
ประเทศ ซอรักษ์
กรมประมง เร่งยกระดับอุตสาหกรรมการประมงของไทยให้มีความเข้มแข็ง ด้วยการแก้ไขปัญหาแรงงานภาคประมงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน เดินหน้าสนับสนุนนโยบายรัฐบาล เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการสามารถนำแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ 1 จำนวน 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ที่ได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 สามารถยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตเพื่อทำงานในประเทศไทยถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 และแรงงานต่างด้าวกลุ่มที่ 2 จำนวน 2 สัญชาติ ได้แก่ ลาว และเวียดนาม ที่ได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 สามารถขอยื่นต่ออายุใบอนุญาตเพื่อทำงานได้ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570
นายประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงแรงงาน เสนอคณะรัฐมนตรีมีมติ(ครม.) เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 เรื่อง การต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวสัญชาติลาว เมียนมา และเวียดนาม ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 และวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 โดย ครม.เห็นชอบและอนุมติให้ออกประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงาน จำนวน 4 ฉบับ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลใช้บังคับแล้ว เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 โดยมีรายละเอียด 2 กลุ่ม ดังนี้
1. แนวทางการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2567 โดยให้คนต่างด้าว 3 สัญชาติ ได้แก่ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569 ดำเนินการตรวจสุขภาพ ทำประกันสุขภาพ และยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จ ก่อนที่เอกสารหรือหลักฐานการอนุญาตทำงานหรือใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ (ภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569) เมื่อนายทะเบียนกรมการจัดหางานเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน จะพิจารณาอนุญาตมีสิทธิ์ทำงานได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570 และดำเนินการให้ได้ซึ่งหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง รวมทั้งต้องขอรับการตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเท่ากับอายุใบอนุญาตทำงานต่อไป
2. แนวทางการต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้กับคนต่างด้าวตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 โดยให้คนต่างด้าว 2 สัญชาติ ได้แก่ ลาว และเวียดนาม ซึ่งได้รับอนุญาตทำงานถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ดำเนินการตรวจสุขภาพ ทำประกันสุขภาพ และยื่นขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานให้แล้วเสร็จ ก่อนที่เอกสารหรือหลักฐานการอนุญาตทำงานหรือใบอนุญาตทำงานสิ้นอายุ (ภายในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อนายทะเบียนกรมการจัดหางานเห็นว่าถูกต้องและครบถ้วน จะพิจารณาอนุญาตมีสิทธิ์ทำงานได้ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2570 และดำเนินการให้ได้ซึ่งหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทาง รวมทั้งต้องขอรับการตรวจลงตราอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวเท่ากับอายุใบอนุญาตทำงานต่อไป
ดังนั้น เพื่อให้สอดรับกับประกาศดังกล่าวข้างต้น เป็นไปตามนโยบายกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ที่มุ่งเน้นการยกระดับอุตสาหกรรมการประมงของไทยให้มีความเข้มแข็ง สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและถูกต้องตลอดห่วงโซ่การผลิต ควบคู่การส่งเสริมฟื้นฟูอาชีพ ให้พี่น้องชาวประมง โดยมุ่งเน้นในการแก้ไขปัญหาภาคแรงงาน ในการทำประมงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้แก่ชาวประมง กรมประมงได้จัดทำแนวทางการออกหนังสือคนประจำเรือ สำหรับคนต่างด้าว (Seabook) โดยให้ดำเนินการ ดังนี้
1. เปิดให้ใช้ใบรับคำขอต่ออายุใบอนุญาตทำงานและใบเสร็จรับเงินค่าธรรมเนียมเป็นเอกสารแทนใบอนุญาตทำงาน ประกอบกับเอกสารหลักฐานอื่นตามประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการออกหนังสือคนประจำเรือตามกฎหมายว่าด้วยการประมง ยื่นขอหนังสือประจำเรือสำหรับคนต่างด้าว (Seabook เล่มสีเขียว) ได้ ณ สถานที่รับคำขอ (สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล) โดยให้มีอายุตามระยะเวลาการอนุญาตทำงาน
2. เมื่อคนต่างด้าวได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว ให้นำมายื่นประกอบปรับปรุงข้อมูลหนังสือคนประจำเรือสำหรับคนต่างด้าว กรณีที่มีใบอนุญาตทำงาน (Seabook เล่มสีเขียว) ณ สถานที่รับคำขอ (สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร และสำนักงานประมงจังหวัด 22 จังหวัดชายทะเล) ให้สอดคล้องกับใบอนุญาตทำงานด้วย
อย่างไรก็ตาม กรมประมงขอเน้นย้ำว่า ชาวประมงที่ประสงค์จะนำแรงงานกลุ่มดังกล่าวทำงานในเรือประมง ต้องไปดำเนินการขอรับการตรวจอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยและดำเนินการตามประกาศกระทรวงแรงงานให้ครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนดต่อไป มิเช่นนั้น หากการอนุญาตทำงานหรืออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลง จะส่งผลให้หนังสือคนประจำเรือสิ้นอายุด้วย
ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานประมงพื้นที่กรุงเทพมหานคร หรือกองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตร กลุ่มกิจการแรงงานในภาคประมง โทรศัพท์ 06-6114-5077 หรือที่ Facebook Page : กองบริหารจัดการทรัพยากรและกำหนดมาตรการ https://www.facebook.com/fishmanagement
