อย่าปิดตลาดกลางยางพารา

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…อุทัย  สอนหลักทรัพย์

                                                              ที่มา : ตลาดกลางยางพาราสุรษฎร์ธานี

            ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ต้นสัปดาห์นี้ มีข่าวเป็นระลอกว่า ทางกลาดกลางยางพาราสงขลา ที่ อ.หาดใหญ่กับตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี จะทำการปิดตลาดรับซื้อยาง ทำให้ราคาซื้อขายยางพาราในท้องถิ่นดิ่งลงทุกวัน เพราะพ่อค้าฉวยโอกาศถล่มราคาครับ

            วันนี้ (19 ต.ค.60) ชัดเจนแล้วครับว่าตลาดกลางยางพาราสุราษฎร์ธานี ปิดรับซื้อยางชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2560 จนถึงวันที่ 24 ตุลาคม 2560 โดยให้เหตุผลไม่มีที่เก็บยางนั่นเอง

            ในวันเดียวกันนี้เองทางการยางแห่งประเทศไทยประกาศราคากลาง ประจำวันที่ 19 เดือน ตุลาคม พ.ศ. 2560 (1) ยางแผ่นดิบคุณภาพดี (ความชื้นไม่เกิน 3 %) ราคม กก.ละ 45.86 บาท(2) ยางแผ่นรมควันชั้น 3 (ไม่อัดก้อน) กก.ละ 51.41 บาท

           เป็นเรื่องที่น่าเศร้าครับ เพราะต้นทุนการผลิตยางทางสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร คำนวนแล้วตก กก.ละกว่า 63 บาท ทำให้ตอนนี้เกษตรกรเดือดร้อนเป็นอย่างมาก การยางแห่งประเทศไทย (กยท.)ไม่ควรให้ปิดตลาดกลางซื้อขายยางพารากันเลย เพราะกลางเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของชาวสวนยางที่จะมีที่ขายยาง และพ่อค้าจะกดราคาอีก

           จุดประสงค์ของการตั้งตลาดกลางยางพารา เดิมเพื่อเป็นที่ประมูลขายยาง มีกฎระเบียบการบริหารจัดการแต่ละวัน แต่เมื่อ กยท.เช้าประมูลยางเองกลับเอามาทำเป็นโกดังเก็บยางสร้างความเดือดร้อนให้กับคนส่งยางเข้าประมูล เพราะยางกองเต็มตลาด จนไม่มีพื้นที่เก็บยาง

           มาถึงตอนนี้มาปิดตลาดกลางยาง ถามว่า เจ้าหน้าที่ทำงานหรือเปล่า ทำทุกคนไม่  เงินเดือนจ่ายเท่าเดิมครับ  ต่อไปเราจะทำอย่างไรกัน ราคายางก็มีแนวโน้มต่ำตลอด ไม่มีใครออกมาชี้แจ้งได้เลยว่าจะมีหนทางแก้ปัญหาอย่างไร ผู้มีอำนาจเงียบกันหมด

           ผู้มีอำนาจทราบหรือไม่  ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เกษตรกรชาวสวนยางได้รับการขาดทุนมาตลอด ต้องรับภาระ แต่รัฐบาลและ กยท. กลับนิ่งนอนใจ ราวบริหารจัดการสนองกลุ่มทุนอย่างเดียว ปล่อยเงินชดเชยดอกเบี้ยให้

           ปัจจุบันเกษตรกรนิ่งอยู่ครับ แต่พ้นเดือนตุลาคม 2560 แล้ว รั{บาลและ กยท.ควรมีคำตอบถึงแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร ที่สำคัญรัฐบาลก็คงนิ่งตาม ปล่อยให้ กยท.บริหารจัดการแบบนี้คงไม่ได้แล้ว

            ที่จริงตัวแทนเกษตรกร และภาคส่วนอื่นได้ได้เสนอและชี้แจ้งถึงแนวทางกันแล้ว แต่คงติดเหตุผลเดียวคือผลประโยชน์ ทำให้การแก้ปัญหาไม่มีความคืบหน้า จนมีปัญหามาถึงตอนนี้

             ถึงเวลาที่ กยท.ต้องหาแนวทางแก้ปัญหาราคายางอย่างจริงจังแล้ว และฝากบอกว่า การปิดตลาดกลางยางพาราไม่ใช่แนวแก้ปัญหา แต่เป็นการเพิ่มปัญหาที่เกษตรกรไม่มีจะขายยางแล้วครับ!