สศก.ชูแนวทางปฏิบัติ  “9 เรื่องใน 365 วัน” เสริมความเข้มแข็งงานวิเคราะห์เศรษฐกิจการเกษตร

เลขาธิการ สศก. มอบแนวทางปฏิบัติ  “9 เรื่องใน 365 วัน” เสริมความเข้มแข็งงานวิเคราะห์เศรษฐกิจการเกษตรและการสื่อสารสาธารณะ เน้นจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ยึดประชาชนและเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยนำเสนอข้อมูลและสาระเชิงเศรษฐกิจให้เข้าใจง่าย ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้

การประชุมผู้บริหารและบุคลากรเพื่อสื่อสารแนวทางการทำงาน “9 เรื่องใน 365 วัน”  สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 เพื่อมุ่งพัฒนางานวิเคราะห์เศรษฐกิจการเกษตรให้ทันต่อสถานการณ์ เปรียบเทียบได้ และตรวจสอบได้ พร้อมพัฒนาการสื่อสารสาธารณะให้ชัดเจน เข้าใจง่าย และใช้ประโยชน์ได้จริง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายและการทำงานร่วมกับเครือข่ายทุกภาคส่วนนั้น ทาง นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร  ได้เน้นจะเน้นการทำงานเชิงระบบ

โดยเพิ่มคุณภาพ “ข้อมูล-การวิเคราะห์-การสื่อสาร” ให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น พร้อมพัฒนาเครื่องมือและกระบวนการทำงานให้ทำซ้ำได้ ลดความซ้ำซ้อน และยกระดับมาตรฐานรายงานให้เทียบเคียงแนวปฏิบัติสากล ทั้งนี้เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูล ได้แก่ เกษตรกร ประชาชน หน่วยงานรัฐ และภาคเอกชน สามารถเข้าใจภาพรวมเศรษฐกิจเกษตรและแนวโน้มสำคัญได้ชัดเจนขึ้น

ทั้งนี้ สศก. ได้กำหนดแนวทางปฏิบัติ 9 เรื่องใน 365 วัน” เพื่อขับเคลื่อนงานสำคัญ ดังนี้ 1.พัฒนารายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจรายปี ให้มีความรอบด้านและเปรียบเทียบได้ โดยใช้ชุดแบบจำลองมากกว่า 1 โมเดล และสรุปผลในรูปแบบที่เข้าใจง่าย 2.เสริมความเข้มแข็งทีมเศรษฐกิจและทีมข้อมูล ครอบคลุมงานจัดการข้อมูล งานวิเคราะห์เศรษฐกิจ และงานวิเคราะห์เชิงนโยบาย พร้อมแนวทางทำงานร่วมกันทั้งส่วนกลางและภูมิภาค 3.พัฒนาประเด็น “เขตเศรษฐกิจการเกษตร” เพื่อศึกษาแนวทางยกระดับศักยภาพพื้นที่เกษตร และสร้างต้นแบบการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ที่ขยายผลได้

4.ยกระดับมาตรฐานงานวิจัยและบทวิเคราะห์เชิงเศรษฐกิจ ให้มีกรอบวิธีคิดและรูปแบบรายงานที่ชัดเจน โดยเน้นการสรุปสาระสำคัญสำหรับผู้กำหนดนโยบายควบคู่กับหลักฐานเชิงวิชาการ  5.เชื่อมเครือข่ายนักเศรษฐศาสตร์ นักสถิติ และหน่วยงานวิชาการ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และพัฒนาคุณภาพงานวิเคราะห์อย่างต่อเนื่อง 6.พัฒนากรอบพิจารณาโครงการ/มาตรการด้านเกษตร ให้มีการประเมินผลลัพธ์และความคุ้มค่า ในภาพรวมอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญของข้อเสนอ

7.พัฒนาระบบติดตามสถานการณ์ราคาและตลาดสินค้าเกษตร พร้อมสรุปสาระสำคัญเป็นระยะ เพื่อสนับสนุนการสื่อสารสาธารณะและการทำงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 8.เสริมระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน ให้สอดคล้องกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การทำงานมีความรอบคอบและมาตรฐานเดียวกัน และ 9.ทบทวนและพัฒนาแผนปฏิบัติการดิจิทัล 5 ปีของ สศก. เพื่อให้เครื่องมือดิจิทัลสนับสนุนงานข้อมูล งานวิเคราะห์ และการเผยแพร่รายงานอย่างมีประสิทธิภาพ

นายพีรพันธ์ กล่าวว่า สศก. จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารที่ยึดประชาชนและเกษตรกรเป็นศูนย์กลาง โดยนำเสนอข้อมูลและสาระเชิงเศรษฐกิจให้เข้าใจง่าย ชัดเจน และสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภาคเกษตรของประเทศให้เดินหน้าอย่างมั่นคง