กรมส่งเสริมสหกรณ์แก้วิกฤติ “ปุ๋ยเคมีแพง-น้ำนมล้นตลาด”  ผนึก กยท.ผลิต “น้ำหมักชีวภาพจากนมสด” ส่งสหกรณ์ทั่วไทย

กรมส่งเสริมสหกรณ์แปลงวิกฤติเป็นโอกาส แก้น้ำนมดิบล้นตลาด ผนึก กยท. ผลิต “น้ำหมักชีวภาพจากนมสด”  ส่งขายสหกรณ์ทั่วไทย หาทางออกให้เกษตรกรยุคปุ๋ยเคมีแพง ด้านรองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมฯ ชี้เดินมาถูกทาง แม้สหกรณ์ฯ ต้องแบกภาระต้นทุน ดีกว่าเทนมทิ้ง
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงกรณีการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดในส่วนของสหกรณ์โคนมที่มีปริมาณเฉลี่ยกว่า 200 ตัน/วัน ในขณะนี้ว่า หลังมีการประชุมร่วมกับตัวแทนสหกรณ์โคนมฯจำนวน 5 แห่ง ประกอบด้วย สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด สหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คสวนมะเดื่อ จำกัด สหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด สหกรณ์โคนมพัฒนานิคม จำกัด และสหกรณ์โคนมศรีสะเกษ จำกัด เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
                                                      นิรันดร์ มูลธิดา
โดยระบุว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย ผลิตน้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบ เพื่อจำหน่ายให้กับสมาชิกสหกรณ์การเกษตรในราคาถูกนำไปใส่พืชชนิดต่าง ๆ ทดแทนปุ๋ยเคมีที่นับวันจะมีราคาแพงมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ทั้งยังเป็นการตัดยอดน้ำนมส่วนเกินที่ล้นตลาดมาทำให้เกิดประโยชน์ขณะนี้ได้ทำหนังสือเวียนแจ้งไปยังสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ นำผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพจากนมไปกระจายผ่านเครือข่ายสหกรณ์ในที่พื้นที่ จังหวัดละ 10,000 ลิตร
“น้ำหมักชีวภาพจากนม ตอนนี้เราจะกระจายไปให้สหกรณ์การเกษตรจำหน่ายด้วย ผ่านทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศ ในส่วนของนมนั้นต่อไปเราจะพัฒนาน้ำหมักชีวภาพจากนมสดให้เป็นปุ๋ยนม เพื่อให้เป็นอีกธุรกิจหลักของสหกรณ์บริการแก่สมาชิก ” นายนิรันดร์ กล่าว
อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์  กล่าวอีกว่า ในส่วนของการกระจายผลิตภัณฑ์จะมี 2 แนวทาง ซึ่งแนวทางแรกรับฝากจำหน่ายสำหรับสหกรณ์ที่ไม่พร้อมในเรื่องเงินทุนและการรับมาจำหน่ายเอง ซึ่งสหกรณ์ใดสนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่สำนักงานสหกรณ์จังหวัดทั่วประเทศใกล้บ้านท่าน
