
ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) กรมพัฒนาที่ดิน ร่วมกับกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน (กทช.) เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบาดของไส้เดือนฝอยรากปมในดิน ในพื้นที่โครงการหลวง หวังฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดิน ด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน โดยได้รับการสนับสนุนองค์ความรู้และผลิตภัณฑ์จุลินทรีย์ “พด. 16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม” ชี้มีคุณสมบัติในการกำจัดไส้เดือนฝอยสาเหตุโรครากปม ที่ทำลายพืชผักและไม้ผลเมืองหนาว ภายในพื้นที่ของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย ต.โป่งแยง อ.แม่ริม และศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ ต.แม่นาจร อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่
นางสาวสุมิตรา วัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน กล่าวว่า ปัญหาการระบาดอย่างรุนแรงของไส้เดือนฝอยรากปมในดินในพื้นที่โครงการหลวง สร้างความเสียหายต่อทั้งคุณภาพและปริมาณผลผลิตของพืชผักและไม้ผลของเกษตรกรบนพื้นที่สูง ทางกรมพัฒนาที่ดิน โดยศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง (ศพล.) ร่วมกับกองเทคโนโลยีชีวภาพทางดิน (กทช.) ได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา เพื่อฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ของดินด้วยผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้ เป็นการนำผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพทางดินมาประยุกต์ใช้ในการแก้ไขปัญหาศัตรูพืชอย่างตรงจุด ควบคู่ไปกับการฟื้นฟูสุขภาพดินให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์

ทั้งนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการผลิตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน ผลการทดสอบจากการเก็บข้อมูล หลังการใช้ พด. 16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปมในแปลงปลูกผักกาดหอมหนึ่งรอบการเพาะปลูกของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงหนองหอย พบว่า ค่าเฉลี่ยปริมาณไส้เดือนฝอยรากปมในดินลดลงจาก 1,367 ตัวต่อดิน 100 กรัม เป็น 45 ตัวต่อดิน 100 กรัม น้ำหนักสดผลผลิตเพิ่มขึ้น 7 กรัมต่อต้น คิดเป็นน้ำหนักสดผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 55 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 1,100 บาทต่อไร่ สำหรับแปลงปลูกผักกาดหอมโอ๊คลีฟแดง 1 รอบการปลูกของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่แฮ พบว่า ค่าเฉลี่ยปริมาณไส้เดือนฝอยรากปมในดินลดลงจาก 2,812 ตัวต่อดิน 100 กรัม เป็น 29 ตัวต่อดิน 100 กรัม น้ำหนักสดผลผลิตเพิ่มขึ้น 22 กรัมต่อต้นต่อไร่ คิดเป็นน้ำหนักสดผลผลิตที่เพิ่มขึ้น 176 กิโลกรัมต่อไร่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น 3,520 บาทต่อไร่
การสนับสนุนครั้งนี้ เป็นการบูรณาการองค์ความรู้และสร้างต้นแบบการจัดการดินที่ยั่งยืนในพื้นที่โครงการฯ ซึ่งสามารถขยายผลไปยังพื้นที่สูงและศูนย์พัฒนาโครงการหลวงอื่นๆ ตลอดจนพัฒนาโครงการหลวงฯ เพื่อยกระดับคุณภาพผลผลิต ลดต้นทุนการใช้สารเคมี และเพิ่มรายได้ของเกษตรกรบนพื้นที่สูงอย่างทั่วถึง สามารถสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยของผลผลิตที่ส่งต่อถึงผู้บริโภค ตามมาตรฐานการผลิตของมูลนิธิโครงการหลวง

นอกจากนี้เกษตรกรยังสังเกตได้ว่าพืชผักมีความแข็งแรง ทนทานต่อโรค และสภาพแวดล้อมที่แปรปรวนมาก กรมพัฒนาที่ดิน ยังคงมุ่งมั่น ในการพัฒนา ส่งเสริม และเผยแพร่องค์ความรู้ด้านการพัฒนาที่ดินด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพทางดินของกรมพัฒนาที่ดิน สารเร่งซุปเปอร์ พด. ต่างๆ เพื่อให้เกษตรกรสามารถนำไปใช้ได้จริง ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในพื้นที่เล็ก ๆ นี้ สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และเกษตรกร ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตอกย้ำบทบาทของศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง กรมพัฒนาที่ดิน ในการพลิกฟื้นความอุดมสมบูรณ์ของดิน ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวงในการเป็นพื้นที่นำร่องด้านการพัฒนาการเกษตรบนพื้นที่สูงของประเทศ
เกษตรกรสมาชิกโครงการหลวง เจ้าหน้าที่มูลนิธิโครงการหลวง และเกษตรกรทั่วไป สามารถติดต่อขอรับผลิตภัณฑ์และคำแนะนำการใช้ พด. 16 แบคทีเรียควบคุมไส้เดือนฝอยรากปม ได้ที่ศูนย์ปฏิบัติการพัฒนาที่ดินโครงการหลวง สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 กรมพัฒนาที่ดิน
