ถอดรหัสความซบเซา เมื่อตลาด “ชาเขียว” สิ้นมนต์ขลัง

  •  
  •  
  •  
  •  

 

 บทวิเคราะห์จากโพสต์ ทูเดย์ น่าสนใจครับ

โดย...วรรณโชค ไชยสะอาด

 

รายได้และกำไรที่ปรับตัวลดลงของ “ชาเขียว อิชิตัน” กำลังถูกพูดถึงอย่างกว้างขวาง ภายหลัง “ตัน ภาสกรนที” เจ้าพ่อชาเขียว ออกมาเปิดเผยว่า ทิศทางการตลาดชาเขียวมูลค่า 1.57 หมื่นล้านบาท อยู่ในภาวะซบเซาต่อเนื่อง

ตัวเลขจาก เอซี นีลเส็น ระบุว่า ไตรมาสแรกติดลบถึง 12% และคาดว่าตลาดคงไม่ได้เติบโตไปมากกว่านี้แล้ว ขณะที่ราคาหุ้น ICHI ก็ลดลงเหลือเพียง 9 บาท ต่ำกว่าราคา IPO ที่ 13 บาทเมื่อปี 2557

น่าสนใจว่า ปัจจัยอะไรที่สั่นสะเทือนยอดขายของเครื่องดื่มที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนไทยให้ซบเซา

3 ปัจจัยพาตลาดชาเชียวซึม

นับตั้งแต่ปี 2558 ถึงไตรมาสแรกของปี 2560 “อิชิตัน” มีรายได้และผลกำไรสุทธิลดลงมาตลอด

โดย ปี 2558 มีรายได้จากการขาย 6,339.6 ล้านบาท แม้จะเพิ่มขึ้น 2.6% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลงเหลือ 812.7 ล้านบาท หรือลดลง 24.7% จากปีก่อนที่ทำได้ 1078.8 ล้านบาท

ขณะที่ปี 2559  มีรายได้จากการขาย 5,338.3 ล้านบาท ลดลง 15.8% และมีกำไรสุทธิ 368.5 ล้านบาท ลดลง 54.7%

ส่วนไตรมาสแรกของปี 2560 รายได้จากการขายอยู่ที่ 1,488 ล้านบาท ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,691.9 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิ 62.5 ล้านบาท ลดลงถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 249.8 ล้านบาท

         วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด และอดีตผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มองว่า ภาพรวมของตลาดเครื่องดื่มชาเขียวนั้นหดตัวและไม่เติบโตได้มากอีกแล้ว เนื่องจากมีสินค้าเกิดใหม่ที่หลากหลาย ทั้งที่เป็นคู่แข่งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงสินค้าทดแทน

         “ตลาดชาเขียวเติบโตยาก เพราะเจอคู่แข่งทั้งทางตรง ทางอ้อม และสินค้าทดแทนซึ่งถือเป็นตัวแปรสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นน้ำอัดลม ฟังก์ชันนัล ดริ้งค์ ที่บางยี่ห้อโด่งดังจนสร้างกระแสในช่วงที่ผ่านมา”

วีรพลบอกให้เห็นภาพต่อว่า  “กำเงิน 20 บาทเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ ทางเลือกวันนี้ของผู้บริโภคไม่ใช่แค่ชาเชียวอย่างเดียว”

ประเด็นน่าสนใจต่อมาคือ ปีนี้มีระยะเวลาในช่วงฤดูร้อนที่สั้นกว่าหลายปีที่ผ่านมาจนส่งผลกระทบต่อการสร้างรายได้

“ชาเขียวจะขายดีในฤดูร้อน  ยิงโฆษณาและโปรโมชั่นเยอะมาก แต่ถ้าสังเกตดีๆ ประเทศไทยปีนี้หน้าฝนมาเร็วมาก ฤดูร้อนสั้นกว่าปกติ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการขายมาก” ผู้เชี่ยวชาญระบุ

เขาบอกต่อว่า ตลาดเครื่องดื่มชาเขียว ที่ผ่านมาแข่งขันกันด้วยปัจจัยหลัก 3 ประการ ได้แก่

1.โปรดักส์และนวัตกรรม หมายถึงการออกสินค้าที่มีรสชาติหรือส่วนผสมใหม่

  1. สงครามราคา (Price War)  การแข่งขันกันลดราคาสินค้าของผู้ขายสินค้าเพื่อแย่งชิงลูกค้าให้เข้ามาซื้อสินค้าของตนเองมากที่สุด

3.โปรโมชั่น แคมเปญ รหัสใต้ฝา ชิงโชค เพื่อแลกกับรถยนต์ การท่องเที่ยวต่างประเทศหรือพบปะกับเหล่าดาราที่ชื่นชอบ

“รูปแบบการตลาดชาเชียวค่อนข้างตายตัว คุณต้องออกนวัตกรรมใหม่ เล่นราคาอย่างสม่ำเสมอ และอัดโปรโมชั่นแรงๆ สามตัวนี้ถือเป็นตัวชี้ขาดความสำเร็จของแต่ละยี่ห้อ”

…………..

ที่มา – โพสต์ ทุเดย์