“เรามีข้อเสนอให้เลือกไม่ว่าจะเป็นลักษณะฝากขายหรือซื้อขาด สหกรณ์ไหนที่มีศักยภาพสามารถซื้อขาดได้เลย   แต่สหกรณ์ไหนที่ทำตลาดใหม่ยังไม่แน่ใจเรื่องตลาดก็สามารถฝากขายได้เพื่อจะได้ไม่เป็นภาระในเรื่องสินค้าคงเหลือของสหกรณ์” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวและว่า น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบนั้น ได้รับการรับรองมาตรฐานจากกรมพัฒนาที่ดินแล้ว ประกอบด้วย ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง และธาตุอาหารเสริมที่พืชต้องการ เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม แมกนีเซียม และแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างเซลล์พืช ลดปัญหาใบอ่อนปิดงอหรือยอดแห้ง
นอกจากนี้ ยังมีกรดอะมิโนและโปรตีนที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช ทำให้ใบเขียวสด ส่งเสริมการแตกยอดดี ช่วยให้รากแข็งแรง ดูดซึมธาตุอาหารได้ดีขึ้น อีกทั้งยังมีจุลินทรีย์ที่ช่วยปรับปรุงความสมดุลในดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุ บำรุงดิน ทำให้ดินร่วนซุย อุ้มน้ำได้ดี กระตุ้นการย่อยสลายสารอินทรีย์ ช่วยลดกลิ่นเหม็นและยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด ส่วนกรดแลคติกที่เกิดจากการหมักนั้นยังช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นโทษในดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้พืชมีผลผลิตเพิ่มขึ้น และเมื่อใช้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ต้นพืชเแข็งแรงทนทานต่อโรคมากขึ้น
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กยท. ได้มีการทดลองใช้น้ำหมักชีวภาพจากน้ำนมดิบในแปลงทดสอบแล้วให้ผลอย่างน่าพอใจ พบว่า ต้นยางมีความแข็งแรง เปลือกนิ่ม หน้ายางไม่แห้ง กรีดยางได้ง่าย ได้ปริมาณน้ำยางเพิ่มขึ้น โดยใช้น้ำหมักชีวภาพน้ำนมดิบผสมกับน้ำ สำหรับสวนยางใช้ในอัตราส่วนน้ำหมักชีวภาพน้ำนม 1 ลิตรต่อน้ำ 500 ลิตร เช่นเดียวกับ ไม้ผล ข้าว  พืชไร่ ไม่ว่าจะเป็น ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง เป็นต้น ส่วนพืชผัก จะใช้ในอัตราส่วน น้ำหมักชีวภาพน้ำนม 1 ลิตรต่อน้ำ 1,000 ลิตร ฉีดพ่นหรือปล่อยตามระบบน้ำ
ด้านนายชกาศพล เสือไพร ประธานสหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะ    รองประธานชุมนุมสหกรณ์โคนมแห่งประเทศไทย จำกัด ยอมรับว่า การนำน้ำนมดิบส่วนเกินมาทำน้ำหมักชีวภาพถือว่าเดินมาถูกทางแล้ว ดีกว่านำไปเททิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งยังเป็นการได้ใช้ปุ๋ยต้นทุนต่ำแต่คุณภาพสูง โดยเฉพาะนำมาใส่แปลงปลูกหญ้าสำหรับอาหารโคนม
อย่างไรก็ตามปัจจุบันสหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด มีปริมาณน้ำนมดิบที่รับซื้อจากสมาชิกเฉลี่ย    38 ตัน/วัน โดยทำ MOU กับหน่วยงานต่าง ๆ เช่น อสค. เชาเทิร์น พัทลุง 32 ตัน จึงมีน้ำนมดิบส่วนเกิน เฉลี่ย 6 ตัน/วัน    ที่จะส่งให้กับ กยท. นำไปผลิตน้ำหมักชีวภาพ
