสำเร็จในกิจเป็นอย่างดีมาตั้งแต่ 16 ปีที่แล้ว แม้วันนี้จะอยู่ท่ามกลางอ้อมโอบของคู่แข่ง แต่สวนยายดา เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอย่างไม่ขาดสาย เพราะบริการด้วยใจ จริงใจ ตรงไปตรงมา เอาของดีมีคุณภาพมาบริการลูกค้า จนสามารถเอาใจนักท่องเที่ยวได้ถึงวันนี้สนใจเยี่ยมชมสวนยายดาได้ โทร.08-9099-1297 ทุกวัน

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