“กลอย”อร่อย มีทั้งโทษและประโยชน์

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย – นายสวีสอ

           ปัจจุบัน”กลอย” หรือ”มันกลอย”หากินค่อนข้างยากแล้ว สมัยเด็กทางภาคใต้จะนิยมนึ่งกับข้าวเหนียว นำมาคลุกมะพร้าวครึ่งแครึ่งอ่อน ใส่เกลือผมนิดหนึ่ง ราชาติจะอร่อยมาก กระนั้นกว่าจะนำมาบริโภค ต้องมาปอกเปลือก ฝานเป็นชิ้นบาง นำไปแข่น้ำอย่างน้อย 3 -5 วัน และต้องขยำทุกวันเพื่อให้สารพิษออกอย่างน้อยต้องเปลี่ยน 3-4 น้ำ ก่อนที่จะนำมานึ่งกับข้าวเหนี่ยวมาได้

          เนื่องเพราะมีสารไดออสคอรีน ซึ่งมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้เมา คันคอ อาเจียน เหงื่อออก ตาพร่า ใจสั่น วิงเวียน ซึ่งอาจทำให้ถึงตายได้ จึงต้องนำมาทำให้หมดพิษ ด้วยวิธีดังกล่าว

ขณะเดียวกัน”กลอย” ก็สรรพคุณตามตำรายาไทย คือ หัวใต้ดิน ใช้แก้เถาดาน (อาการแข็งในท้อง) หุงเป็นน้ำมันใส่แผล กัดฝ้า กัดหนอง หรือถ้านำหัวตากแห้งใช้ปรุงเป็นยาแก้น้ำเหลืองเสีย ขับปัสสาวะ แก้ปวดตามข้อ ฝีมะม่วง โรคซิฟิลิส   “กลอย” เป็นไม้ล้มลุกประเภทเถาเลื้อยไปไกลกว่า 10 เมตร มีชื่อวิทยาศาสตร์

Dioscorea hispida Dennst อยู่ในวงศ์ DIOSCOREACEAE หรือตระกูลมัน มีหัวขนาดใหญ่อยู่ใต้ดิน ลึกราว 10-15 ซม. ตามหัวมีขนเต็มไปหมด มีลักษณะคล้ายมันมือเสือเนื้อสีขาว บางชนิดสีครีม เถาต้นตรงมีหนามตลอดแนว

          ใบ เป็นใบประกอบขึ้นเรียงสลับตามเถา มีใบย่อย 3 ใบ รูปทรงรี  กว้าง 8-15 ซม.  ยาว 8-14 ซม.

          ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ แยกเพศอยู่คนละต้น ลักษณะของดอกห้อยลง ดอกเพศผู้ยาวได้ถึง 40 ซม. ออกซ้อน 2-3  ชั้น  ดอกเพศเมียเป็นช่อเดี่ยว เวลาบานสีเหลือง

          ผล ทรงกลมพอแห้ง มีปีก 3 ปีก

         ขยายกิ่ง ด้วยเพาะหัว หรือเง้า