15 ปี”มิตรผล”ชุบชีวิตเกษตรกร มุ่งสู่ระบบเศรษฐกิจชุมยั่งยืน

  •  
  •  
  •  
  •  

 

          ย้อนไปเมื่อปี 2545 ร่วมเวลา 15 ปีไปแล้ว กลุ่มมิตรผล ในฐานะที่มีความผูกพันกับชาวไร่อ้อยมาเป็นเวลานาน มีปณิธานในการช่วยให้ชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นเจ้าของวัตถุดิบ มีชีวิตให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ดังหลักปรัชญาองค์กร “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” โดยเริ่มเข้าไปมีส่วนดูแลชาวไร่จากโครงการหมู่บ้านเพิ่มผลผลิต  และพัฒนามาสู่การตั้งฝ่ายพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนในปี  2555 จนถึงปัจจุบัน

          โครงการนี้ได้มีการนำผู้รู้มาช่วยคิด ช่วยพัฒนา เริ่มต้นจากระดับหมู่บ้านจนยกระดับมาสู่ตำบล โดยอาศัยความร่วมมือกับชาวไร่เป็นหลัก โดยเน้นส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวไร่อ้อย เพื่อลดความเหลื่อมล้ำด้านรายได้ และการเข้าถึงโอกาสต่างๆ เช่นการศึกษาเรียนรู้ การพัฒนาทักษะการประกอบอาชีพ รวมทั้งโอกาสในกระบวนการมีส่วนร่วม ทั้งการสร้างพื้นฐานทางความคิด และการเข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชนภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจึงมีโครงการ “สืบสานงานพ่อ ถักทอตำบล มิตรผลร่วมพัฒนา” ขึ้นมา ซึ่งจัดขึ้นโดยกลุ่มมิตรผล ที่โรงเรียนบ้านแจงงาม ตำบลแจงงาม อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี คือ บทพิสูจน์ความสำเร็จของแนวทางการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนที่วางเป้าหมายไว้ 3 ประการ คือ

          การส่งเสริมการสร้างรายได้ด้วยอาชีพเสริม โดยการจัดตั้งโครงการหมู่บ้านเพิ่มผลผลิต, การเพิ่มเติมองค์ความรู้เพื่อขยายผลสู่การเป็นผู้ประกอบการขนาดเล็ก จากการรวมกลุ่มชุมชนสู่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร จนไปถึงการสร้างมาตรฐานการรับรองแบบมีส่วนร่วม หรือ PGS (Participatory Guarantee System) โดยมีพื้นที่นำร่องในอำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น และการต่อยอดสู่การเป็นผู้ประกอบการมืออาชีพเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยยกระดับคุณภาพการผลิต และสร้างมาตรฐานเพื่อให้แข่งขันในตลาด และเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย

         สุนันท์ แสงประสิทธิ์ ปราชญ์ชุมชนพึ่งตนเอง หนึ่งในผู้เข้าร่วมโครงการ บอกว่า  สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการเข้าร่วมโครงการนี้คือการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี การทำมาหากินลำบากน้อยลง ไม่ต้องคอยกังวลเกี่ยวกับปัญหาภัยธรรมชาติเหมือนแต่ก่อน เพราะในโครงการนี้ ได้สอนให้รู้จักวิธีป้องกัน ทำให้มีผลิตผลที่เหลือกิน เหลือใช้ อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาคนอื่น

         นอกจากการสนับสนุนการศึกษาแล้ว ยังมีการช่วยเหลือในด้านปัจจัยการผลิต เช่น การสร้างโรงเรือน การให้คำแนะนำเรื่องวัสดุอุปกรณ์ รวมไปถึงความรู้ด้านการตลาดพื้นฐาน เพื่อให้เรานำไปต่อยอดในการดำรงชีพ

       เช่นเดียวกับ ชูชีพ งามขำ ตัวแทนจากกลุ่มปลูกผักปลอดสารพิษ เล่าว่า โครงการปลูกผักปลอดสารเกิดจากการรวมตัวกันของชาวบ้าน ซึ่งได้รับผลตอบรับดีมาก ทำให้ชุมชนแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ชีวิตก็ดีขึ้น ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือสุขภาพดีขึ้น เพราะได้กินผักที่ปลูกเอง ได้กินของสด ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน ส่วนที่เหลือก็นำไปขายสร้างรายได้เสริม

