ยัน”กองทุนเอสเอ็มอีประชารัฐ”เท่าเทียมทุกภูมิภาค

  •  
  •  
  •  
  •  

ปลัด”สมชาย‘แจงกองทุนเอสเอ็มอีประชารัฐ สร้างความเท่าเทียมทุกภูมิภาค ผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบ ถึงแหล่งทุนดอกเบี้ยต่ำ ยืนยันโครงการนี้ มีวัตถุประสงค์ต้องการสนับสนุนเงินทุนสำหรับยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงใช้เป็นทุนหมุนเวียน

          (5 ก.ย.60 )นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ  และในนามประธานกรรมการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Development Bank)  เผยว่า  จากกรณีที่มีข่าวว่าผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่ต่างจังหวัด ยากที่จะเข้าถึงสินเชื่อในโครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ซึ่งในข้อเท็จจริงแล้ว โครงการดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ต้องการสนับสนุนเงินทุนสำหรับยกระดับ เพิ่มขีดความสามารถ รวมถึงใช้เป็นทุนหมุนเวียน เพื่อให้เอสเอ็มอีธุรกิจและอุตสาหกรรม  มีมูลค่าสูงขึ้นตามนโยบาย Thailand 4.0  รวมถึง สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและยกระดับให้เป็นประเทศรายได้สูง 

        ที่สำคัญสามารถสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งนับเป็นกองทุนแรกที่มีความโดดเด่นในการช่วยสร้างความเสมอภาคทุกพื้นที่ กระจายวงเงินไปทุกจังหวัดในสัดส่วนที่เท่าเทียมกัน ลดความเหลื่อมล้ำของระบบเศรษฐกิจ รวมถึง สร้างผู้ประกอบการใหม่ให้เกิดขึ้นทั่วทั้งประเทศ  โดยมีคำขอสินเชื่อผ่านอุตสาหกรรมจังหวัด ยื่นมายังกองทุนฯ แล้วถึง 3,030 ราย วงเงินถึง 15,522 ล้านบาท   โดย มารตรการพัฒนา SMEs ตามแนวประชารัฐ ประกอบด้วย

        1) โครงการกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ โดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม(กสอ.) วงเงิน 20,000 ล้านบาท  อัตราดอกเบี้ย 1% ตลอดอายุสัญญา  ระยะเวลาชำระคืน 7 ปี ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้ใน 3 ปีแรก   ไม่ต้องมีหลักประกัน ให้กู้สูงสุด 10 ล้านบาทต่อราย และ 75% ขึ้นไปจะเป็นวงเงินกู้ไม่เกิน  3 ล้านบาทต่อราย  เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนในรูปแบบของนิติบุคคล ธุรกิจต้องอยู่ในกลุ่มยุทธศาสตร์ของแต่ละจังหวัด 

        2)โครงการสินเชื่อ SMEs Transformation Loan โดย ธพว. วงเงิน 15,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 3% คงที่ 3 ปีแรก ปีที่ 4-7 อัตราดอกเบี้ย MLR ต่อปี กู้ได้รายละไม่เกิน 15 ล้านบาท ระยะเวลากู้ยืมไม่เกิน 7 ปี ปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 12 เดือน  นอกจากนี้ กรณีกู้ไม่เกิน 5 ล้านบาท สามารถใช้ บสย. ค้ำประกันได้โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนในรูปแบบของนิติบุคคล  ที่ได้รับผลกระทบด้านเศรษฐกิจที่ทำให้กิจการมีความต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพื่อความเข้มแข็ง, เป็นผู้ประกอบการใหม่ (NEW/START UP) หรือที่มีนวัตกรรม, มีศักยภาพ หรือมีแนวโน้มเติบโตเข้าสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 และ SMEs 4.0