“น้ำนมดิบส่วนเกินเราไม่มีที่ขาย พอดีช่วงนั้นกระทรวงเกษตรฯ มีนโยบายให้เราเอานมไปขายให้กับการยางฯ      ในราคากิโลละ 18 บาท ซึ่งเราซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกกิโลละ 21.50 บาท ขาดทุน ชุดแรกส่งไป 105 ตัน การยางฯ จ่ายเรามาครบแล้ว พอรอบสองการยางบอกว่า 18 บาท ไม่ไหว ขอรับซื้อที่ 12 บาท แต่เรายังรับซื้อจากสมาชิกราคาเดิม ยิ่งขาดทุน    เข้าไปใหญ่ แต่สหกรณ์ก็ยอมแบกภาระขาดทุน เพราะไม่อยากเอานมไปเททิ้ง ซึ่งสหกรณ์จะเรียกประชุมสมาชิกขอรับซื้อนมในราคา 12 บาท ตามราคาที่ กยท. รับซื้อ เพราะสหกรณ์แบกภาระขาดทุนไหว” นายชกาศพล กล่าว
ประธานสหกรณ์โคนมไทยเดนมาร์คอ่าวน้อย จำกัด กล่าวต่อไว่า แนวทางการชดเชยขาดทุนจากส่วนต่างการซื้อขายน้ำนมดิบระหว่างสมาชิกสหกรณ์กับ กยท. ว่าสหกรณ์จะรับผลิตภัณฑ์น้ำหมักชีวภาพจากนมจาก กยท. มาจำหน่าย โดยผ่านทางสำนักงานสหกรณ์จังหวัด เพื่อหวัง นำกำไรจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาชดเชยการขาดทุนได้บ้าง
ทั้งนี้การยางฯ ไปจ้างบริษัทผลิตอีกที เขาต้องไปเพิ่มกากน้ำตาล ถั่วเหลืองตามกระบวนการ เท่าที่ทราบต้นทุนผลิตอยู่ที่ลิตรละ 60 บาท การยางเอามาใส่แกลลอนเพิ่มอีก 10 บาท เป็นลิตรละ 70 ส่งให้สหกรณ์ เปิดขายในราคาลิตรละ 100 สหกรณ์ก็จะได้ส่วนต่างกำไรลิตรละ 30 บาท
ขณะที่นางสาวบงกช บุญเหลือ ผู้จัดการสหกรณ์โคนมชะอำ-ห้วยทราย จำกัด จ.เพชรบุรี เผยว่าขณะนี้น้ำนมดิบของสหกรณ์ส่งไปทาง กยท. เฉลี่ยอยู่ที่ 18 ตัน/วัน หรือประมาณ 80% ของปริมาณน้ำนมดิบทั้งหมดที่รับซื้อจากสมาชิก ส่วนที่เหลืออีก 20% จำหน่ายให้กับลูกค้าทั่วไป เนื่องจาก กยท. ไม่สามารถรับได้ทั้งหมด เพราะต้องเฉลี่ยให้กับสหกรณ์ โคนมอื่น ๆ ด้วย
“ของเราผลิตนมโรงเรียนทั้งหมด เมื่อโรงเรียนปิดเทอมนมไม่มีที่ไป จึงไปลงที่ กยท. เอาไปทำน้ำหมักชีวภาพจากนม นมประมาณ 80 % ไปกยท. ที่เหลืออีก 20 % ขายทั่วไป ตอนนี้ก็ยังมีนมสต๊อกอยู่ประมาณ 10 ล้านกล่อง ที่ยังไม่สามารถระบายออกได้” นางสาวบงกช กล่าวและว่า สหกรณ์ยังรับซื้อน้ำนมดิบจากสมาชิกที่กิโลกรัมละ 21.50 บาท เท่าเดิม แต่ส่งให้กับทาง กยท. กิโลกรัมละ 12 บาทเท่านั้น โดยสหกรณ์ยอมรับส่วนต่างการขาดทุน เพราะถ้าไม่รับซื้อไว้สมาชิก ก็ต้องนำไปเททิ้ง
“เหมือนเราอุ้มสมาชิกไว้ ถ้าเราไม่ซื้อสมาชิกก็ต้องเททิ้ง เมื่อวานประชุมกับทางสหกรณ์จังหวัดเขาจะให้เรา         รับน้ำหมักชีวภาพจากนมมาขาย ซึ่งทางจังหวัดอาจจะต้องคุยกับสหกรณ์ภาคการเกษตรในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย เช่น สหกรณ์ท่ายาง  เพราะสมาชิกเขามีสวนกล้วยหอม สหกรณ์บ้านลาด สหกรณ์เขาย้อย สมาชิกเขาทำนาปลูกข้าว” เธอ กล่าว