วิกฤติปลาต่างถิ่น สู่การสร้างมูลค่าใหม่ให้เกิดรายได้ในชุมชน ทำเป็นวัตถุดิบอาหาร-เกษตร-ดูแลแหล่งน้ำ

จากความพยายามบริหารจัดการปลาต่างถิ่นอย่างเป็นระบบ วันนี้ “ปลาหมอคางดำ” ไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติของการควบคุมปริมาณเท่านั้น มีการต่อยอดให้เกิดประโยชน์ในหลายรูปแบบ ทั้งในครัวเรือน ภาคเกษตร และอาชีพที่สามารถสร้างรายได้ในชุมชน

การควบคุมด้วยการใช้ประโยชน์กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยให้คนอยู่ได้ ควบคู่กับการดูแลแหล่งน้ำ ตาม แนวทางของกรมประมงได้ขยับจากการ “จับออกจากระบบ” เพียงอย่างเดียว เพื่อให้ปลาที่ถูกจับขึ้นมาสามารถสร้างมูลค่าได้จริง เปิดโอกาสให้ชุมชน เกษตรกร ชาวประมง และหน่วยงานในพื้นที เข้ามามีส่วนร่วมหาวิธีการเพิ่มมูลค่าปลาต่างถิ่น ส่งเสริมให้เกิดการจับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

เริ่มจากการนำปลาหมอคางดำใช้เป็นวัตถุดิบด้านอาหารและการแปรรูปปรุงได้หลายเมนูที่คนไทยคุ้นเคย เช่น น้ำยาขนมจีน แกงส้ม ผัดฉ่า หรือแปรรูปต่อเป็นปลาแดดเดียว น้ำพริก รวมถึงของกินเล่นอย่างปั้นขลิบ ข้าวตัง และไส้อั่ว เป็นต้น ปลาชนิดนี้ก็เป็นวัตถุดิบที่สร้างรายได้และเพิ่มทางเลือกทางอาหารให้ชุมชนได้มากมาย

นอกจากเมนูอาหารแล้ว การแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นอย่างปลาร้า กะปิ หรือน้ำปลา ยังช่วยต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นให้มี มูลค่าเพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นการนำวัตถุดิบที่่มีอยู่มาพัฒนาเป็นสินค้า สร้างทั้งรายได้หมุนเวียนและโอกาสทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือน

อีกด้านหนึ่ง การนำไปใช้ประโยชน์ในภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะการผลิตน้ำหมักชีวภาพ เพื่อนำไปใช้บำรุงดินและพืช เป็นตัวอย่างของการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าในแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน หลายหน่วยงานร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการรับซื้อปลาและส่งเข้าสู่กระบวนการผลิต เพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรนำไปใช้ในพื้นที่เเพาะปลูก ช่วยลดต้นทุนในช่วงที่ปัจจัยการผลิตมีราคาสูง

ในภาคการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปลาหมอคางดำ ยังสามารถนำเป็นปลาเหยื่อและอาหารสัตว์น้ำ โดยเฉพาะในระบบเลี้ยงปลากะพงขาวและปูทะเล ซึ่งช่วยลดต้นทุนการเลี้ยงของเกษตรกรได้ ขณะเดียวกันก็ช่วยให้ชุมชนมีแรงจูงใจในการจับปลาออกจากแหล่งน้ำอย่างต่อเนื่อง เพราะปลาที่จับได้สามารถนำไปขายหรือใช้ประโยชน์ต่อได้ทันที กลายเป็นรายได้เสริมของชุมชน

การสร้าง “วงจรใหม่” ให้การจัดการปลาต่างถิ่นเป็นกระบวนการที่ชุมชนมีส่วนร่วมและได้รับประโยชน์ร่วมกัน ยิ่งปลาที่จับได้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริงมากเท่าไร การควบคุมจำนวนในแหล่งน้ำก็ยิ่งเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ปลาหมอคางดำยังถูกต่อยอดสู่งานวิจัยและนวัตกรรม เช่น การพัฒนาแคลเซียมจากก้าง หัวปลา และหางปลา ซึ่งสะท้อนว่าทรัพยากรที่หลายคนอาจมองข้าม ยังมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มได้อีกมาก หากมีองค์ความรู้ เทคโนโลยี และการสนับสนุนที่เหมาะสม

ในภาพรวม การใช้ประโยชน์จากปลาหมอคางดำจึงไม่ใช่เพียงการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการทรัพยากรอย่างสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงทั้งการควบคุมจำนวนปลา การสร้างรายได้ให้ชุมชน การลดต้นทุนให้เกษตรกรและการต่อยอดไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรม