สศก. เตรียมปูพรม 74 จังหวัด ลุยสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือน-แรงงานเกษตร ปี 68/69 สุ่มตัวอย่าง 7,600 ครอบครัว เริ่ม เม.ย. นี้

สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้ฤกษ์ปูพรมสำรวจ Socio ภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและแรงงานเกษตร ปี 68/69 ใน 74 จังหวัด ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยการสุ่มตัวอย่าง 7,600 ครัวเรือน จะเริ่มในเดือนเมษายน-สิงหาคม 2569 นี้ สะท้อนวิถีชีวิตเกษตรกร เพื่อการพัฒนาที่ตรงจุด

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า สศก. ได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินโครงการสำรวจภาวะเศรษฐกิจสังคมครัวเรือนและแรงงานเกษตร (Socio-economic Survey) หรือ Socio ประจำปีเพาะปลูก 2568/69 ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญในการจัดเก็บข้อมูลสำหรับจัดทำตัวชี้วัดความเป็นอยู่ของเกษตรกรไทย โดยได้วางแผนปฏิบัติงานแบบบูรณาการอย่างเป็นระบบระหว่างส่วนกลางและสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 1-12 (สศท. 1-12)

เพื่อขับเคลื่อนแผนงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ตั้งแต่การกำหนดกรอบวิชาการ การพัฒนาแบบสอบถามให้ทันสมัย ไปจนถึงการลงพื้นที่ปฏิบัติงานจริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องผ่านการอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจในนิยามและระเบียบวิธีปฏิบัติงานให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยจะเริ่มลงพื้นที่เก็บข้อมูลภาคสนามพร้อมกันทั่วประเทศในช่วงเดือนเมษายน – สิงหาคม 2569

สำหรับการสำรวจในครั้งนี้ กำหนดพื้นที่เป้าหมายครอบคลุม 74 จังหวัดทั่วประเทศ (ยกเว้น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้) โดยใช้วิธีสุ่มตัวอย่างทางสถิติที่ได้มาตรฐาน จำนวน 7,600 ครัวเรือน เพื่อให้เป็นตัวแทนของเกษตรกรในทุกสาขาการผลิต โดยข้อมูลที่จะจัดเก็บมีความละเอียดครอบคลุม 11 หมวดสำคัญ ประกอบด้วย ข้อมูลทั่วไปของสมาชิก การถือครองและใช้ประโยชน์ที่ดิน การผลิตพืช ปศุสัตว์ และประมง

นอกจากนี้รายได้และรายจ่ายทั้งในและนอกภาคเกษตร ภาวะหนี้สินและสินเชื่อ ทรัพย์สินครัวเรือน ข้อมูลด้านแรงงานและการเคลื่อนย้ายแรงงาน ทัศนคติต่ออาชีพเกษตร รวมถึงข้อมูลเชิงนโยบายรัฐ อาทิ Smart Farmer และเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่งจะสะท้อนภาพรวมในรอบปีเพาะปลูกตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 ถึงเมษายน 2569 ได้อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ สศก. ยังได้ยกระดับการทำงานโดยบูรณาการด้านระเบียบวิธีทางสถิติและข้อมูลร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (DEPA)  ซึ่งได้นำเกณฑ์วัดความพร้อมทางการเกษตรดิจิทัลมาจำแนกกลุ่มเกษตรกรตามความถนัด เพื่อเชื่อมโยงเข้ากับการสำรวจ Socio ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้จะสร้างประโยชน์มหาศาล ทั้งในระดับประเทศที่ช่วยให้ภาครัฐจัดสรรงบประมาณและออกแบบมาตรการช่วยเหลือได้ตรงจุดและคุ้มค่าที่สุด และในระดับครัวเรือนที่ช่วยให้ภาครัฐเข้าถึงปัญหาความยากจนและหนี้สิน

รวมทั้งยกระดับรายได้ของเกษตรกร โดย สศก. ให้ความสำคัญสูงสุดกับ ความถูกต้องแม่นยำของข้อมูล (Data Accuracy) ผ่านระบบตรวจสอบหลายขั้นตอน และขอยืนยันว่า ข้อมูลส่วนบุคคลของเกษตรกรทุกท่านจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับทางราชการอย่างเคร่งครัด จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลรายบุคคลหรือรายแปลงโดยเด็ดขาด ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

“ข้อมูลที่ได้จากการสำรวจจะสะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญสำหรับหน่วยงานภาครัฐในการกำหนดนโยบาย วางแผนพัฒนาการเกษตร และกำหนดมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาหนี้สิน การบริหารจัดการที่ดิน และการยกระดับรายได้ โอกาสนี้จึงขอความร่วมมือจากพี่น้องเกษตรกร โปรดให้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นจริงแก่เจ้าหน้าที่ สศก. ที่ลงพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาภาคการเกษตรของประเทศต่อไป” เลขาธิการ สศก. กล่าว