ผลวิจัยชี้ชัด “วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย” ในสวนปาล์มฯ ประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงถึงไร่ละกว่า 348 บาทต่อไร่ ดันกำไรเพิ่ม 3,533 บาท

สศก. ชี้ ทิศทางปาล์มน้ำมันยุคใหม่ มุ่งสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เผยผลวิจัย ‘วิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย’ ตอบโจทย์สุดคุ้ม ประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้เฉลี่ย 348.61 บาทต่อไร่ ดันกำไรเพิ่ม 3,533 บาทต่อไร่ แถมปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกษตรกรทั่วไปถึง 93.44 กิโลกรัมคาร์บอนฯ

นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) และข้อกำหนดทางการค้าที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นโจทย์ท้าทายสำคัญของภาคเกษตรไทยที่ต้องเร่งปรับตัวสู่สังคมคาร์บอนต่ำ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน สศก. จึงได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเรื่อง “การศึกษาต้นทุนส่วนเพิ่มการลดก๊าซเรือนกระจกสินค้าพืชเศรษฐกิจ (ปาล์มน้ำมัน)” โดยมีเป้าหมายเพื่อประเมินศักยภาพและความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของมาตรการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในภาคการผลิตปาล์มน้ำมัน เพื่อจัดทำข้อมูลเชิงประจักษ์สนับสนุนการกำหนดนโยบายการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน ตามแนวทาง BCG Model

พีรพันธ์ คอทอง

สำหรับการศึกษาครั้งนี้ สศก. โดยสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8, 9 และ 10 ได้รวบรวมข้อมูลจากการสัมภาษณ์เกษตรกรในปีการผลิต 2567 ในพื้นที่แหล่งผลิตปาล์มน้ำมันที่สำคัญของประเทศไทย จำนวน 10 จังหวัด  ได้แก่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชุมพร พังงา ระนอง นครศรีธรรมราช พัทลุง ตรัง สตูล และประจวบคีรีขันธ์ ครอบคลุมกลุ่ม ตัวอย่างเกษตรกร จำนวน 304 ราย โดยนำแนวคิด ต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (Marginal Abatement Cost: MAC) มาเป็นกรอบในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความคุ้มค่าระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน

จากผลการศึกษาเปรียบเทียบระหว่างเกษตรกรทั่วไปและเกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน พบว่า “การวิเคราะห์ดินก่อนการใส่ปุ๋ย” โดยสามารถช่วยให้เกษตรกร ประหยัดต้นทุนค่าปุ๋ยลงได้เฉลี่ย 348.61 บาทต่อไร่ เนื่องจากการใช้ปุ๋ยที่ตรงตามความต้องการของดินและพืช ช่วยลดการใช้แม่ปุ๋ยที่เกินความจำเป็น ซึ่งแม้ภาพรวมเกษตรกรกลุ่มนี้จะมีต้นทุนการผลิตรวมสูงกว่าเกษตรกรทั่วไป (ประมาณ 248.55 บาทต่อไร่) ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการเก็บเกี่ยวที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณผลผลิต

แต่เมื่อพิจารณาผลลัพธ์ที่ได้นับว่าคุ้มค่ามาก เพราะทำให้มี ผลผลิตปาล์มน้ำมันเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 632.48 กิโลกรัมต่อไร่ และกำไรสุทธิของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 3,533.68 บาทต่อไร่ หรือคิดเป็น 0.53 บาทต่อกิโลกรัม สะท้อนให้เห็นว่าสามารถสร้างแรงจูงใจทางด้านเศรษฐกิจให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการผลิตไปสู่แนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยสร้างรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

ในด้านสิ่งแวดล้อม ผลการศึกษาพบว่า เกษตรกรที่ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำกว่าเกษตรกรทั่วไปถึง 93.44 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (kgCO2e) ต่อไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 10.94 โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซไนตรัสออกไซด์ (N2O) จากปุ๋ยเคมี ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุดในกระบวนการผลิต

เมื่อพิจารณาในเชิงเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม พบว่า การวิเคราะห์ดินก่อนใส่ปุ๋ย มีค่าต้นทุนส่วนเพิ่มในการลดก๊าซเรือนกระจก (MAC) เท่ากับ -37.81 ซึ่งตัวเลขที่ติดลบนี้มีความหมายสำคัญ คือ เมื่อเกษตรกรเปลี่ยนจากการผลิตปาล์มแบบทั่วไปมาใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดิน จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดการลดก๊าซเรือนกระจก 1 kgCO2e   ได้เท่ากับ 37.81 บาท ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ Win-Win คือสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ควบคู่ไปกับการลดต้นทุนการผลิตโดยรวม นับเป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน และมีศักยภาพในการขยายผลในวงกว้างระดับประเทศ

จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่า การลดก๊าซเรือนกระจกสร้างกำไรเพิ่มได้จริง โดยใช้แรงจูงใจทางเศรษฐกิจนำทาง อย่างไรก็ตาม ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นเรื่องคุณภาพปุ๋ยชุมชนและความต่อเนื่องของการตรวจดิน ทั้งนี้ สศก. แนะให้ เกษตรกร ปรับการใส่ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินและรวมกลุ่มเพื่อเข้าถึงเทคโนโลยี ส่วน ภาครัฐ ต้องบริการตรวจดินให้ รวดเร็ว แม่นยำ เข้าถึงง่าย ยกระดับมาตรฐานปุ๋ยชุมชน และเตรียมความพร้อมสู่ตลาดคาร์บอนเครดิต เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำคัญ  ในการขับเคลื่อนปาล์มน้ำมันไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป สำหรับท่านที่สนใจผลการศึกษาเพิ่มเติม สามารถสอบถามมาได้ที่ สำนักงานเศราฐกิจการเกษตรที่ 9 สงขลา (สศท.9) โทรศัพท์ 074 312 996 ในวันและเวลาราชการ