ยางพาราไทยในบริบทยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย… นายอุทัย สอนหลักทรัพย์

 

            “ประเทศไทยโชคดีที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดแต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้แต่พูดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”แต่ยังไม่ได้น้อมน้ำแนวทางพระราชดำรัสนำไปใช้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังให้เกิดเป็นรูปธรรมในวงกว้าง”

           จากพระราชดำรัสขององค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทมหาภูมิพลอดุยเดช รัชกาลที่ 9เรื่อง“เศรษฐกิจพอเพียง”นั้นเป็นเสมือนหนึ่งรากฐานของชีวิตและเป็นรากฐานความมั่นคงของแผ่นดินเปรียบเสมือนเสาเข็มที่ถูกตอกรองรับบ้านเรือนตัวอาคารไว้นั่นเองสิ่งก่อสร้างจะมั่นคงได้ก็อยู่ที่เสาเข็มแต่คนส่วนมากมองไม่เห็นเสาเข็มและลืมเสาเข้มเสียด้วยซ้ำไป        

         ”เศรษฐกิจพอเพียง”คือการพัฒนาที่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของทางสายกลางและความไม่ประมาทโดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผลการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว ตลอดจนใช้ความรู้ความรอบคอบและคุณธรรมประกอบการวางแผนการตัดสินใจและการกระทำหากอีก 20 ปีข้างหน้าเกษตรกรชาวสวนยางในระดับต้นน้ำยังคงต้องย่ำแย่อยู่ที่เดิมเพราะไม่ได้ถูกรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างจริงจังเกษตรกรชาวสวนยางก็จะยากจนย้อนรอยเหมือน 100 ปี ที่ผ่านมาและจะสร้างปัญหาให้กับรัฐบาลทุกยุคทุกสมัยที่ต้องลงมาแก้ไขปัญหาไม่รู้จักจบสิ้น

          ประเทศไทยโชคดีที่พ่อหลวงรัชกาลที่ 9ที่ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอดแต่ที่ผ่านมารัฐบาลได้แต่พูดเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”แต่ยังไม่ได้น้อมน้ำแนวทางพระราชดำรัสนำไปใช้แก้ไขปัญหาอย่างจริงจังให้เกิดเป็นรูปธรรมในวงกว้าง

          ในฐานะที่ผมเป็นประธานสภาเครือข่ายและสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.)ต้องดูแลเกษตรกรชาวสวนยางซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก 70 %ของประเทศให้มีแนวทางเพื่อให้เกษตรกรชาวสวนยางที่อยู่ต้นน้ำจะต้องอยู่ดี กินดี พอมี พอใช้ ในครอบครัวควรเริ่มต้นจากตัวเกษตรกรจะต้องพึ่งพาตนเองได้โดยน้อมนำศาสตร์พระราชา“เศรษฐกิจพอเพียง” มาใช้เป็นหลักปรัชญาแนวทางในการดำเนินชีวิต

          โดยต้องเริ่มต้นให้มีการจัดสรรแบ่งโซนพื้นที่ที่มีอยู่ในครอบครัวอย่างถูกต้อง เช่น หากเกษตรกรมีพื้นที่ที่เป็นสวนยาง 15 ไร่ที่ขอโค่นตามพ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 มาตรา 49(2)จำนวนไม่เกินร้อยละสี่สิบ เป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยางเพื่อการปลูกแทนดังนี้

