กยท.อย่าหลงทาง!

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…อุทัย  สอนหลักทรัพย์

                                                  ผลิตภัณฑ์ยางที่วิสาหกิจอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราวังจันทร์ผลิตเอง

          ผมใด้ชมราย”บ่ายนี้มีคำตอบ” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 9 อสมท.เมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 ก็เกือบเดือนแล้วละ มีผู้บริหารการยางแห่งประเทศไทย(กยท) เป็นผู้ออกรายการซึ่งผมตั้งใจฟังที่ กยท.จะแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเกษตรกรแต่ผิดหวังครับ!

          ฟังดูแล้วมุ่งช่วยล้อยาง(นายทุน)มากกว่าจะช่วยเกษตรกรในฐานะที่เกษตรกรเสืยเงินเชสหรือเงินสงเคราะห์ให้ กยท.บริหารงาน และที่ตกใจก็คือการเสนอตัวเลขที่ผิดพลาดโดยบอกว่า 90% ส่งในรูปยางดิบแปรรูปและอีก 10% นำมาเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ยาง

          ในข้อเท็จจริงแล้วในปี 2558    ประเทศไทยส่งออกยางดิบแปรรูป 86.33%   หรีอปริมาณ 3.879 ล้านตัน  นำมาทำผลิตภัณฑ์แปรรูปปลายน้ำ 13.67%(หรีอใช้ตัวเลขกลมๆ คือ 86% กับ 14%) และในการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ที่ พลเอกประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมี่อวันที่ 21 เมษายน 2560 ได้มอบให้ทุกหน่วยงานที่เกื่ยวข้องสำรวจโครงการและเร่งรัดโครงการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับยางพาราเพี่อให้เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรชาวสวนยางโดยเร็วที่สุด

         ผมมีข้อเสนอแนะ กยท. จะต้องปฎิรูปยางพาราตามนโยบายโดยเพิ่มมูลค่ายางในประเทศเพี่อลดการส่งวัตถุติบออกราคายางก็จะสูงขึ้นทันทีเมื่อผู้บริหาร  กยท.  อาสาเข้ามาบริหารเกษตรกรก็ตั้งความหวังว่า ยางจะมีราคาดีขึ้นมิใช่ราคายางแผ่นรมควัน กก.ละ 60 บาท บอกว่าเกษตรกรอยู่ใด้ทั้งๆทื่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ( สศก.)คิดต้นทุนการทำสวนยางอยู่แล้วอยู่ที่ กก.ละ 64 บาทเมี่อ 4 ปีที่ แล้วผมจึงจำเป็นที่ต้องออกมาพูดว่าถ้าขายยางต่ำกว่าต้นทุนการผลิตเราอยู่ใด้หรีอ?

         กระนั้นผมจะหาทางออกให้ กยท.ว่า เรานำเงินตาม พ.ร.บ.กยท.มาตรา 49(3)(4)มาเพิ่มมูลค่าให้เกษตรกรทำอาชีพเสริมเมี่อราคายางตกต่ำจะได้ใม่เดีอดร้อนเราต้องนำเงินมาวิจัยพัฒนาให้เกษตรกรเพราะเงินเซสหักจากเกษตรกร  ซึ่งต้องยอมรับว่าใช้ยางมากไปใช้เงินจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ(กวช.)และสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร(องค์การมหาชน)หรือ สวก.

       อย่าง กรณีใกล้เคียงสกว.เอาโรงงานลัอยางเกษตรกรทำไม่ใด้   เพืยงแต่ไปเป็นคนงานในโรงงานล้อได้เท่านั้น กทย.   จะต้องทำตามวัตถุ ประสงค์ของ พ.ร.บ.เท่านั้น  ต้องช่วยเกษตรกรไม่ใช่ช่วยนายทุน  ผมขอย้ำครับว่าเงินเซสหักจากเรามิใช่ภาษีจากส่วนกลางของรัฐจึงขอให้กยท.เดินให้ถูกทิศทาง ปรับขบวนการเสียใหม่ ส่วน กนย. นั้นจะดูทั้งเกษตรกรและผู้ประกอบการทั้งประเทศ

       ดังนั้นกยท. จะต้องทำตามวัตถุประสงค์ของพรบ.มาตรา8(1)((2)(3)  โดยใช้มาตรา 49(3)(4)  และทำผลิตภัณฑ์ยางที่เกษตรกรทำเองได้ โดยให้ความรู้ให้ทุนดำเนินงานและหาตลาดให้เกษตรกรรวมกลุ่มผลิตภัณฑ์ยางเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงทั้งประเทศ โดยไม่แบ่งว่ามืเอกสารสิทธิ์ไม่มีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งทำให้เกิดความแตกแยก

      ผมเห็นที่ผู้บริหาร กยท ออกรายการช่อง9 เน้นที่ช่วยยางล้อ อยากถามว่า เขาเป็นชาวสวนยางตาม พ.ร.บ.กยท.หรีอเปล่า ขึ้นทะเบียนกับกยท.ใหม? เพราะกยท.เพียงดำเนินงานโดยประสานงานให้กนย.ช่วยสนับสนุนเพราะยางล้อใช้ปริมาณยางจำนวนมาก

    ผมเห็นด้วยแต่โปรดแยกแยะให้ถูกทางถ้ากยท.  หันมาสนับสนุนเกษตรกรแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางประเทศไทย ก็จะมีผลิตภัณฑ์ยางติดอันดับโลกได้ในอนาคตเกษตรกรชาว สวนยางก็จะรำรวย

    น่าอิจฉาครับ ผลิตภัณฑ์ยางที่วิสาหกิจอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางพาราวังจันทร์ จ.ระยอง  ผลิตเองลงทุนเองไม่มีหน่วยงานใดช่วยด้านความรู้หรีอให้ทุนและหาตลาดให้พึ่งพาตนเอง ถ้า กยท.เอาใจใส่สนับสนุนเกษตรกรที่จะแปรรูปผลิตภัณฑ์ยางแล้วสร้างเป็นเครีอข่ายทั้งประเทศเกษตรกรชาวสวนยางก็จะไม่มีจนอย่างทุกวันนี้ครับ

    นี่คีอหน้าที่ของ กยท.ตาม พ.ร.บ.การยางประเทศไทยที่มุ่งให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองครับ!