CPCRT เครือ CP เดินหน้าลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานประเทศไทยในสวนยาง ล่าสุดผ่านการขึ้นทะเบียนโครงการ อบก. เป็นโครงการที่ 3 แล้ว

ธุรกิจพืชครบวงจร​ ข้าว​ ขนส่ง​และบริการ เครือเจริญโภคภัณฑ์​ ขับเคลื่อนโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (Standard T-VER) ผ่านการขึ้นทะเบียนโครงการจากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. เป็นโครงการที่ 3 เรียบร้อยแล้ว

นายเกรียงไกร วัฒนาสว่าง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ​ธุรกิจพืชครบวงจรข้าว ขนส่งและบริการ​ ​(CPCRT)​ เครือเจริญโภคภัณฑ์​ เปิดเผยว่า ภายหลังจากการที่ คณะกรรมการฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีมติเห็นชอบให้ขึ้นทะเบียน “โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพาราบริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม (The Capturing and Reducing Greenhouse Gas Emissions Project in Rubber Plantations, Charoen Pokphand Agriculture Company Limited, Uthai thani and Nakhonphanom Province.)” ตามมาตรฐานของประเทศไทย (Standard T-VER) ประเภทการลด ดูดซับ และการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกจากภาคป่าไม้และการเกษตร (FOR&AGI)

ล่าสุดได้ผ่านการขึ้นทะเบียนเป็นโครงการที่​ 3 ที่ได้ดำเนินโครงการในพื้นที่เกษตรกรจำนวน 3,409.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 tCO2eq/year ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568 – 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 tCO2eq (ตัน คาร์บอนไดออกไซด์หรือเทียบเท่า)​

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาจากนโยบายคุณประสิทธิ์ ดำรงชิตานนท์ รองประธานกรรมการ ธุรกิจพืชครบวงจร ข้าว ขนส่งและบริการ ได้ให้การสนับสนุนธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ร่วมมือกับธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด และสำนักบริหารความยั่งยืน ธรรมาภิบาลและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ดำเนินโครงการฯดังกล่าว​ของธุรกิจฯ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในความรับผิดชอบต่อสังคมในการลดผลกระทบจากการเกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงในปัจจุบัน เพื่อเตรียมความพร้อมสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ในปี 2030 และคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี 2050 ตามเป้าหมายเครือเจริญโภคภัณฑ์​นั้น​

ทั้งนี้ที่ผ่านมา​บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตร​ ดำเนินโครงการดังกล่าวในเริ่มตั้งแต่ปี​ 25567-2568 จำนวน​ 3 โครงการ รวมพื้นที่​ 7,774.25 ไร่ คิดเป็นปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้รวม 33,207 tCO2eq/year. ประกอบด้วย โครงการที่ 1 โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดเลย พื้นที่ 3,400.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,535 tCO2eq/year ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (5 เมษายน 2567 – 4 เมษายน 2574) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,745 tCO2eq

โครงการที่ 2 โครงการการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดเลย โครงการ 1/2568​พื้นที่​ 964.55 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 4,129 tCO2eq/year ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (6 พฤษภาคม 2568 – 5 พฤษภาคม 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 28,903 tCO2eq

และล่าสุดโครงการที่ 3 โครงการกักเก็บและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสวนยางพารา บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด จังหวัดอุทัยธานี และจังหวัดนครพนม พื้นที่​ 3,409.35 ไร่ มีปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่คาดว่าจะลด/กักเก็บได้ 14,543 tCO2eq/year ระยะเวลาคิดเครดิตของโครงการ 7 ปี (20 มิถุนายน 2568 – 19 มิถุนายน 2575) คาดการณ์คาร์บอนเครดิต 7 ปี รวม 101,801 tCO2eq

สำหรับปี​ 2569 ธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์การเกษตรจำกัด มีเป้าหมายร่วมกับ ธุรกิจคาร์บอนเครดิต บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด ขยายผลการดำเนินโครงการฯ​ ในพื้นที่เป้าหมาย​ของเกษตรกรเครือข่าย​ พื้นที่​ 10,000 ไร่ และในอนาคตธุรกิจคาร์บอนเครดิต​มีเป้าหมาย​ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย​(กยท.) เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวในพื้นที่ที่ผ่านการขึ้นทะเบียนกับการยางแห่งประเทศไทยต่อไป

นายเกรียงไกร กล่าวว่า​ ที่ผ่านมาธุรกิจยางพาราครบวงจร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์การเกษตร จำกัด ได้ดำเนินงาน​ธุรกิจยางพาราในรูปแบบครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยบริษัทฯ เล็งเห็นปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ( Climate Change) เกิดสภาวะโลกร้อนไปทั่วโลกศักยภาพด้านการดูดซับและกักเก็บก๊าซเรือนกระจกของต้นยางพารา นอกเหนือจากการผลิตยางธรรมชาติและผลิตภัณฑ์ไม้ยางพารา โดยศักยภาพดังกล่าวถือเป็นผลพลอยได้นำมาใช้ประโยชน์สามารถสร้างรายได้เสริมเพิ่มจากอาชีพหลักเกิดความยั่งยืนให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา โดยบริษัทฯเป็นผู้ดำเนินการโครงการ​ และการลงทุนทั้งหมดให้กับเกษตรกรจนถึงผ่านการขึ้นทะเบียนกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก และแบ่งปันผลประโยชน์จากการขายคาร์บอนเครดิตให้เกษตรกรตามเงื่อนไขข้อตกลง

ทั้งนี้นี้บริษัทฯได้มีเป้าหมายที่จะพัฒนาธุรกิจอย่างเป็นระบบครบวงจรเพื่อให้เกิดรายได้ที่ดีเกิดความยั่งยืนแก่เกษตรกรสวนยางพาราในเครือข่ายของธุรกิจ โดยให้ความสำคัญในการทำธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยได้ดำเนินการรับซื้อยางพาราจากเกษตรกรที่ขายยางพาราให้แก่บริษัทฯ ว่ามีการครอบครองที่ดิน และกระบวนการผลิตถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้แน่ใจว่าผลผลิตจากสวนยางพาราที่นำส่งให้บริษัทฯไม่ได้บุกรุกทำลายป่า สามารถตรวจสอบย้นกลับ​ สอดคล้องกับมาตรฐาน​ European Union Deforestation Regulation (EUDR) กฎระเบียบว่าด้วยสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป หรือ​และมาตรฐาน Forest Stewardship Council (FSC)สภาการจัดการป่าไม้การรับรอง (Certify)ผลิตภัณฑ์ไม้ กระดาษ และบรรจุภัณฑ์ ว่ามาจากป่าไม้ที่ได้รับการจัดการอย่างมีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

พร้อมกันนี้ยังได้พัฒนาธุรกิจต้นน้ำเกษตรกรสมาชิกโครงการฯ ให้มีรายได้เสริมจากอาชีพหลักจากการขายคาร์บอนเครดิตในสวนยางพารา สอดคล้องตามหลัก 3 ประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น​ เกษตรกรมีรายได้เสริมเพิ่มจากการขายคาร์บอนเครดิตจากอาชีพหลัก ควบคู่กับการพัฒนาธุรกิจเกิดความยั่งยืน ให้ความสำคัญต่อเศรษฐกิจ​ สังคม และสิ่งแวดล้อม​ ในชุมชน​ ตามนโยบายและเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์​ในการก้าวสู่เป็นองค์กรที่เป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon neutrality 2030) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net zero emissions 2050)