         เกษตรกรควรที่จะขุดสระโดยใช้พื้นที่ 1 ไร่เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้โดยใช้น้ำยางเคลือบสระเพื่อช่วยป้องกันไม่ให้รั่วซึมเร็วส่วนพื้นที่ที่เหลืออีก 14 ไร่ ควรปลูกต้นยางในระยะ 3×12 เมตร ( พื้นที่ 1ไร่ได้ยาง 45 ต้น) ยางควรให้ผลผลิตไม่ต่ำกว่า 400 กิโลกรัมต่อไร่โดยในพื้นที 12 เมตร ช่วงระหว่างแถวยางนั้นส่งเสริมให้ปลูกไม้โตเร็วเช่น กระถินยักษ์ เพื่อขายเป็นเชื้อเพลิง ส่วนระยะระหว่างแถวนั้น ในช่วง3 ปีแรก ให้ปลูกพืชแซมยาง อาทิเช่น ถั่วเหลือง สับปะรด ขิง ข่า ฯลฯในสระน้ำให้เลี้ยงปลาเบญจพรรณเพื่อไว้กินและขายเพิ่มรายได้บนสระน้ำให้เลี้ยงไก่เนื้อมูลไก่สามารถใช้เป็นอาหารปลาได้

 

         ส่วนรอบ ๆสวนยางให้เลี้ยงหมูหลุมเพื่อนำมูลหมูใช้เป็นปุ๋ยหมักในพื้นที่สวนช่วยลดต้นทุนการผลิต ขณะที่ในพื้นที่ทั้ง 14ไร่นั้นควรทำระบบน้ำหยดใช้จะช่วยให้ยางที่ปลูกในพื้นที่ 14ไร่นั้นโตเร็วสามารถกรีดได้ภายใน 5 ปีซึ่งหากมีการส่งเสริมให้เกษตรกรดำเนินการดังกล่าวข้างต้นมีการขอสวนสงเคราะห์ 170,000 ครอบครัว จะช่วยลดความเสี่ยงให้กับเกษตรกรรวมทั้งจะมีน้ำไว้ใช้ประกอบอาชีพทางการเกษตรใน 20 ข้างหน้า จะสามารถมีรายได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี มีวิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของครอบครัวดีขึ้น

         สำหรับปัญหาคนกรีดยางในช่วงที่ยางราคาตกต่ำนั้นจะหาคนกรีดยางมากวิธีแก้ไขปัญหาโดยควรมีการส่งเสริมให้ทำอาชีพเสริมทำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยาง เพื่อให้คนกรีดยางมีอาชีพเสริมรายได้หลังจากกรีดยาง

นอกจากนี้แล้วบุตรหลานเกษตรกรชาวสวนยางที่จบปริญญา ปวส. ปวช.ฯลฯ ที่ว่างงานนั้นควรสนับสนุนทำอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์ยางเพื่อเพิ่มมูลค่ายาง ซึ่งคาดว่าอีก 20 ปีข้างหน้า บุคคลเหล่านี้จะมีความรู้ความสามารถเกิดทักษะที่เชี่ยวชาญในการทำผลิตภัณฑ์ยางเพิ่มมากขึ้นสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่เรียกว่า “Thailand 4.0” ประเทศชาติก็จะมีรายได้เข้าสู่ประเทศเพิ่มมากขึ้นอย่างมหาศาล

          ที่สำคัญเกษตรกรชาวสวนยางจะสามารถพัฒนาใช้ยางมาทำผลิตภัณฑ์โดยการลดการส่งออกยางดิบซึ่งจะทำให้อุตสาหกรรมยางขาดแคลนยางที่เป็นวัตถุดิบราคายางก็จะเพิ่มโดยที่รัฐเป็นเพี่ยวผู้ช่วยเหลือเกษตรกรทางอ้อมโดยการสนับสนุนให้ทำและใช้ผลิตภัณฑ์ยางจากอาชีพเสริมซึ่งหากร่วมด้วยช่วยสนับสนุนตามแนวทางดังกล่าวคาดว่าจะช่วยแก้ปัญหายางพาราและในอนาคตยางพาราไทยอีก 20 ปีข้างหน้าการทำผลิตภัณฑ์ยางก็จะกลายเป็นอาชีพหลักช่วยให้เกษตรกรชาวสวนยางและประเทศชาติเกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน ต่อไปในอนาคต