
.
สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรี กรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่จัดกิจกรรม “เปิดสวน ชวนปัดดอก” ทุเรียนเมืองนนท์ ปี 2569 เพื่อส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นในการผสมเกสรทุเรียนด้วยมือ ให้เห็นกระบวนการผลิตทุเรียนคุณภาพ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับทุเรียนนนท์ ณ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอบางกรวย (สวนคุณแผ่นดิน) อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี
.
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สถานการณ์ทุเรียนนนท์ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกทุเรียนทั้งหมด 2,138.94 ไร่ เกษตรกร 1,277 ครัวเรือน ให้ผลผลิตรวมประมาณ 41.69 ตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 65 ล้านบาทต่อปี ซึ่งช่วงนี้ถือเป็นช่วงสำคัญสำหรับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ เนื่องจากทุเรียนกำลังเข้าสู่ช่วงระยะติดดอก มีผลต่อการกำหนดคุณภาพและผลผลิต เกษตรกรจึงมีการปัดดอกทุเรียน ซึ่งเป็นภูมิปัญญาดั้งเดิมของเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์ในการช่วยผสมเกสรทุเรียนด้วยมือ โดยใช้ไม้กวาดหรือพู่กันปัดเกสรตัวผู้ให้หล่นลงบนดอกเกสรตัวเมีย

วิธีนี้จะทำให้การผสมเกสรสมบูรณ์มากขึ้น เปอร์เซ็นต์การติดผลสูงขึ้น ส่งผลให้รูปทรงของผลทุเรียนสวยงาม ไม่บิดเบี้ยว มีพูมาก เป็นลักษณะเฉพาะของทุเรียนคุณภาพ ซึ่งภายหลังจากผสมเกสรแล้ว เกษตรกรจะบันทึกวันผสมเกสรไว้ทุกช่อ ทุกต้น เพื่อความแม่นยำในการตัดทุเรียน โดยปีนี้ผลผลิตทุเรียนนนท์จะเริ่มออกจำหน่ายตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป ใช้เวลา 90 – 120 วัน จากวันที่ทำการผสมเกสร เกษตรกรก็จะได้ทุเรียนสุกพอดี
.
สำหรับแผนการสนับสนุนเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์นั้น กรมส่งเสริมการเกษตรได้มอบหมายให้สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีอบรมถ่ายทอดความรู้ สนับสนุนปัจจัยการผลิตที่เหมาะสม ส่งเสริมการรับรองมาตรฐาน การเชื่อมโยงตลาด และการประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างการรับรู้ เพื่อให้ทุเรียนนนท์เป็นมากกว่าแค่ผลไม้ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความภาคภูมิใจของจังหวัดนนทบุรี เป็นตัวอย่างของการทำเกษตรสมัยใหม่ที่ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยี และการจัดการที่ดี เพื่อสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับเกษตรกร

ด้าน นายนิพิจ พินิจผล เกษตรจังหวัดนนทบุรี กล่าวว่า ทุเรียนนนท์มีราคาสูง เพราะเป็นการทำเกษตรแบบประณีต ทำน้อยแต่ได้มาก เน้นคุณภาพ ตอบโจทย์การทำเกษตรในพื้นที่จำกัด แต่สร้างมูลค่าเพิ่มได้สูง โดยในปี 2568 ที่ผ่านมา จังหวัดนนทบุรีมีทุเรียนนนท์ออกจำหน่าย 12,000 ลูก และทุกลูกล้วนมีคุณภาพระดับพรีเมียม สำนักงานเกษตรจังหวัดนนทบุรีจึงมีแนวทางในการส่งเสริมการปลูกทุเรียน 3 เรื่องหลัก ประกอบด้วย
1) การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช เนื่องจากทุเรียนนนท์เป็นพันธุ์พืชท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ จึงต้องอนุรักษ์และสืบทอดพันธุกรรมที่ดีนี้ให้คงอยู่ ไม่ใช่แค่เพื่อเศรษฐกิจ แต่เป็นเรื่องของความหลากหลายทางชีวภาพและมรดกทางวัฒนธรรมด้วย 2) การทำเกษตรแบบประณีต ทำน้อยแต่ได้มาก เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ส่งเสริมให้เกษตรกรเข้าใจว่าการดูแลต้นทุเรียน 10 ต้นให้ได้คุณภาพดี จะสร้างรายได้มากกว่าปลูก 100 ต้น แต่ไม่มีคุณภาพ การบันทึกข้อมูลทุกขั้นตอน การคัดเลือกผลที่มีคุณภาพ การไม่ตัดอ่อน ล้วนเป็นหัวใจของการทำเกษตรแบบประณีต และ 3) การสร้างมาตรฐานและการันตีคุณภาพ

ทั้งนี้จังหวัดนนทบุรีได้ขับเคลื่อนงานภายใต้แบรนด์ “นนทบุรีการันตี” มาตั้งแต่ปี 2563 เพื่อยกระดับสินค้าเกษตรให้มีความปลอดภัย มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ปัจจุบันมีเกษตรกรผ่านการรับรองนนทบุรีการันตี จำนวน 27 ราย และมีเกษตรกรที่ได้รับตราสัญลักษณ์สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) จำนวน 131 ราย
.
อย่างไรก็ตาม สำหรับเกษตรกรชาวสวนทุเรียนนนท์แม้ว่าจะผลิตทุเรียนได้น้อยลงแต่รายได้ต่อหน่วยสูงขึ้นมาก ทุเรียนนนท์ขายเป็นลูก มีราคาสูง บางลูกขายได้หลักหมื่นบาท เกษตรกรไม่ต้องลงทุนสูงในการขยายพื้นที่ แต่ลงทุนในการพัฒนาคุณภาพ ซึ่งเหมาะกับบริบทของจังหวัดนนทบุรีที่เป็นเมือง มีพื้นที่จำกัด สำหรับผู้บริโภคก็จะได้รับประกันว่าทุเรียนที่ซื้อมีคุณภาพจริง ไม่ตัดอ่อน มีการบันทึกข้อมูลตั้งแต่ต้นน้ำ สามารถสืบย้อนได้ นอกจากนี้ยังมีตราสัญลักษณ์ GI และนนทบุรีการันตีเป็นหลักประกันสร้างความเชื่อมั่นที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การโฆษณา
