กรมวิชาการเกษตร เปิดตัว 2 นวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูง ชาพันธุ์ใหม่ “กวก. เชียงใหม่ 1”-แปลงสตรอว์เบอร์รีปลอดสาร หวังยกระดับรายได้เกษตรกรบนพื้นที่สูง

กรมวิชาการเกษตร เปิดตัว 2 นวัตกรรมเกษตรมูลค่าสูง ชาพันธุ์ใหม่ “กวก. เชียงใหม่ 1” สำหรับแปรรูปมัทฉะคุณภาพสูง และแปลงต้นแบบการผลิตสตรอว์เบอร์รีปลอดสารเคมี มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกรบนพื้นที่สูง ลดการพึ่งพาการนำเข้า และขับเคลื่อนเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน
 นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) สถาบันวิจัยพืชสวนเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569 ที่ผ่านมาว่า กรมวิชาการเกษตรได้นำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านการปรับปรุงพันธุ์และเทคโนโลยีการผลิตมาต่อยอดเชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มมูลค่าให้ผลผลิตทางการเกษตร และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้แก่เกษตรกรและชุมชนในพื้นที่สูง
หรับชาพันธุ์ “กวก. เชียงใหม่ 1” เป็นผลงานการปรับปรุงพันธุ์ที่ใช้เวลานานกว่า 30 ปี มีคุณลักษณะเด่นให้ผลผลิตเฉลี่ย 958 กิโลกรัมต่อไร่ต่อปี สูงกว่าพันธุ์เดิมร้อยละ 16–20 ใบชาบางเป็นพิเศษ 0.11 มิลลิเมตร ส่งผลให้มัทฉะที่ได้มีกลิ่นหอม รสนุ่ม ไม่ฝาด และมีสีเขียวสด เหมาะสำหรับตลาดพรีเมียม ทั้งในและต่างประเทศ โดยกรมวิชาการเกษตรตั้งเป้าเร่งขยายพันธุ์จำนวน 1 ล้านต้น เพื่อลดการนำเข้าชาเขียวและมัทฉะ ควบคู่กับการประชาสัมพันธ์คุณภาพชาไทยสู่ตลาดสากล ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มการเติบโตของตลาดมัทฉะโลก ทั้งนี้ ชาพันธุ์ดังกล่าวเหมาะปลูกในพื้นที่สูงมากกว่า 700 เมตร ในภาคเหนือตอนบน และขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ
ขณะเดียวกัน ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) ได้พัฒนาแปลงต้นแบบการผลิตสตรอว์เบอร์รีปลอดภัย โดยใช้เทคโนโลยีการผลิตและเทคโนโลยีชีวภัณฑ์ของกรมวิชาการเกษตรทดแทนการใช้สารเคมี ประกอบด้วยเชื้อราไตรโคเดอร์มา (DOA-TH50) สำหรับควบคุมโรคทางดิน เชื้อแบคทีเรีย Bacillus subtilis (BS-DOAW16) เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันพืช และปุ๋ยหมักเติมอากาศเป็นแหล่งธาตุอาหาร  สามารถลดต้นทุนการผลิตลงได้ถึงร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับระบบการผลิตแบบเดิม และยังช่วยปรับปรุงคุณภาพดิน ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้บริโภค
 จากการบริหารจัดการพื้นที่ปลูกสตรอว์เบอร์รี 1 ไร่ ใช้ต้นกล้าประมาณ 10,000 ต้น ใช้เงินลงทุนราว 50,000 บาท สามารถสร้างกำไรสุทธิได้ประมาณ 300,000 บาท ภายในระยะเวลา 3 เดือน โดยผลผลิตร้อยละ 60 เป็นผลผลิตคุณภาพระดับพรีเมียม จำหน่ายได้ราคาประมาณ 200 บาทต่อกิโลกรัม และหากขยายผลสู่เชิงพาณิชย์ในพื้นที่ 20 ไร่ จะสามารถสร้างรายได้รวมไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อรอบการผลิต ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ประสิทธิภาพการจัดการ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่
     ปัจจุบันสตรอว์เบอร์รีพันธุ์พระราชทาน 80 ยังคงเป็นพันธุ์หลักในการผลิตเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่สูงของประเทศไทย โดยกรมวิชาการเกษตรอยู่ระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีความต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชในระดับสูงขึ้น เพื่อสนับสนุนความมั่นคงทางรายได้ของเกษตรกรอย่างยั่งยืน คาดว่าจะพร้อมเผยแพร่ภายในระยะเวลา 3–5 ปี
     “กรมวิชาการเกษตรย้ำมุ่งขับเคลื่อนนโยบายเกษตรกรรมยั่งยืน ลดการใช้สารเคมี พัฒนาพันธุ์สตรอว์เบอร์รีใหม่คุณภาพสูง เพิ่มมูลค่าผลผลิตผ่านการแปรรูป และสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้เกษตรกร โดยชาพันธุ์ “กวก. เชียงใหม่ 1” และแปลงต้นแบบสตรอว์เบอร์รีปลอดสาร ถือเป็นตัวอย่างรูปธรรมของการนำงานวิจัยไปใช้จริง เพื่อลดการนำเข้า เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และยกระดับเศรษฐกิจชุมชนบนพื้นที่สูงอย่างยั่งยืน สำหรับเกษตรกรและผู้ที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยเกษตรหลวงเชียงใหม่ (แม่จอนหลวง) โทร. 0 5311 4133-6 ต่อ 112” อธิบดีกรมวิชาการเกษตร กล่าว