“ชีวะภาพ” ประกาศชัดพร้อมพลักดันตั้งอุทยานฯ “เขลางค์บรรพต” เผยชาวบ้านหนุน 100 % สังเวนแกนนำแล้ว 2 ศพในรอบ 10 ปี แต่ไม่มีอะไรคืบหน้า

“ชีวะภาพ” ประกาศพร้อมพลักดันให้ตั้งอุทยานฯ “เขลางค์บรรพต” ชี้เป็นผืนป่าสุดท้ายจากจำนวนป่าอนุรักษ์กว่า 130 แห่ง ที่เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร มีเนื้อที่ทั้งหมด 49,238 ไร่ กินพื้นที่ 3 อำเภอ ของจังหวัดลำปาง  เผยตลอดเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านสังเวยแกนนำที่สนับสนุน 2 ศพแล้ว ที่สำคัญชาวบ้านหนุน 100% แต่กลับไม่คืบหน้า

วันที่ 17 มี.ค.69 นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ประธานคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา เป็นประธานการพิจารณาเกี่ยวกับความคืบหน้าตามประกาศจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพ จ.ลำปาง โดยมีผู้แทนจากกระทรวงทรัพยากรแห่งชาติและสิ่งแวดล้อม , ผู้แทนอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ผู้แทนจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 สาขาลำปาง, ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เข้าชี้แจง

นายศิริพงษ์ ชูเสน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญพิเศษ สำนักอุทยานแห่งชาติ กล่าวว่า พื้นที่เตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพตมีเนื้อที่ทั้งหมด 49,238 ไร่ ประกอบด้วยป่าสำคัญใน 3 อำเภอ ของจังหวัดลำปางได้แก่ ป่ายางป่าแม่จาง ในพื้นที่ดอยพระบาท ต.พระบาทและต.พิชัย ในอำเภอเมือง อีกทั้งยังมีป่าแม่เมาะในอำเภอแม่เมาะและป่าดอยหัวเสืออำเภอแม่ทะจังหวัดลำปาง

โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เสนอร่างพระราชกฤษฎีกา เพื่อประกาศพื้นที่อุทยานแห่งชาติ เมื่อปี 2561 แต่มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กรกฎาคม 2567 ให้ถอนร่างพ.ร.บดังกล่าวคืนไปก่อนเพื่อรอการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการมาตราส่วน 1 ต่อ 4,000 หรือ One Map ให้แล้วเสร็จ

ทั้งนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในขณะนั้น มีความเห็นว่ายังมีปัญหาข้อพิพาทการบุกรุกและครอบครองที่ดินของรัฐเป็นจำนวนมาก สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการทับซ้อนของพื้นที่ทำกินของประชาชน กับแนวเขตที่ดินของรัฐ จึงควรเห็นให้ปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐตามมาตราส่วน 1 ต่อ 4,000 ให้แล้วเสร็จเสียก่อน

ทางกรมอุทยานแห่งชาติได้มีการแก้ไขปัญหาโดย แก้ไขพื้นที่ให้สอดคล้องกับ One Map และส่งแผนที่ ไปให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือสคทช. เพื่อพิจารณาให้ความเห็นเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ขณะนี้กรมอุทยานอยู่ระหว่างรอฟังความเห็นจากสคทช. โดยเมื่อได้ความเห็นแล้วจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปอีก 4 ขั้นตอน ก็จะได้ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพตต่อไป

ด้านนางสาวดวงพร เกียรติดำรง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต (เตรียมการ) กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าว มีแหล่งระบบนิเวศวิทยาและสัตว์ป่าที่สมบูรณ์ ซึ่งอยู่ใกล้อ.เมือง จ.ลำปางที่สุด แต่ในช่วงหน้าแล้งของทุกปีจะมีไฟป่าจากดอยพระบาท ส่งผลกระทบต่อชาวเมืองลำปางเต็มๆ หากพื้นที่ดังกล่าวได้ประกาศเป็นอุทยาน แห่งชาติ จะทำให้การบริหารจัดการพื้นที่มีความเป็นเอกภาพที่ดีขึ้น โดยชาวบ้านใน 36 ชุมชนจาก 3 อำเภอจะต้องประสานงานความร่วมมือให้เห็นพ้องถึงต้องการควรจะมีหน่วยงานเป็นแกนกลางขึ้นมาแก้ปัญหาหมอกควันจากไฟป่า

