เริ่ม 1 เม.ย. 69 นี้!! กรมประมง “ปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน” 4 จังหวัด หวังดันสัตว์น้ำเศรษฐกิจพุ่งสูงขึ้น 2.67 เท่า

เริ่มแล้ว 1 เมษายนนี้  กรมประมง..“ปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน” ครั้งที่ 42 คลุมพื้นที่ 4 จังหวัด “ภูเก็ต-พังงา-กระบี่-ตรัง” พร้อมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 2,050,000 ตัวหวังดันสัตว์น้ำเศรษฐกิจให้พุ่งสูงขึ้น 2.67 เท่า ควบคุมการทำประมง และฟื้นฟูระบบนิเวศ

วันที่ 31 มีนาคม 2569 กรมประมงจัดพิธีประกาศใช้มาตรการบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน พื้นที่ทะเลอันดามัน ประจำปี 2569 (ปิดอ่าวอันดามัน) ณ บริเวณท่าเทียบเรือศูนย์ป้องกันและปราบปรามประมงทะเลกระบี่ ตำบลไสไทย อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน – 30 มิถุนายน 2569 ครอบคลุมพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง

                                                              ฐิติพร หลาวประเสริฐ

โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ให้เกียรติเป็นประธานประกอบพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมปล่อยเรือตรวจประมงทะเล จำนวน 9 ลำ ออกปฏิบัติงาน และปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 2,050,000 ตัว ตลอดจนเยี่ยมชมนิทรรศการให้ความรู้ทางการประมง พร้อมอุดหนุนผลิตภัณฑ์สินค้าประมงมากมาย โดยมี นายนิรันดร์ ปราบอักษร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ หัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้การต้อนรับ และมีประชาชนเข้าร่วมงานกว่า 600 คนนางฐิติพร กล่าวว่า กรมประมงยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำอย่างต่อเนื่อง ผ่านมาตรการปิดอ่าว ทั้งฝั่งอ่าวไทย อันดามัน และอ่าวไทยรูปตัว ก ซึ่งเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ และอนุบาลของสัตว์น้ำเศรษฐกิจที่มีบทบาทสำคัญต่อรายได้ของผู้ประกอบอาชีพด้านการประมง จากผลการสำรวจทางวิชาการในปี 2568 พบว่า อัตราการจับสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นถึง 2.67 เท่า รวมถึงการพบสัตว์น้ำเศรษฐกิจสูงขึ้นอย่างชัดเจน จากเดิม 132.848 กิโลกรัมต่อชั่วโมง (ก่อนใช้มาตรการ) เพิ่มเป็น 354.835 กิโลกรัมต่อชั่วโมง (หลังใช้มาตรการ)

ทั้งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินงานในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลอย่างต่อเนื่อง กรมประมงจึงเดินหน้าตามมาตรการปิดอ่าวฝั่งทะเลอันดามัน ครั้งที่ 42 ซึ่งกำหนดพื้นที่ และช่วงเวลาการบริหารจัดการทรัพยากรฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อน ในที่จับสัตว์น้ำของจังหวัดภูเก็ต พังงา กระบี่ และตรัง โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 4,696 ตารางกิโลเมตร จากแหลมพันวา อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ถึงตะวันออกปลายแหลมหัวล้าน อำเภอเกาะยาว จังหวัดพังงา ถึงเกาะบิดะนอก อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ถึงปลายแหลมเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ถึงปลายแหลมเกาะตะลิบง อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ถึงเกาะสุกร และถึงปลายแหลมหยงสตาร์ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง เพื่อคุ้มครองฤดูสัตว์น้ำมีไข่ วางไข่ เลี้ยงตัวอ่อนทางฝั่งทะเลอันดามัน ซึ่งส่งผลให้ทรัพยากรสัตว์น้ำมีความอุดมสมบูรณ์เพิ่มขึ้น ฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมดุลอย่างยั่งยืน

สำหรับพิธีประกาศใช้มาตรการปิดอ่าวอันดามันในปีนี้ มีการจัดพิธีบวงสรวงพลเรือเอกพระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ให้ดำเนินงานตามมาตรการเป็นไปด้วยความราบรื่น พร้อมปล่อยขบวนเรือออกปฏิบัติการ จำนวน 9 ลำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม และเฝ้าระวังการทำประมงในพื้นที่อ่าวอันดามัน

รวมถึงมอบแผ่นป้ายเงินอุดหนุนโครงการสร้างความเข้มแข็งกลุ่มการผลิตด้านประมง ประจำปี 2569 รวมทั้งยังมีการปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ จำนวน 2,050,000 ตัว ประกอบด้วย กุ้งกุลาดำ 2,000,000 ตัว และ ปูม้า 50,000 ตัวอีกด้วย