กระทรวงเกษตรฯจับมือพันธมิตร เตรียมแจกต้นกล้าล้านต้น ลดปริมาณ PM2.5 อย่างยั่งยืน

  •  
  •  
  •  
  •  

กระทรวงเกษตรฯ จับมือสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กทม. และพันธมิตร เตรียมแจกต้นกล้า 6 ชนิด นับล้านล้านต้นให้ผู้ที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพฯ พร้อมดีเดย์จัดกิจกรรม “ปลูกเพื่อป(ล)อด” ล้านต้น ลด PM2.5 ภายใต้โครงการ Green-city by MOAC ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน หวังลดปริมาณ PM2.5 อย่างยั่งยืน

      นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากปัญหาที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับฝุ่นละอองขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ที่สูงเกินมาตรฐาน และพบในหลายจังหวัดของพื้นที่ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจึงจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน

      ดังนั้นกระทรวงเกษตรฯ จึงร่วมกับสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กรุงเทพมหานคร สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน จัดกิจกรรม “ปลูกเพื่อป(ล)อด” ล้านต้น ลด PM2.5 ภายใต้โครงการ Green-city by MOAC ในวันอาทิตย์ที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 เวลา 9.00 น. โดยมี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ณ ลานน้ำพุ ศูนย์การค้าสยามพารากอน

เฉลิมชัย ศรีอ่อน

     สำหหรับกิจกรรมภายในงานจะมีการแจกจ่ายต้นกล้าที่มีประสิทธิภาพสูงในการดูดซับฝุ่น PM2.5 รวมทั้งสิ้นจำนวน 6 ชนิด ได้แก่ กระดุมทอง ไม้ประดับตระกูลคล้า (คล้านกยูง) ไม้ตระกูลว่าน (เศรษฐีเรือนใน) ไม้ตระกูลเฟิน (เฟินขนนก เฟินเจ้าฟ้า) ไม้เลื้อย (ตีนตุ๊กแก) และต้นสนไซเปรส เพื่อแจกจ่ายให้แก่ประชาชนที่อาศัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปลูกต้นไม้ ทั้งบริเวณในและนอกบ้าน สถานที่ทำงาน ริมถนน และสวนสาธารณะ เพื่อเป็นการลดผลกระทบปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ ในปีหน้าและปีต่อไป เสมือนการสร้างภูมิต้านทานให้กรุงเทพฯในระยะยาว รวมทั้งเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนและเกษตรกร ที่สนใจเพาะพันธุ์เพื่อจำหน่ายเป็นอาชีพเสริมอีกทางหนึ่ง

      นอกจากนี้ หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน จะร่วมมือกันในการแจกจ่ายต้นกล้าให้กับประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวนรวมทั้งสิ้น 1 ล้านต้น โดยจะเปิดให้มีการลงทะเบียนผ่านทาง www.green-city.online เพื่อระบุสถานที่ที่จะเข้าไปรับต้นกล้าดังกล่าว โดยในเบื้องต้นจะเริ่มแจกจ่ายให้กับประชาชนในเดือนกุมภาพันธ์นี้ คนละ 5 ต้น พร้อมคู่มือการดูแล อีกทั้งยังมีการแจกจ่ายไปยังวัด โรงเรียน โรงพยาบาล เพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการลด PM2.5 และเป็นการต่อยอดให้เกิดความยั่งยืนต่อไปในอนาคตด้วย

     “เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าพืชเกือบทุกประเภทมีความสามารถในการดักเก็บฝุ่นไว้ตามใบและก้าน ยิ่งหากพืชใดมีใบหนาแน่นหลายชั้น ใบถี่ ใบมีร่องลึก ใบและก้านมีขน ความสามารถในการดักเก็บฝุ่นก็จะสูงตามพื้นที่ผิวที่มี นอกจากนี้ กลไกภายในของพืชเองก็มีความสำคัญในการลดฝุ่น PM2.5 และมลพิษอื่นที่อาจปนเปื้อนไปกับฝุ่น การทำงานของเครือข่ายบนความร่วมมือของทุกภาคส่วนในวันนี้ จะเป็นการสร้างภูมิต้านทานของเมืองบนฐานแนวคิดเกษตรและพืชสวน นำไปสู่เมืองแห่ง Green-city ได้สำเร็จโดยเร็ว ตลอดจนเป็นการปลูกจิตสำนึกในการปลูกต้นไม้ให้กับประชาชน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยนำร่องในพื้นที่ กทม. เป็นแห่งแรกเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรม และในอนาคตจะมีการขยายโครงการไปสู่เมืองใหญ่ในแต่ละจังหวัดต่อไป ” นายเฉลิมชัย กล่าว