
ภาครัฐเดินหน้าส่งเสริมความร่ วมมือกับภาคเอกชน เปิดศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผั กมาตรฐานสากลในจังหวัดขอนแก่น วางรากฐานการพัฒนาอุ ตสาหกรรมเมล็ดพันธุ์พืชเขตร้ อนของไทยสู่ตลาดโลก ควบคู่การสร้างทางเลือกเพิ่ มรายได้ให้เกษตรกร ผ่านระบบการผลิตเมล็ดพันธุ์คุ ณภาพสูงตามมาตรฐานสากล
เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ได้รับมอบหมายจากนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีเปิด “ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ผักคุ ณภาพเพื่อการส่งออก” ของบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ณ ตำบลโนนท่อน อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่ อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์ กลางเมล็ดพันธุ์พืชเขตร้ อนของโลก (World Tropical Seed Hub) อย่างเป็นรูปธรรม

พีภัทร์ จันทรศรีวงศ์
นายรพีภัทร์ เปิ ดเผยว่า การจัดตั้งศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ ดังกล่าว สอดคล้องกับนโยบาย Big Quick Win ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดั บภาคการเกษตรไทยจากการผลิตสินค้ าโภคภัณฑ์ ไปสู่สินค้าเกษตรมูลค่าสูงที่ขั บเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี นวัตกรรม และมาตรฐานสากล โดยศูนย์แห่งนี้จะเป็นฐานการผลิ ตเมล็ดพันธุ์ผักที่สำคัญในภูมิ ภาคเอเชีย เพื่อรองรับความต้ องการของตลาดโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป และประเทศในเอเชีย
สำหรับการลงทุนครั้งนี้ บริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ใช้งบประมาณกว่า 200 ล้านบาท และมีแผนลงทุนเพิ่มเติมมากกว่า 100 ล้านบาท ภายใน 4 ปีข้างหน้า โดยได้รับการส่งเสริมการลงทุ นจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริ มการลงทุน (BOI) สะท้อนความเชื่อมั่ นของภาคเอกชนระดับโลกต่อศั กยภาพประเทศไทยในฐานะฐานการผลิ ตเมล็ดพันธุ์พืชเขตร้อน

ทั้งนี้ ศูนย์ผลิตเมล็ดพันธุ์ดังกล่าวยั งมีบทบาทสำคัญในการสร้างรายได้ เสริมให้แก่เกษตรกรไทย ผ่านระบบเกษตรพันธสัญญาในการผลิ ตเมล็ดพันธุ์ผักคุณภาพสูง เปิดโอกาสให้เกษตรกรใช้พื้นที่ ช่วงพักการปลูกพืชหลัก เช่น ข้าว สร้างรายได้เพิ่ม ลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาพืชเชิ งเดี่ยว และยกระดับสู่การทำเกษตรมูลค่ าสูง
ในโอกาสเดียวกัน อธิบดีกรมวิชาการเกษตร พร้อมคณะผู้บริหาร และผู้บริหารบริษัท ไบเออร์ไทย จำกัด ได้เยี่ยมชมกระบวนการผลิตเมล็ ดพันธุ์ และพบปะเกษตรกรเครือข่ายผู้ผลิ ตเมล็ดพันธุ์ เพื่อเสริมสร้างความร่วมมื อระหว่างภาครัฐและเอกชนในการถ่ ายทอดเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่ การควบคุมคุณภาพ และระบบตรวจสอบรับรองเมล็ดพันธุ์ ตามมาตรฐานสากล

กรมวิชาการเกษตรมีบทบาทสำคั ญในการพัฒนาระบบรับรองคุ ณภาพเมล็ดพันธุ์ การทดสอบพันธุ์พืช การควบคุมมาตรฐาน และการอำนวยความสะดวกทางการค้ าระหว่างประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ ประเทศคู่ค้า และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็ นผู้นำด้านเมล็ดพันธุ์พืชเขตร้ อนคุณภาพสูงของโลก (World Leader of Tropical Seeds)
“ประเทศไทยมีความได้เปรียบด้ านภูมิอากาศเขตร้อน ความหลากหลายทางชีวภาพ และองค์ความรู้ด้านการปรับปรุ งพันธุ์พืช หากภาครัฐและเอกชนร่วมกันพั ฒนาอย่างต่อเนื่อง จะช่วยยกระดับประเทศไทยจากผู้ ผลิตสินค้าเกษตร ไปสู่การเป็นฐานนวัตกรรมเมล็ดพั นธุ์ของโลก ซึ่งจะสร้างรายได้ที่มั่ นคงและยั่งยืนให้แก่ เกษตรกรไทยในระยะยาว” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว
