
กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ ” 110 ปี สหกรณ์ไทย” หยึดหลัก “สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง” เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและ ร่วมเทิดพระเกียรติพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย”
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในงานวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ภายหลังจากที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 26 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น “วันสหกรณ์แห่งชาติ” ซึ่งในปีนี้ครบรอบ 110 ปี การสหกรณ์ไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์จึงได้ร่วมกับขบวนการสหกรณ์ทั่วประเทศร่วมกันจัดกิจกรรมเนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569

วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองและ ร่วมเทิดพระเกียรติพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” ซึ่งพระองค์ได้ทรงวางรากฐานการสหกรณ์ในประเทศไทย ทรงส่งเสริมให้มีการจัดตั้งสหกรณ์แห่งแรกของประเทศ คือ “สหกรณ์วัดจันทร์ไม่จำกัดสินใช้” ณ ตำบลวัดจันทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2459 และทรงดำรงตำแหน่งนายทะเบียนสหกรณ์พระองค์แรก นับเป็นจุดเริ่มต้นของการสหกรณ์ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม
นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า การจัดกิจกรรมเนื่องในโอกาสวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 ครบรอบ 110 ปีสหกรณ์ไทย ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ กรุงเทพมหานคร ภายในงานประกอบไปด้วย 5 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.พิธีทำบุญทางศาสนา และพิธีวางพานพุ่ม เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณของพระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ 2.กิจกรรมเผยแพร่นโยบายและอ่านสารนายกรัฐมนตรี (นายอนุทิน ชาญวีรกูล) เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่สมาชิกสหกรณ์ และบุคลากรในขบวนการสหกรณ์ ให้เกิดความเข้าใจและสร้างความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาสหกรณ์ไปสู่เป้าหมาย

นิรันดร์ มูลธิดา
3.การจัดแสดงนิทรรศการและผลการดำเนินงานของสหกรณ์ทั่วประเทศ ภายใต้แนวคิด “สมาชิกคือหัวใจ สร้างเศรษฐกิจไทยมั่นคง” เพื่อเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับความสำคัญของการสหกรณ์ในประเทศไทย ประวัติความเป็นมาและความก้าวหน้าของการพัฒนาสหกรณ์ บทบาทหน้าที่สมาชิกสหกรณ์ รวมถึงตัวอย่างสหกรณ์ที่ประสบความสำเร็จ 4.กิจกรรมรับบริจาคโลหิต และ 5.กิจกรรมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นและสินค้าเกษตรคุณภาพจากสถาบันเกษตรกร เครือข่ายสหกรณ์ กลุ่มอาชีพ โครงการหลวง และวิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ภายใต้ชื่องาน “Co-op Market Fair 2026 พลังสหกรณ์ ขับเคลื่อนสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น By ร้านสหกรณ์เทเวศร์ จำกัด”
สำหรับสินค้าที่นำมาจำหน่ายมีทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค เช่น มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว ส้มโอขาวใหญ่ ฝรั่ง โคเนื้อกำแพงแสน อาหารทะเลแปรรูป ปลาแดดเดียว น้ำพริกปรุงสำเร็จรูปข้าวแต๋นธัญพืช มะม่วงน้ำปลาหวาน หมูทุบ ข้าวสาร ไข่ไก่ ผักสด นมพร้อมดื่ม ไอศกรีม ถั่วทอดสมุนไพร กล้วยอบแผ่น ผ้าไหม ผ้าทอพื้นเมือง ผ้าหม้อห้อมแพร่ ชุดผ้าซิ่น เครื่องปั้นดินเผา กระเป๋า Handmade และสินค้าของดีอีกมากมายคัดสรรมารวมกันไว้ที่งานนี้

นอกจากการจัดพิธีถวายพานพุ่มสักการะ พระราชวรวงศ์เธอ กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ “พระบิดาแห่งการสหกรณ์ไทย” ณ กรมส่งเสริมสหกรณ์ เทเวศร์ แล้ว ยังมีการจัดพิธีถวายพานพุ่มสักการะที่สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีการสหกรณ์ และสันนิบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยในส่วนภูมิภาคจะมีการจัดกิจกรรมของขบวนการสหกรณ์ในจังหวัดต่าง ๆ กิจกรรมที่เสริมสร้างความสามัคคีของชาวสหกรณ์ เช่น การจัดกิจกรรมสาธารณประโยชน์ ทำบุญ บริจาคโลหิต การออกร้านจำหน่ายสินค้าสหกรณ์ภายในจังหวัด และกิจกรรมกีฬาสร้างความสามัคคีและการรวมพลังของคนในขบวนการสหกรณ์
ในโอกาสพิเศษครบรอบ 110 ปีการสหกรณ์ไทย กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้จัดงานแสดงนิทรรศการ “นับ 1 ถึง 110 ปี การสหกรณ์ไทย” เพื่อย้อนรำลึกถึงความเป็นมาของการก่อตั้งสหกรณ์วัดจันทร์ ไม่จำกัดใช้ ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของสหกรณ์แห่งแรกในประเทศไทย ณ บริเวณลานหน้าสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม อ.เมืองพิษณุโลก จ.พิษณุโลก รวมทั้งจัดกิจกรรมทางวิชาการและกิจกรรมการประชาสัมพันธ์ เนื่องในวันสหกรณ์แห่งชาติ ประจำปี 2569 โดยการเผยแพร่ความรู้ทางวิชาการผ่านช่องทางออนไลน์เพจFacebook กรมส่งเสริมสหกรณ์ – CPD อีกด้วย

“ปัจจุบันประเทศไทยมีจำนวนสหกรณ์ 7 ประเภท ได้แก่ สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์นิคม สหกรณ์ประมง สหกรณ์ร้านค้า สหกรณ์บริการ สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสหกรณ์ออมทรัพย์ รวม 6,268 แห่ง สมาชิกสหกรณ์กว่า 12 ล้านครอบครัว ทุนดำเนินการ/ปริมาณธุรกิจ รวมกว่า 2.73 ล้านล้านบาท โดยสหกรณ์เป็นหนึ่งในสถาบันเกษตรกรที่มีบทบาทในการพัฒนาศักยภาพของสมาชิก โดยมีหน้าที่สำคัญที่จะช่วยส่งเสริมและสร้างความเข้มแข็ง ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคมในภาวะวิกฤติ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นหน้าที่ของบุคลากรกรมส่งเสริมสหกรณ์ที่จะต้องเข้าไปขับเคลื่อน ผลักดันสร้างความรู้แก่สหกรณ์อย่างรอบด้าน ทั้งด้านการผลิต การบริหารธุรกิจ การตลาด และนวัตกรรมดิจิทัล เพื่อพัฒนาศักยภาพสหกรณ์ให้มีความเข้มแข็งเป็นองค์กรที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหาให้มวลสมาชิกได้อย่างแท้จริง” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว
