แพร่อ่วมพื้นเกษตรเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ “ประภตร” สั่ง จนท.ให้สแกนทุกพื้นที่ เพื่อช่วยเหลือทุกราย

  •  
  •  
  •  
  •  
“ประภัตร” นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.แพร่ พร้อมมอบเสบียงอาหารสัตว์ช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ประสบอุทกภัย พบที่แพร่พื้นที่การเกษตรด้านพืชเสียหายกว่า 5 หมื่นไร่ แต่ไม่มีพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน กำชับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายเกษตรกรให้ครบทุกราย เพื่อหาแนวทางเยียวยา และเร่งฟื้นฟูอาชีพต่อไป
      วันที่่ 27 สิงหาคม 2563 นายประภัตร โพธสุธน รัฐนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นำคณะลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.อุตรดิตถ์ และ จ.แพร่ โดยช่วงเช้าเดินทางไปยังวัดน้ำหมัน ต.น้ำหมัน อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ จากนั้นเดินทางไปยังวัดสัมฤทธิบุญ บ้านสบป้าก อ.วังชิ้น จ.แพร่ เพื่อมอบถุงยังชีพ ข้าวสาร หญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ตลอดจนชุดเวชภัณฑ์สำหรับดูแลสุขภาพสัตว์ให้กับเกษตรกรผู้ประสบอุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และให้กำลังใจเกษตรกร พร้อมกันนี้ได้รับฟังรายงานความเสียหายในจังหวัด และรับฟังปัญหาจากเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ
      นายประภัตร กล่าว จากโซนร้อนกำลังแรง ‘ฮีโกส’ ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีนตอนใต้  ทำให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนระหว่างวันที่ 20 – 24 ส.ค. ที่ผ่านมา จนทำให้เกิดอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนและพื้นที่การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความห่วงใยเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ จึงได้เตรียมมาตรการให้ความช่วยเหลือ ตามหลักเกณฑ์ให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านพืช ปี 2562 โดยจะจ่ายให้เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตรไว้ก่อนเกิดภัย และจ่ายเงินช่วยเหลือตามพื้นที่ความเสียหายจริง ไม่เกินครัวเรือนละ 30 ไร่ ดังนี้ นาข้าว 1,113 บาท/ไร่ พืชไร่ 1,148 บาท/ไร่ และพืชสวนและอื่นๆ 1,690 บาท/ไร่  อย่างไรตาม ได้กำชับหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เร่งสำรวจและรายงานความเสียหายเกษตรกรให้ครบทุกรายและรายงานไปยังส่วนกลาง เพื่อจะได้เตรียมหาแนวทางเยียวยาและเร่งฟื้นฟูอาชีพหลังต่อไป
      นอกจากนี้ ได้รับรายงานว่า จ.อุตรดิตถ์ ได้มีการประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ แล้ว ใน 2 อำเภอ ได้แก่ อ.เมืองอุตรดิตถ์ และ อ.ท่าปลา โดยสำนักงานเกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.พิชัย อ.ท่าปลา อ.น้ำปาด อ.ฟากท่า และ อ.ทองแสนขัน เบื้องต้นพบว่า มีเกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งหมด 1,855 ราย พื้นที่ประสบภัย 6,921 ไร่ พื้นที่คาดว่าจะเสียหาย 4,244 ไร่ ความเสียหายด้านปศุสัตว์ อาทิ สัตว์ปีก 1,858 ตัว โค 958 ตัว ควาย 78 ตัว แปลงหญ้าอาหารสัตว์ 41 ไร่
    ส่วน จ.แพร่ ไม่มีพื้นที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน แต่สำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายด้านการเกษตรที่ได้รับผลกระทบ ระหว่างวันที่ 20 – 24 ส.ค.63 พบความเสียหาย 8 อำเภอ ได้แก่ อ.เมือง อ.ร้องกวาง อ.สูงเม่น อ.สอง อ.ลอง อ.หนองม่วงไข่ อ.วังชิ้น และ อ.เด่นชัย เบื้องต้นพบว่า มีเกษตรกรได้รับผลกระทบทั้งหมด 7,405 ราย ความเสียหายด้านพืช 49,605 ไร่ ด้านประมง 430 ไร่ และด้านปศุสัตว์ ไก่พื้นเมือง(ตาย) 118 ตัว รวมทั้งได้รับผลกระทบด้านพืชอาหารสัตว์ ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าให้การช่วยเหลือในเบื้องต้นต่อไป