
“ธรรมนัส” มอบนโยบายสำคัญแก่ทูตเกษตรใน 8 ประเทศ 11 สำนักงานฯ เน้นย้ำยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่สากล เน้นรักษาฐานเดิม-รุกตลาดมุ่งเป้า-ขยายเครือข่าย พร้อมให้เจาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสใหม่ ทั้งม้าน้ำแห้ง ตุ๊กแกแห้ง จระเข้มีชีวิตเพื่อการบริโภค และพ่อแม่พันธุ์จระเข้เพื่อการเพาะเลี้ยง
ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมมอบนโยบายแก่สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ (ทูตเกษตร) จำนวน 11 แห่งทั่วโลก
โดยมี นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นางสาวนฤมล สงวนวงศ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 123 และผ่านระบบประชุมทางไกล Zoom Meeting
การมอบนโยบายสำคัญแก่ทูตเกษตร ของ ร้อยเอก ธรรมนัส ในครั้งนี้ เน้นการขับเคลื่อนภาคการเกษตรด้วยกลยุทธ์ “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ภายใต้แนวทางหลัก 3 ประการ ได้แก่ (1) รักษาฐานเดิม เพื่อคงความเชื่อมั่นในตลาดหลักที่มีความแข็งแกร่ง (2) รุกตลาดมุ่งเป้า โดยเจาะกลุ่มสินค้าที่มีศักยภาพเพื่อสร้างโอกาสใหม่ เช่น ม้าน้ำแห้ง ตุ๊กแกแห้ง จระเข้มีชีวิตเพื่อการบริโภค และพ่อแม่พันธุ์จระเข้เพื่อการเพาะเลี้ยง และ (3) ขยายเครือข่าย ผ่านการกระชับความร่วมมือกับประเทศคู่ค้าสำคัญ อาทิ สาธารณรัฐประชาชนจีน

รวมถึงการแสวงหาโอกาสเพิ่มช่องทางการจำหน่าย เช่น แพลตฟอร์มดิจิทัล (E-commerce) เพื่อให้สินค้าเกษตรไทยสามารถเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง พร้อมกำชับให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องติดตามความคืบหน้าการจัดทำและการลงนามเอกสารความตกลงด้านการเกษตรที่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนความร่วมมือและเปิดตลาดสินค้าเกษตรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
อีกทั้ง ยังได้เน้นย้ำให้ทูตเกษตรปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อรับมือกับมาตรการทางการค้าที่มิใช่ภาษีซึ่งมีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแก้ไขปัญหาและอุปสรรคของสินค้าเกษตรไทย เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในเวทีโลก
อย่างไรก็ตาม ทูตเกษตรได้รายงานภาพรวมสถานการณ์การค้าสินค้าเกษตรไทยในปี 2568 ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดหลัก อาทิ จีน สหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกา แม้สถานการณ์เศรษฐกิจโลกจะเผชิญความท้าทาย
แต่สินค้าเกษตรและอาหารของไทยหลายรายการยังคงมีแนวโน้มที่ดี รมว.เกษตรฯ จึงเน้นย้ำให้เร่งแก้ไขปัญหาอุปสรรค ควบคู่กับการรักษามาตรฐานสินค้า และการคาดการณ์โอกาสในตลาดใหม่

นอกจากนี้ รมว.เกษตรฯ จะเร่งหารือหน่วยงานในสังกัด เพื่อผลักดันการขยายการส่งออกกล้วยหอมไทยไปญี่ปุ่นให้ได้เต็มโควตา ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยส่งออกเพียงร้อยละ 31 จากโควตาทั้งหมด ขณะเดียวกันได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมร่วมงานมหกรรมพืชสวนโลกนานาชาติ International Horticultural Expo 2027 หรือ GREEN x EXPO 2027 ณ เมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น เพื่อประกาศศักยภาพสินค้าเกษตรไทยในเวทีโลกอีกด้วย
