
กรมประมง โชว์ศักยภาพขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ในเวทีผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค สร้างความสมดุลประสิทธิภาพการผลิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน พร้อมชู 5 กลยุทธ์หลัก “การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต-การพัฒนาสัตว์น้ำพันธุ์ดีและมีคุณภาพสูง-การขับเคลื่อนการเกษตรอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ-การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ-การเสริมสร้างความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”
วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง นำคณะผู้แทนประเทศไทยเข้าร่วม การประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแลกเปลี่ยนแนวปฏิบัติที่ดีในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ APEC Region ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กรอบความร่วมมือของคณะทำงานด้านมหาสมุทรและการประมงเอเปค ( OFWG) และเป็นส่วนหนึ่งของการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค 2026 (APEC 2026) ณ ศูนย์การประชุมนานาชาติไป่หยุน เมืองกว่างโจว สาธารณรัฐประชาชนจีน

ในงานนี้มีผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน จากองค์กรระหว่างประเทศและประเทศสมาชิกจากเขตเศรษฐกิจเอเปคเข้าร่วม อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน ออสเตรเลีย แคนาดา ญี่ปุ่น สาธารณรัฐเกาหลี ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา บรูไน อินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ ไต้หวัน ชิลี เม็กซิโก เปรู รัสเซีย ปาปัวนิวกินี เวียดนาม และประเทศไทย เข้าร่วมประชุม
นางฐิติพร เปิดเผยว่า การประชุมดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างเขตเศรษฐกิจเอเปคในการยกระดับศักยภาพการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้เติบโตควบคู่กับความมั่นคงทางเศรษฐกิจ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางอาหารและตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ

ฐิติพร หลาวประเสริฐ
โดยมุ่งเน้นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม การส่งเสริมการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการพัฒนานโยบายและแนวทางความร่วมมือเชิงบูรณาการ เพื่อขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่สามารถอยู่ร่วมกับความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างสมดุลและยั่งยืน ซึ่งสาระสำคัญของการประชุม ประกอบด้วย
1. การเสริมสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับแนวปฏิบัติ เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่สนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างเคร่งครัด
2. การแลกเปลี่ยนกรณีศึกษาความสำเร็จในการยกระดับการกำกับดูแลด้านสิ่งแวดล้อม และการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและคงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพ

3. การเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อสะท้อนอุปสรรค โอกาส และแนวทางรับมือกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความผันผวนทางการค้า ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่อการบริหารจัดการการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำสู่ความยั่งยืนในระยะยาว
4. การเสริมสร้างความร่วมมือและพัฒนาแนวปฏิบัติในระดับภูมิภาค เพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเป็นรูปธรรม
ในโอกาสนี้ กรมประมงจึงได้นำเสนอแนวทาง “แนวปฏิบัติภาครัฐของไทยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน : การสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพการผลิต การติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อม และการกำกับดูแลภายใต้กรอบกฎหมาย ผ่านการขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม”
ทั้งนี้เป็นไปตามที่กรมประมงได้มีการกำหนดกรอบนโยบายและกฎระเบียบด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ควบคู่กับการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างสมดุลในมิติเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ผ่านการบูรณาการความร่วมมือภายใต้นโยบาย “Fisheries Connect for Sustainability” เพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน ซึ่งการนำเสนอครั้งนี้ ได้สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของประเทศไทยในการมุ่งสู่การพลิกโฉมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยให้ความสำคัญกับ 5 กลยุทธ์หลัก ได้แก่

1. การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต 2. การพัฒนาสัตว์น้ำพันธุ์ดีและมีคุณภาพสูง ,3. การขับเคลื่อนการเกษตรอัจฉริยะและเกษตรแม่นยำ,4. การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ,และ 5. การเสริมสร้างความปลอดภัยทางชีวภาพในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
นอกจากนี้ กรมประมงยังได้นำเสนอการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการดำเนินโครงการความร่วมมือด้านการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ องค์กรข่ายงานศูนย์เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแห่งเอเชียแปซิฟิก และองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำคาร์บอนต่ำในฟาร์มกุ้งทะเล
การประยุกต์ใช้แนวทางแก้ไขปัญหาที่อาศัยธรรมชาติ อาทิ การเพาะเลี้ยงแบบผสมผสานและการเพาะเลี้ยงหลายระดับโภชนาการ การเลี้ยงปลาในนาข้าวการใช้โปรตีนทางเลือกจากหนอนแมลงวันลายเป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์น้ำ และการส่งเสริมการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ไม่ต้องให้อาหาร เช่น สาหร่ายทะเลและปลิงทะเล ซึ่งช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรธรรมชาติและระบบนิเวศ
ขณะเดียวกัน กรมประมงยังได้ผลักดันการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมสมัยใหม่มาใช้ในระบบการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน อาทิ ระบบเพาะเลี้ยงแบบหมุนเวียนน้ำ การลดต้นทุนพลังงานและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในฟาร์มเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ
รวมถึงการใช้เครื่องให้อากาศอัจฉริยะ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อยกระดับประสิทธิภาพด้านการตรวจสอบย้อนกลับและการกำกับดูแลตลอดห่วงโซ่การผลิต ผ่านระบบติดตามคุณภาพน้ำแบบเรียลไทม์ และระบบตรวจวินิจฉัยโรคสัตว์น้ำพร้อมให้คำแนะนำทางไกล ซึ่งช่วยยกระดับความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหาร เพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์มและการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และสนับสนุนการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยสู่ความยั่งยืนในระดับสากล
อธิบดีกรมประมง กล่าวอีกว่า การเข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงบทบาทเชิงรุกและความมุ่งมั่นของกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการบูรณาการความร่วมมือกับเขตเศรษฐกิจเอเปค โดยเน้นย้ำว่าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าเป็นภาคีที่เข้มแข็งและมีความรับผิดชอบบนเวทีนานาชาติ ในการร่วมกำหนดทิศทางการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ถ่ายทอดองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเสริมสร้างความร่วมมือ
เพื่อขับเคลื่อนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน สร้างความสมดุลประสิทธิภาพการผลิต เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม อันจะนำไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความสมดุลของระบบนิเวศในระยะยาวต่อไป
