
สวก. หรือที่เรียกชื่อใหม่ว่า ARDA จับมือกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พัฒนานวัตกรรม“ยาสมุนไพรปรุงเฉพาะรายรักษาโรคสะเก็ดเงิน” ที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและถูกนำไปใช้จริงในสถานพยาบาลภาครัฐพร้อมเดินหน้าผลักดันเข้าสู่ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) เพิ่มทางเลือกการรักษาลดความเหลื่อมล้ำด้านสุขภาพและยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยโรคเรื้อรังทั่วประเทศ นับเป็นทิศทางใหม่ของระบบสุขภาพไทย ที่เน้นการดูแลประชาชนแบบองค์รวม ลดภาระค่าใช้จ่ายระยะยาว และใช้ทรัพยากรทางการแพทย์อย่างคุ้มค่า
ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก.ที่เรียกชท่อใหม่ว่า ARDA เปิดเผยว่า จากข้อมูลสาธารณสุขในแต่ละปีพบมีผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินเกือบ 60,000 ราย เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลของรัฐในประเทศไทย โดยผู้ป่วย 1ใน4 จะมีอาการค่อนข้างหนักจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งร่างกาย ความเครียด และสภาพจิตใจ ถึงแม้การรักษาที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบันจะช่วยบรรเทาอาการได้ แต่ผู้ป่วยจำนวนมากยังต้องรับภาระ ค่ารักษาที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง พร้อมกับความเสี่ยงจาก ผลข้างเคียงของการใช้ยาเป็นเวลานาน หน่วยงานภาครัฐจึงจำเป็นเร่งด่วนในการมองหาแนวทางรักษาที่ตอบโจทย์ผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และต้นทุน

ในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2557–2563) ARDA ได้ให้การสนับสนุนทุนวิจัยแก่โรงพยาบาลพระปกเกล้าอย่างต่อเนื่อง รวม 3 โครงการ เพื่อพัฒนานวัตกรรมการรักษาโรคสะเก็ดเงินด้วยสมุนไพรไทยซึ่งครอบคลุมการบูรณาการแพทย์แผนไทยร่วมกับแพทย์แผนปัจจุบัน ตลอดจนการพัฒนาเภสัชภัณฑ์จากสารสกัดสมุนไพร เพื่อรองรับการศึกษาทางคลินิกอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่ขั้นตอนการพัฒนายาสมุนไพร การทดสอบประสิทธิผล ไปจนถึงการประเมินความปลอดภัยในสัตว์ทดลอง ผลการศึกษาบ่งชี้ว่า “ยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย” สามารถลดความรุนแรงของผิวหนังอักเสบจากโรคสะเก็ดเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยในระดับที่น่าพอใจ สะท้อนถึงองค์ความรู้ของงานวิจัยไทยที่สามารถสร้างผลลัพธ์ที่จับต้องได้จริง มีศักยภาพที่พร้อมพัฒนาต่อยอดเป็นทางเลือกการรักษาที่เหมาะสมกับบริบทของประเทศ
ด้าน ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า “ตำรับยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย” ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อใช้รักษาโรคสะเก็ดเงิน ครอบคลุมทั้งรูปแบบยารับประทาน ยาทา และยาอาบ โดยยึดหลักองค์ความรู้จากคัมภีร์แพทย์แผนไทยดั้งเดิมที่มุ่งปรับสมดุลธาตุให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายและระดับความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยแต่ละราย การพัฒนาดังกล่าวอาศัยความร่วมมือของผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในการคัดเลือกสมุนไพรกว่า 137 ชนิด อาทิ ข่าหนัก ข้าวเย็นใต้ ข้าวเย็นจีน ข้าวเย็นเหนือ หนอนตายอยาก ตะเพียด ทองพันชั่ง เหงือกปลาหมอ ฯลฯ เพื่อให้ได้สูตรยาที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย

ผลการรักษาพบว่าผู้ป่วยที่ได้รับตำรับยาสมุนไพรมีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งการยุบตัวของผื่นการลดลงของการอักเสบ และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การดูแลตามมาตรฐานความปลอดภัย ความสำเร็จจากงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกต่อยอดสู่ระดับนโยบาย โดยปัจจุบันสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เห็นชอบในหลักการแล้ว และอยู่ระหว่างเสนอคณะอนุกรรมการพัฒนาบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร เพื่อพิจารณาบรรจุใน “บัญชีรายการพิเศษ (บัญชี 3)” เพื่อให้หน่วยบริการสามารถเบิกจ่ายได้อย่างเป็นระบบหากได้รับการบรรจุจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ถือสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) และเปิดโอกาสในการยกระดับภูมิปัญญาไทยสู่ระบบสาธารณสุขของประเทศในอนาคต
“นวัตกรรมยาสมุนไพรปรุงเฉพาะราย” นับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับงานวิจัยไทยจากห้องปฏิบัติการสู่การนำไปใช้รักษาผู้ป่วยจริงในระบบบริการสุขภาพ และหากได้รับการบรรจุในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่มีความปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และเท่าเทียมมากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำบทบาทของ ARDA ในการสนับสนุนและเชื่อมโยงงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์จริง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยอย่างยั่งยืน
