
- ศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักแห่งใหม่ที่จังหวัดขอนแก่น เริ่มดำเนินงานตั้งแต่เดือนมกราคม2569 มุ่งยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกเมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงสู่ตลาดเอเชียแปซิฟิกและทั่วโลก พัฒนากระบวนการผลิตจากเดิมที่แยกดำเนินการที่สกลนครและขอนแก่น มาไว้ที่ศูนย์การผลิตแห่งใหม่นี้เพียงแห่งเดียว
- ศูนย์การผลิตฯ ผสานเทคโนโลยีการล้างฆ่าเชื้อโรคและทำแห้ง ทำความสะอาด คัดเมล็ดพันธุ์ กระบวนการจัดการแบบอัตโนมัติ(automation) และระบบตรวจสอบติดตามแบบดิจิทัล (digital traceability) และจัดเก็บในคลังควบคุมอุณหภูมิและความชื้น พร้อมระบบบรรจุเพื่อจัดส่งสู่เกษตรกรทั้งในประเทศและต่างประเทศ รวมถึงจัดฝึกอบรมเกษตรกรและสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่าเพื่อเสริมศักยภาพการผลิตแบบครบวงจร
- ภายใต้ความท้าทายจากภาวะภูมิอากาศแปรปรวนและจำนวนพื้นที่เกษตรกรรมที่ลดลง เมล็ดพันธุ์คุณภาพและแนวทางเกษตรแบบฟื้นฟูเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เกษตรกร“เพิ่มเมล็ดผลผลิต ใช้ทรัพยากรน้อยลง” และลดการสูญเสียในระบบอาหาร
บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด เปิดตัวศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักแห่งใหม่ในจังหวัดขอนแก่นอย่างเป็นทางการแล้ว มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับโลกของไบเออร์ พร้อมขยายกำลังการผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพเพื่อการส่งออก รองรับการเติบโตของตลาดทั้งในภูมิภาคและระดับสากลอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ไบเออร์ลงทุนกว่า 310 ล้านบาท (ราว 8 ล้านยูโร) พัฒนาศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักบนพื้นที่ 30 ไร่ (48,000 ตารางเมตร) ในจังหวัดขอนแก่น โดยชูยุทธศาสตร์การควบรวมศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ที่เคยแยกสาขาในจังหวัดสกลนครและขอนแก่นมาไว้ในที่เดียวกัน เพื่อยกระดับสู่การผลิตแบบครบวงจร ตั้งแต่ขั้นตอนการรับเมล็ดพันธุ์ไปจนถึงบรรจุภัณฑ์ เพื่อส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ Seminis และ De Ruiter สู่ตลาดสำคัญทั่วโลก อาทิ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์
พิธีเปิดศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ได้รับเกียรติจากผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูตสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีประจำประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ตลอดจนคณะผู้บริหารและพนักงานของไบเออร์เข้าร่วมงาน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความสำคัญของการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูง ในการขับเคลื่อนความมั่นคงทางอาหารทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลกอย่างยั่งยืน

วีรพล เจริญพานิช
นายวีรพล เจริญพานิช ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจครอปซายน์ ประจำประเทศไทย กัมพูชา และพม่า บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จที่ยั่งยืนของภาคเกษตรกรรมต้องเริ่มต้นจากเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนเพื่อสร้างความพร้อมให้กับเกษตรกร ศูนย์การผลิตแห่งใหม่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงฐานการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักมาตรฐานสูงที่มีระบบตรวจสอบที่น่าเชื่อถือเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญที่จะสร้างประโยชน์ให้แก่เกษตรกรรายย่อยและชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม การลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นของไบเออร์ในการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคการเกษตรทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาคอย่างแท้จริง”

ดร.แอ็นสท์ ไรเชิล
ด้าน ดร. แอ็นสท์ ไรเชิล เอกอัครราชทูตเยอรมันประจำประเทศไทย แสดงความยินดีกับบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด และกล่าวว่า ศูนย์การผลิตแห่งใหม่นี้แสดงให้เห็นถึงการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ในภาคเกษตรกรรมของประเทศไทย ช่วยสนับสนุนการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และเป็นส่วนสนับสนุนการส่งเสริมการเกษตรที่ยั่งยืนและมีความสามารถในการรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง เมล็ดพันธุ์เป็นปัจจัยสำคัญในการเกษตร ซึ่งมีผลต่อผลผลิต การรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง และคุณภาพของผลผลิตที่เก็บเกี่ยว การลงทุนในการพัฒนาและผลิตเมล็ดพันธุ์จะช่วยสนับสนุนเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานอาหารและความยั่งยืนทางการเกษตรในระยะยาว
ศูนย์การผลิตแห่งนี้เป็นฐานการผลิตแบบครบวงจร เริ่มตั้งแต่การรับเมล็ดพันธุ์เปียกจากเครือข่ายเกษตรกรทั่วประเทศ เข้าสู่กระบวนการล้างฆ่าเชื้อโรคและทำแห้ง การทำความสะอาด การปรับสภาพ การตรวจสอบคุณภาพ การเคลือบเมล็ด ตลอดจนระบบบรรจุอัตโนมัติ และการตรวจวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ ก่อนนำไปจัดเก็บในคลังสินค้าควบคุมอุณหภูมิที่ทันสมัย พร้อมสำหรับการส่งออก

