อ.ส.ค.ปรับกลยุทธ์ใหม่รุกตลาดนมปี 63 เป้ายอดขาย 1.1 หมื่นล้านบาท

  •  
  •  
  •  
  •  

“ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ” ประกาศสานต่อภารกิจเดิม เร่งดันนมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติ พร้อมสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาโคนมให้เป็นอาชีพที่มีความมั่นคงและยั่งยืน โชว์ผลการดำเนินงานรอบ 1 ปี สามารถดันยอดขายทะลุหมื่นล้านบาท ปรับกลยุทธ์ปี 2563 รับการแข่งเดือดในสมรภูมิอุตสาหกรรมนมจะดุเดือด เพื่อให้ได้ยอดขาย11,130 ล้านบาท

        ดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)กล่าวภายหลังคณะรัฐมนตรี(ครม.)อนุมัติให้ดำรงตำแหน่ง ผอ.อ.ส.ค.ต่ออีก 4 เดือน นับจากวันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 ว่า มีแผนจะเร่งเดินหน้าขับเคลื่อนผลักดัน อ.ส.ค.และผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์นมแห่งชาติและเป็นก้าวสู่ผู้นำอุตสาหกรรมนมของอาเซียน รวมไปถึงการสืบสาน รักษา ต่อยอด ศาสตร์พระราชาด้านการพัฒนาโคนมก้าวสู่อาชีพที่ยั่งยืนมั่นคงยิ่งขึ้น

       สำหรับผลดำเนินการในรอบปีงบประมาณ 2562 สามารถทำยอดจำหน่ายผลิตนมไทย-เดนมาร์คเป็นมูลค่า ประมาณ 10,000 ล้านบาทหรือประมาณ 98 % ของเป้าหมายที่วางไว้ คิดเป็นกำไรสุทธิประมาณ 323 ล้านบาท ส่วนปี 2563 วางเป้าหมายทำยอด ขาย 11,130 ล้านบาท ในขณะที่ตลาดต่างประเทศทำยอดขาย 957 ล้านบาท โดยมีตลาดหลักในกลุ่มประเทศ AEC แบ่งเป็น สปป.ลาว ได้ยอดขายประมาณ 236 ล้านบาท กัมพูชาประมาณ 651 ล้านบาท และเมียนมาร์ประมาณ 70 ล้านบาท ส่วนปี 2563 วางเป้าขยายตลาด 1,200 ล้านบาทและเตรียมเพิ่มตัวแทนจำหน่ายในตลาดเมียนมาร์และเตรียมเปิดตลาดในจีนและเวียดนาม

       ดร.ณรงค์ฤทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมนมทั้งในประเทศและทั่วโลกขยายอัตราการเติบโตอย่างรวดเร็ว ดังนั้น อ.ส.ค. จึงได้มีการทบทวนแผนวิสาหกิจ 5 ปีของ อ.ส.ค. (ปี2560-2564) เป็นประจำทุกปี เพื่อปรับแผนให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและในอนาคต โดยเฉพาะเป้าหมายตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี เป็นไปตามทิศทางทางเดียวกับนโยบายของรัฐบาลมากยิ่งขึ้น สำหรับการทบทวนแผนในปีงบประมาณ 2563นั้น ยังคงให้ความสำคัญในการเดินหน้าขับเคลื่อนการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมโคนมครบวงจรของ อ.ส.ค. รวมทั้งผลักดันนมไทย-เดนมาร์คก้าวสู่นมแห่งชาติภายในปี 2564 (Being National Milk by 2021) ให้เป็นผลสำเร็จ รวมทั้งสืบทอดองค์ความรู้และสร้างความสุขแก่เกษตรกรโคนมไทยให้ดำรงอาชีพอย่างมั่นคงและยั่งยืนด้วยการสรรค์สร้างนวัตกรรมตลอดห่วงโซ่คุณค่าของอุตสาหกรรมโคนม

       นอกจากนี้ เพื่อเป็นการตอกย้ำความเข้มแข็งให้แบรนด์นมไทย-เดนมาร์ค ก้าวสู่แบรนด์อันดับที่ 1 ในใจผู้บริโภคชาวไทย (Top of Mind ) เมื่อไม่นานมานี้ ผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์คได้รับรางวัลจาก ” Amarin Baby and Kids Awards 2019 ” ซึ่งนม UHT ไทย-เดนมาร์ค ได้รับเลือกให้เป็นสุดยอดแบรนด์สินค้าในดวงใจคุณแม่ จากคะแนนโหวตของคุณแม่ทั่วประเทศกว่า 10,000 คน ด้วยหวังเป็นสื่อกลางข้อมูล คุณภาพ จากแม่สู่แม่ (Mom to Mom Sharing ) และก่อนหน้านั้นยังได้รับรางวัล “Top Rising Brands (Kantar Brand Footprint Award 2019-Thailand) ในหมวด Dairy เป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตสูงสุดในกลุ่มผู้บริโภค

       โดยรางวัลดังกล่าวถูกจัดลำดับโดยบริษัท กันตาร์ เวิล์ดพาแนล (Kantar Worldpanel)  ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่า นมไทย-เดนมาร์คเป็นแบรนด์นมที่พร้อมจะส่งมอบคุณค่าให้คนไทยมีสุขภาพดีด้วยผลิตภัณฑ์จากนมโคสดแท้100% ของเกษตรกรไทยให้อยู่คู่ประเทศไทยตลอดไปด้วยมาตรฐานอุตสาหกรรมโคนมไทยระดับสากล และเป็นแบรนด์เดียวที่คนไทยมีส่วนร่วมในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรโคนมไทย ช่วยสร้างความยั่ง ยืนให้แก่อาชีพการเลี้ยงโคนมของเกษตรกรไทย รวมทั้งผลักดันโครงการ พัฒนาเกษตรกรโคนมสู่ Smart Farmer (DPO – SmartFarmer) การพัฒนาฟาร์มเกษตรกรใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยในการจัดการฟาร์ม เช่น ใช้งาน Application, DIP, ไบไอเทคโนโลยี, Sexig และพัฒนาฟาร์มผ่านการรับรองมาตรฐานฟาร์มโคนม (GAP)

        ส่วนด้านการตลาด ทาง อ.ส.ค.ก็มีการเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทั้งในประเทศและรองรับตลาดต่างประเทศ ครอบคลุมการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้สอดคล้องกับความต้องการของ ผู้บริโภค ตลอดจนบริหารตัวแทนจำหน่าย การพัฒนาช่องทางจาหน่ายให้ง่ายต่อการเข้าถึง การพัฒนาระบบโลจิสติกส์ประสิทธิภาพสูง การจำหน่ายผ่านตลาดออนไลน์ การสร้างนวัตกรรม เพื่อการบริการที่มีคุณค่าเหนือความคาดหมาย การเร่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ และเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ให้มากขึ้น

        นอกจากนี้ มีแผนจัดตั้งสถาบัน เพื่อการวิจัยพัฒนา นวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมนมครบวงจรแห่งชาติ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกรโคนมไทยให้มีความเข้มแข็ง อาชีพการเลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงและยั่งยืน ต่อยอดด้านผลิตภัณฑ์ที่ทรงคุณค่าและมีมาตรฐานสูง มีการสร้างองค์ความรู้นวัตกรรมและเทคโนโลยีจากประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญอันยาวนานของ อ.ส.ค.เพื่อพัฒนาเป็นคลังความรู้ด้านอุตสาหกรรมโคนมของประเทศไทยเพื่อสืบทอดแก่คนไทยต่อไป