กรมวิชาการเกษตร ปลื้ม! ผลไม้ไทยครองแชมป์ยอดนิยมในจีน จับตาเวียดนาม-ฟิลิปปินส์คู่แข่งทุเรียนไทย

  •  
  •  
  •  
  •  
รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร “ภัสชญภณ หมื่นแจ้ง” นำทีมลุยแดนมังกรติดตามสถานการณ์การค้าผลไม้ไทย ปลื้ม! ผลไม้ไทยครองแชมป์ผลไม้ยอดนิยมในจีน โดยเฉพาะทุเรียนทั้งหมองทอง พวงมณี ก้านยาว ชะนี  มูซานคิง ขณะที่คู่แข่งสำคัญคือเวียดนาม และ ฟิลิปปินส์

        นายภัสชญภณ หมื่นแจ้ง รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตรและโฆษกกรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย นางสาวปทุมวดี อิ่มทั่ว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง และคณะ เดินทางเข้าพบผู้จัดการทั่วไปบริษัทซินฟาตี้ (Xinfadi) และทีมงานเพื่อเยี่ยมชมการดำเนินงานและติดตามสถานการณ์การค้าผลไม้ของไทย ณ ตลาดซินฟาตี้ ปักกิ่ง ซึ่งเป็นตลาดค้าส่งสินค้าเกษตรที่สำคัญทางตอนเหนือของจีน เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา

        ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายได้หารือสถานการณ์การค้าผลไม้ของไทยและแนวทางในการขยายผลไม้ไทยในของตลาดซินฟ้าตี้ โดย นายจาง เยว่ หลิน (Zhang Yuelin) ผู้จัดการทั่วไปของตลาดซินฟาตี้ กล่าวว่า ผลไม้ไทยครองตำแหน่งผลไม้ยอดนิยมในจีน และผู้บริโภคจีนให้ความสนใจมากที่สุดโดยเฉพาะทุเรียนไทย และทางตลาดซินฟาตี้ได้วางแผนที่จะจัดตั้งศูนย์ผลไม้นานาชาติ และ ศูนย์ทุเรียนไทย เพื่อที่จะให้ผู้บริโภคชาวจีนได้เข้าถึงตลาดได้มากยิ่งขึ้น โดยศูนย์ผลไม้นานาชาตินี้อยู่ระหว่างการก่อสร้างและคาดว่าจะเสร็จสิ้นในเร็วๆ นี้  รวมทั้งยังมีแผนจัดเทศกาลผลไม้ในช่วงเดือนสิงหาคมเพื่อประชาสัมพันธ์ผลไม้ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
      นายภัสชญภณ  กล่าวว่า  ขอขอบคุณตลาดซินฟาตี้ที่มีส่วนทำให้ผลไม้ไทยขยายช่องทางตลาดผู้บริโภคในหลายๆพื้นที่ในจีนโดยเฉพาะภาคเหนือ อีกทั้งให้การรับรองด้านการควบคุมคุณภาพของผลไม้ไทยเพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับของการนำเข้าผลไม้ของจีนและให้ได้ผลไม้ที่มีคุณภาพดีส่งถึงมือผู้บริโภคจีน รวมถึงด้านปริมาณที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับคุณภาพให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคจีน
        โดยผู้จัดการด้านผลไม้นำเข้าตลาดซินฟาตี้ ได้รายงานให้ทราบถึงสถานการณ์การค้าของทุเรียนในจีนที่ขณะนี้มีการแข่งขันกันสูงขึ้นเนื่องจากมีทุเรียนผลสดทั้งจากไทย เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์ รวมถึงทุเรียนแช่แข็งมาเลเซีย แต่อย่างไรก็ตาม ไม่ได้ส่งผลให้ราคาทุเรียนลดลง  โดยขณะนี้ทุเรียนไทยยังได้รับความนิยมที่สุด เนื่องจากมีรสชาติและคุณภาพดี และในช่วงที่ผ่านมามีการควบคุมคุณภาพได้ดี ดังนั้นประเด็นสำคัญคือต้องควบคุมคุณภาพของทุเรียนให้คงที่เพื่อครองใจผู้บริโภคชาวจีนให้เป็นที่นิยมตลอดไป
       ปัจจุบันทุเรียนของไทยที่เป็นที่รู้จักในตลาดจีน ได้แก่ หมองทอง พวงมณี ก้านยาว ชะนี  มูซานคิง โดยหมอนทองเป็นพันธุ์ที่รู้จักและได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากทุเรียนหมอนทองมีปริมาณมาก อีกทั้งเนื้อนุ่ม หอม และอร่อย  ในอนาคตทางผู้ประกอบการหวังว่าจะได้นำเข้าทุเรียนพันธุ์อื่นๆ มากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์มูซังคิงส์สด ที่มีผู้สั่งจองมากมาย ทุกตู้ที่เข้าถึงตลาดเพียงไม่นานก็มีการจำหน่ายออกไปอย่างรวดเร็ว บางตู้มีการเซ็นสัญญารอรับของอีกด้วย ซึ่งในปี 2566 นี้กระแสทุเรียนได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอีกและในขณะนี้ทุเรียนของไทยมีปริมาณไม่เพียงต่อความต้องการในตลาด
       สำหรับสถานการณ์การค้าผลไม้ในตลาดผลไม้นำเข้า  ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผลไม้ของไทยเข้าสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก หลักๆ ได้แก่ ทุเรียน มังคุด มะพร้าว โดยสินค้าที่ขายดีได้แก่ ทุเรียนผลสดไทย ทุเรียนแช่แข็งมาเลเซีย และมังคุด  โดยในช่วงนี้ทุเรียนของไทยเข้าสู่ตลาดประมาณวันละ 10-15 ตู้ ราคา 750-850 หยวนต่อลัง นอกจากนี้ ผู้ประกอบการยังกล่าวอีกว่าลูกค้าส่วนใหญ่ให้ความสนใจกับส้มโอไทยไม่แพ้กันโดยเฉพาะพันธุ์ทับทิมสยาม อย่างไรก็ตาม ปริมาณของสินค้าไม่พอต่อความต้องการของผู้บริโภคจึงหวังว่าปริมาณส้มโอในปีนี้จะเพิ่มมากขึ้น  ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 มิถุนายน 2566 ไทยได้ส่งออกทุเรียนไปจีนแล้วปริมาณ 611,545 ตัน  รวมมูลค่ากว่า 79,540 ล้านบาท ส่วนภาพรวมการส่งออกผลไม้สดจากไทยไปจีนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 มิถุนายน 2566 ปริมาณรวมทั้งสิ้น 1,164,978 ตัน  รวมมูลค่ากว่า 104,770 ล้านบาท
       ด้านนางสาวปทุมวดี  อิ่มทั่ว อัครราชทูตที่ปรึกษา (ฝ่ายเกษตร) ประจำกรุงปักกิ่ง กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันผลไม้ของไทยได้รับอนุญาตให้ส่งออกมายังจีนมากถึง 22 ชนิด โดยผลไม้ไทยที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวจีน ได้แก่  ทุเรียน มังคุด มะพร้าว ส้มโอ ลำไย มะม่วง  ดังนั้นจึงยินดีที่จะร่วมมือกับตลาดซินฟาตี้ในการผลักดันผลไม้ชนิดใหม่ให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น  ซึ่งสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงปักกิ่ง (สปษ. ปักกิ่ง) และผู้แทนซินฟาตี้ (Xinfadi) ได้หารือแนวทางในการสร้างความร่วมมือในการประชาสัมพันธ์ผลไม้ของไทยให้เป็นที่รู้จักของประชาชนจีนผ่านช่องทางออนไลน์ให้มากขึ้นโดยการไลฟ์สดแนะนำผลไม้ไทย  เนื่องจากแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆของจีนสามารถสร้างผลกระทบในวงกว้างต่อผู้บริโภคชาวจีนเป็นอย่างมาก  โดยทั้งสองฝ่ายจะหารือในรายละเอียดร่วมกันต่อไป