นอกจากนี้ ศูนย์แห่งนี้ยังดำเนินงานภายใต้มาตรฐานสากล ISO 9001:2015 และ ISO 45001:2018 พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นด้วยระบบตรวจสอบติดตามแบบดิจิทัล (Digital Traceability) เพื่อรักษามาตรฐานคุณภาพที่สม่ำเสมอและการส่งมอบที่ตรงเวลา โดยศูนย์ขอนแก่นเป็นหนึ่งในเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์ระดับโลกของไบเออร์ ในสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ ชิลี จีน และอินเดีย
ส่วร นางอินชิ ดานเนนเบิร์ก ประธานธุรกิจเมล็ดพันธุ์ผักโลก บริษัท ไบเออร์ เอจี กล่าวว่า ท่ามกลางความท้าทายจากสภาวะภูมิอากาศที่แปรปรวน ศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักแห่งใหม่ในจังหวัดขอนแก่นจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการส่งมอบโซลูชันด้านเมล็ดพันธุ์ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถรับมือกับความผันผวนของสภาพภูมิอากาศได้ในวงกว้าง

อินชิ ดานเนนเบิร์ก
“เป้าหมายสำคัญของเราคือการสร้างความสำเร็จตั้งแต่จุดเริ่มต้น ด้วยการส่งมอบเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูงที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความทนทาน และให้คุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน เมื่อเกษตรกรประสบความสำเร็จ ระบบอาหารโดยรวมจะได้รับประโยชน์ตามไปด้วย ทั้งในด้านการส่งมอบผักคุณภาพเยี่ยมสู่ผู้บริโภค และการขับเคลื่อนพันธกิจสำคัญของไบเออร์ ‘ทุกคนมีสุขภาพดี และไม่ขาดแคลนอาหาร’ (Health for all, Hunger for none)” เธอ กล่าว
ทำไมเมล็ดพันธุ์จึงสำคัญ
ปัจจุบันเกษตรกรต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พื้นที่เพาะปลูกที่ลดลง รวมถึงวิกฤตการสูญเสียอาหาร (Food Loss) ที่สูงถึงร้อยละ 15 หรือประมาณ 1.2 พันล้านตันต่อปี (1) นับตั้งแต่ขั้นตอนการเก็บเกี่ยวจนถึงก่อนถึงมือผู้บริโภค ท่ามกลางภาวะภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เมล็ดพันธุ์คุณภาพสูงเปรียบเสมือนกุญแจสำคัญช่วยเพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกกระบวนการผลิตอาหาร

รพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
ขณะที่นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวสนับสนุนว่า การยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ ถือเป็นยุทธศาสตร์ความมั่นคงและขีดความสามารถในการแข่งขันที่สำคัญของประเทศไทย ซึ่งการเปิดศูนย์การผลิตเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพเพื่อการส่งออกแห่งนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการผลิตเมล็ดพันธุ์มาตรฐานสากล เพื่อรองรับตลาดส่งออกทั่วโลกและสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่พี่น้องเกษตรกร สอดรับกับหมุดหมายของรัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น ศูนย์กลางการเกษตรและอาหารของโลก (Agriculture and Food Hub)
ในส่วนของกรมวิชาการเกษตร เราพร้อมขับเคลื่อนนโยบาย Thailand Tropical Seed Hub อย่างเต็มกำลัง ผ่านภารกิจหลักในการอำนวยความสะดวกทางการค้า ทั้งการนำเข้า ส่งออก และการส่งต่อเมล็ดพันธุ์ให้มีความรวดเร็วและได้มาตรฐานสูงสุด โดยปัจจุบันกรมฯ มีศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืช (ศวม.) ครอบคลุมทั้ง 5 ภูมิภาคทั่วประเทศ สำหรับพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือนั้น เราได้เตรียมความพร้อมของ ศูนย์วิจัยและพัฒนาเมล็ดพันธุ์พืชขอนแก่น เพื่อให้บริการในรูปแบบ Seed One Stop Service ซึ่งจะทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญในการตรวจสอบรับรองคุณภาพ และรองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์ในจังหวัดขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียงอย่างครบวงจร เพื่อก้าวไปสู่การเป็นผู้นำด้านเมล็ดพันธุ์พืชผักเขตร้อนของโลกอย่างยั่งยืน
ยกระดับเกษตรกรไทยสู่แนวทางเกษตรแบบฟื้นฟู

ศูนย์การผลิตแห่งนี้ครอบคลุมการผลิตเมล็ดพันธุ์ผักที่หลากหลาย อาทิ มะเขือเทศ พริก มะเขือ แตงกวา แตงโม เมลอน ฟักทอง บวบ ข้าวโพดหวาน บรอกโคลี กะหล่ำปลี ดอกกะหล่ำ และผักกาดหอม โดยทุกสายพันธุ์ได้รับการพัฒนาให้รองรับแนวทางการทำเกษตรแบบฟื้นฟู (Regenerative Agriculture) ซึ่งเน้นความทนทานต่อศัตรูพืชและโรคพืช สามารถปรับตัวได้ดีในสภาวะอากาศแปรปรวน
ไบเออร์ยังมุ่งเน้นการทำงานร่วมกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิดผ่านการฝึกอบรม การสนับสนุนด้านวิชาการ และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดการสูญเสีย และขยายโอกาสเข้าถึงตลาดทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้ การดำเนินงานของศูนย์ยังยึดหลักความยั่งยืน ตั้งแต่การจัดการสารเคมีอย่างปลอดภัยและรับผิดชอบ ไปจนถึงการยกระดับระบบบำบัดน้ำเสีย และการบังคับใช้มาตรฐานความปลอดภัยแรงงานที่เข้มงวด ปัจจัยเหล่านี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างเครือข่ายการผลิตเมล็ดพันธุ์ที่แข็งแกร่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมสนับสนุนระบบอาหารที่ยืดหยุ่นและยั่งยืน