       และ 3)โครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) วงเงิน 2,000 ล้านบาท  รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องผ่อนชำระหนี้คืนสูงสุดไม่เกิน 3 ปี  ไม่มีดอกเบี้ย  ไม่ต้องใช้หลักประกัน ไม่มีอัตราดอกเบี้ย  เพื่อเปิดโอกาสเป็นครั้งแรกให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนในรูปแบบของบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ในรูปแบบการให้เงินทุนหมุนเวียนหรือปรับปรุงกิจการ  และ โครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม วงเงินกองทุน 1,000 ล้านบาท  รายละไม่เกิน 1 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้คืน 5-7 ปี ไม่มีดอกเบี้ย ไม่ต้องใช้หลักประกัน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs ที่จดทะเบียนในรูปแบบของบุคคลธรรมดา คณะบุคคล และนิติบุคคล ที่ประสบปัญหาการชำระหนี้ หรือขาดเงินทุนหมุนเวียน สามารถยื่นขอฟื้นฟูกิจการได้  
          ทั้งนี้  กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ได้กำหนดคุณสมบัติผู้ขอรับทุนไว้ล่วงหน้าแล้ว เช่น ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่เป็นนิติบุคคลสัญชาติไทย ธุรกิจอยู่ในกลุ่ม 10 S-Curve หรือธุรกิจที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของจังหวัด  ต้องเป็นเอสเอ็มอีเข้าร่วมโครงการภาครัฐในการบ่มเพาะธุรกิจใหม่ มีประวัติการชำระหนี้เป็นปกติอย่างน้อย 12 เดือน ไม่อยู่ระหว่างการได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินจากโครงการเงินทุนของภาครัฐ และมาตรการฟื้นฟูกิจการของภาครัฐ เป็นต้น  ซึ่งนอกจากจะได้รับเงินทุนดอกเบี้ยต่ำแล้ว ยังได้รับการพัฒนาศักยภาพธุรกิจต่างๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น มาตรการอบรมความรู้  ช่วยสร้างมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมการตลาด ฯลฯ เพื่อยกระดับให้ก้าวเป็นเอสเอ็มอีที่มีขีดความสามารถธุรกิจสูงขึ้น  ซึ่งจะสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนต่อระบบเศรษฐกิจไทย แทนที่จะให้แต่เงินทุนดอกเบี้ยต่ำเพียงอย่างเดียว
         “กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ   เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีไทยดำเนินธุรกิจให้มีความสามารถการแข่งขัน และสอดคล้องกับเจตนาต้องการส่งเสริมให้เอสเอ็มอีจดทะเบียนเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง  จึงได้กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติไว้ล่วงหน้า เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมและสนับสนุนให้เอสเอ็มอีมีความเข้มแข็ง และเป็นต้นแบบแสดงให้เห็นว่า ถ้าเอสเอ็มอีดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องอยู่ในระบบจะได้รับการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง  ขณะเดียวกัน รายที่ยังไม่เข้าข่ายการให้บริการ รัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง  สามารถใช้บริการของกองทุนอื่นที่มีไว้รองรับอยู่แล้วได้  ซึ่งนอกจากได้รับสินเชื่อแล้ว ยังมีมาตรการเสริมศักยภาพควบคู่ไปด้วย เพื่อที่อนาคตจะพัฒนาให้สามารถเข้าสู่ระบบได้เช่นกัน”   นายสมชาย กล่าว
          ผู้ประกอบการ SMEs ที่สนใจกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ ท่านสามารถแสดงความประสงค์ยื่นคำขอได้ที่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด  ศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือ SMEs (SME Support & Rescue Center) กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ธพว.  *สินเชื่อ SMEs Transformation Loan หรือสินเชื่ออื่นๆ ของธนาคาร สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 1357  หรือ ธพว.ทุกสาขาทั่วประเทศ และติดตามกิจกรรมดีๆ ผ่านช่องทาง  facebook.com/SMEDevelopmentBank        

          โครงการฟื้นฟูกิจการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมและโครงการเงินทุนพลิกฟื้นวิสาหกิจขนาดย่อม สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0-2278-8800

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ : นางอุบลรัตน์ ค่าแพง ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการตลาด ลูกค้าสัมพันธ์และกิจกรรมเพื่อสังคม โทร. 085-980-7861 หรือ 0-265-4574-5