ขณะเดียวกันยังเป็นป่าที่มีชุมชนล้อมรอบและมีความเชื่อมโยงกับสัตว์ป่าขนาดใหญ่ เช่น หมูป่าที่มีอยู่ชุกชุมในพื้นที่ มีไก่ป่า กระรอก สัตว์เล็กสัตว์น้อย นอกจากนี้เป็นแหล่งที่ชาวบ้านมาหาของป่าเช่น ผักหวานและเห็ดเผาะ หากรักษาผืนป่าดังกล่างไว้ได้จะทำให้ระบบนิเวศมีความสมบูรณ์ อินทรีย์วัตถุจะเพิ่มขึ้นทำให้หน้าดินมีคุณภาพ อีกทั้งยังลดการชะล้างลงสู่ลำธารได้ดียิ่งขึ้น

                                                    ชีวะภาพ ชีวะธรรม

ขณะที่นายชีวะภาพ กล่าวว่า ทางคณะกรรมาธิการให้ความสำคัญเรื่องนี้ เนื่องจากป่าดังกล่าวเป็นป่า ผืนสุดท้ายจากจำนวนป่าอนุรักษ์กว่า 130 แห่ง โดยเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าและยังเป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำวัง

กรมอุทยานจะต้องดูแลผืนป่าดังกล่าวไว้ให้ได้ตามแผนงานอนุรักษ์และรักษา แต่ในเมื่อยังไม่ได้ประกาศเป็นพื้นที่อุทยาน ประชาชนก็ไม่สามารถเข้าไปท่องเที่ยว-ทำกิจกรรมกางเต๊นท์เพราะยังไม่มีแผนอะไรรองรับ อีกทั้งยังจะต้องจัดทำโซนสำหรับการท่องเที่ยวและศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งถือว่าเป็นหลักการของการจัดอุทยาน

นอกจากนี้ยังเห็นว่าพื้นที่ดังกล่าวสมควรเป็นพื้นที่ศึกษาด้านทรัพยากรธรณีและวิธีดับไฟป่าร่วมกับเหมืองแม่เมาะ อีกทั้งยังต้องบูรณาการแผนงานเพื่อเชื่อมโยงกับประชาชนในพื้นที่

“วันนี้เมื่อยังเป็นอุทยานแห่งชาติไม่ได้ แผนทั้งหมดนี้จึงหายไป เจ้าหน้าที่และหัวหน้าอุทยานยังต้องอยู่ตามยถากรรม แต่ทำไมประชาชนในพื้นที่ถึงเรียกร้องให้ประกาศเป็นพื้นที่อุทยานล่ะ เพราะพวกเขาต้องการแผนงานเหล่านี้เพื่อนำมาการรองรับการพัฒนาพื้นที่” นายชีวะภาพ กล่าวและฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันผลักดันจัดตั้งอุทยานแห่งชาติเขลางค์บรรพต เพราะกรณีดังกล่าวไม่พบบ่อยนักที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้ประกาศเป็นพื้นที่อุทยานโดยไม่มีใครต่อต้าน ทุกคนเห็นดีเห็นงามหมด แต่เกือบ 10 ปีแล้วที่แกนนำเรียกร้องให้ประกาศพื้นที่อุทยานได้เสียชีวิตไปถึง 2 คน ทำไมยังไม่สามารถประกาศได้ ติดขัดอะไรจะต้องเร่งศึกษา

ทั้งนี้ทางคณะกรรมาธิการฯ ยินดีเต็มที่เพื่อช่วยรักษาผืนป่า ส่งเสริมการรักและ หวงแหนทรัพยากรของคนในพื้นที่ เพราะหากประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแล้ว จะถือว่าเป็นสมบัติของชาติที่ทุกคนมีสิทธิ์ใช้ประโยชน์ร่วมกันทั้งคนจนและคนรวย ถือเป็นการอนุรักษ์ป่าอย่างชาญฉลาดที่สุด.