       ส่วน สายชล เมฆฉาย ตัวแทนจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนข้าวอิ่มสุข เล่าถึงที่มาของโครงการวิสาหกิจชุมชนเพื่อการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ เริ่มจากชาวบ้าน 7 คนมารวมตัวกันทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดต้นทุนจากการซื้อปุ๋ยเคมีที่มีราคาแพง  จากนั้นก็มาทำยาฆ่าแมลงสมุนไพร ปุ๋ยคอกเพิ่ม ผลตอบรับดีมีสมาชิกมีเพิ่มขึ้นจนเป็น 27 คน การเข้าร่วมโครงการกับมิตรผลมีส่วนช่วยในเรื่องการสร้างเครือข่าย การตลาด และการทำแพ็คเกจจิ้ง เรียกได้ว่าเป็นบริษัทเอกชนที่เข้ามาผลักดันให้คนรู้จักเครือข่ายเรามากขึ้น ธุรกิจเติบโตขึ้น จากที่เมื่อก่อนเรามีแต่เครือข่ายจากราชการ

        ขณะที่ ภาษวงค์ วัชราไทย ตัวแทนจากโรงเรียนกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านแจงงาม เล่าว่า กลุ่มเขามีการจัดตั้งโรงเรียนเงินออมขึ้นมา ซึ่งพวกเราช่วยกันดูแล เพื่อให้ชุมชนได้บริหารจัดการการเงินได้ด้วยตัวเอง โดยปัจจุบันมีกรรมการ 13 คน และมีสมาชิกรวม 323 คน มิตรผลเองได้เข้ามาช่วยสร้างศูนย์การเรียนรู้  และร่วมสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสร้างความสามัคคีให้กับชาวบ้านในชุมชนสิ่งที่เห็นได้ชัดจากการร่วมโครงการนี้เลยคือ ชุมชนเข้มเเข็งมากขึ้น ชุมชนมีแรงผลักดันจากปัจจัยต่างๆ และ มีความกระตือรือร้นที่จะสร้างนิสัยการออมเพื่ออนาคต”

        ด้าน คมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานองค์กรสัมพันธ์และบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า เป้าหมายในการพัฒนาตั้งแต่ปี 2560 จนถึงพ.ศ. 2564 ฝ่ายพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนมีแผนงาน และตัวชี้วัดความสำเร็จของงานภายใต้การดำเนินงานโครงการพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืน ในพื้นที่เป้าหมายโดยเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชนแต่ละโรงงานที่รับผิดชอบในแต่ละพื้นที่เป็นผู้รับผิดชอบการดำเนินงานร่วมกับสมาชิก กลุ่ม/องค์กร และภาคี/เครือข่ายการพัฒนาในพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่กำหนดไว้ ทั้ง 3 หลัก ได้แก่ ด้านการพัฒนาระบบเกษตรชุมชนและอาหารปลอดภัย  ด้านการจัดการชุมชนอย่างยั่งยืน และด้านการพัฒนาระบบเศรษฐกิจชุมชน

       ปัจจุบัน ฝ่ายพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนของมิตรผลมีการดำเนินงานอยู่ในพื้นที่รอบโรงงานน้ำตาลในกลุ่มมิตรผลทั้งหมด 21 ตำบลใน 8 จังหวัด โดยเป็นพื้นที่นำร่อง 9 ตำบล และพื้นที่ขยายผล 12 ตำบล มีสมาชิกครัวเรือนอาสา 1,612 ครัวเรือน ซึ่งพัฒนาครัวเรือนต้นแบบแล้ว 105 ครัวเรือน  มีกลุ่มปลูกผัก 45 กลุ่ม เกิดตลาดเพื่อการจำหน่ายผลผลิต 21 แห่ง และมียอดจำหน่ายสูงถึง 1,410,239 บาทต่อปี

       นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่กลุ่มมิตร ได้ส่งเสริมเกษตรลูกไร่ ให้มัรายเสริมจากอาชีพหลักคือปลูก ทำให้เกษตรกรที่ร่วมโครงการมีความเป็นที่ดีขึ้นและยั่งยืน

 

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