ใช้บ้านเปิด”Sweet Im” อาหารอิตาเลี่ยนสไตล์มุสลิม

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย – ดลมนัส  กาเจ

  “แฟนผมชแบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารอิตาเลี่ยน ตอนหลังหลังเวลากลับไปมหานาค ผมทำอาหารอิตาเลี่ยนเลี้ยงเพื่อนและญาติ ได้รับคำชมว่าอร่อย ทุกครั้งเมื่อถึงวันพฤหัสบดี เพื่อนที่มหานาคโทรศัพท์มาสั่งให้ทำอาหารอิตาเลี่ยน ทั้งปิซ่า  สปาเก็ตตี้  มะกะโรนี ลาซานญ่า รวมถึงเบเกอร์รี่”

            วิกฤตแต่ละครั้ง บางครั้งไมใช่สิ่งที่เลวร้าย หากแต่เป็นเรื่องที่ทำให้บางคนพลิกวิกฤตให้ป็นโอกาส สู้ที่เพื้อเอาตัวรอดในสังคมนี้อยู่ได้ ดั่ง “อดุลย์ วงศ์เสงี่ยม”   นายกสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) และเจ้าของร้านอาหาร” Sweet Im” ย่านปากทางเข้าหมู่บ้านนันทวัล 4 ถนนเลีบวารี 53 แขวงโคกแฝก เขตหนองจอก กรุงเทพฯ ทำเป็นร้านอาหารอิตาเลี่ยนนสไตล์มุสลิม” Sweet Im” ตัดสินใจเปิดร้านอาหาร  ปรากฏว่าได้รับการตอบรับจากลูกค้าทั้งชาวมุสลิมและทั่วไปเป็นอย่างดี 

             อดุลย์  เติบโตมาจากงานบริการ ส่งหนังสือพิมพ์ ตั้งแต่สมัยยังเรียนหนังสือระดับชั้นประกาศณียบัตรวิชาชีพ หรือ ปวช.ที่โรงเรียนพาณิชย์แห่งหนึ่งย่านถนนสีลม กรุงเทพฯ โดยช่วงเช้าจะส่งหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น(The Nation) ตามบ้านของสมาชิก เมื่อครั้งบริษัทเนชั่นมัลติมีเดีย จำกัด มีสำนักงานอยู่ใน ซอยแสงจันทร์ สุขุมวิท เขต กล้วยน้ำไท กรุงเทพฯ

            หลังจากที่เขาเรียนเรียนระดับ ปวช.แล้ว เขาเริ่มหางานใหม่ ที่บริษัทเอเย่นต์ขายตั๋วเครื่องบิน แต่ตอนเช้ามืดก่อนไปทำงาน เขายังส่งหนังสือพิมพ์เดอะ เนชั่น ตามเดิม จนเวลาล่วงเลยไป 6 ปีได้ก็ลาออกจากงานแรก ไปสมัครงานที่บริษัท เนชั่น มัลติมีเดียฯ  ในช่วงที่เครือเนชั่น เปิดหนังพิมรายวันฉบับใหม่ “กรุงเทพธุรกิจ” และอยู่แผนกฝ่ายจัดจำหน่าย ซึ่งถือเป็นหนึ่งในชุดบุกเบิกด้านการตลาดของกรุงเทพธุรกิจและต่อเนื่องถึงหนังสือพิมพ์”คมชัดลึก”

กว่า  20 ปีที่อยู่ภายใต้ชายคาเนชั่นจนตำแหน่งสุด Vice President ดูแลงานด้านสายส่งสื่อในเครือทั้งหมด ก่อนจะลาออกไปทำธุรกิจส่วนตัวเมื่อทศวรรษที่ผ่านมา

            การตัดสินใจลาออกจากงานประจำ อดุลย์ โดยไม่ได้เตรียมธุรกิจอะไรเลย เพียงเพื่อต้องการอยู่กับครอบครัว ใกล้ชิดกับลูกๆ ให้มากยิ่งขึ้น เพราะเขามองว่า ลูกเริ่มโต หากยังเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างที่ทำอยู่ จะไม่สามารถดูแลครอบครัวได้อย่างใกล้ชิด จึงตัดสินใจลาออก แต่ด้วยสายเดือดที่คลุกคลีอยู่วงการหนังสือพิมพ์ และมีความถนัดในการส่งหนัง งานแรกที่เป็นธุรกิจส่วนตัวคือ “หนังสือพิมพ์” เขาก่อตั้งหนังสือพิมพ์ไทยแลนด์นิวส์ดารุสสลาม (TND) เน้นเนื้อหาสาระเกี่ยวกับสังคมมุสลิม และเขาเป็นบรรณาธิการบริหารเอง

            “แฟนผมชแบทำอาหาร โดยเฉพาะอาหารอิตาเลี่ยน ตอนหลังหลังเวลากลับไปมหานาค ผมทำอาหารอิตาเลี่ยนเลี้ยงเพื่อนและญาติ ได้รับคำชมว่าอร่อย ทุกครั้งเมื่อถึงวันพฤหัสบดี เพื่อนที่มหานาคโทรศัพท์มาสั่งให้ทำอาหารอิตาเลี่ยน ทั้งปิซ่า  สปาเก็ตตี้  มะกะโรนี ลาซานญ่า รวมถึงเบเกอร์รี่ ครั้งละ 8-10 กล่อง จึงคิดว่าน่าจะเปิดร้านอาหารอิตาเลี่ยนสไตล์มุสลิม เพราะร้านประเภทนี้ที่เป็นอาหารมุสมีน้อยมาก ขณะที่อิสลามรุนใหม่ ก็นิยมอาหารตะวันตกมากขึ้น ตรงนี้แหละที่เป็นจุดประกายทำให้ผมเปิดร้านSweet Im เน้นอาหารสโตล์มุสลิมขึ้นมา ” อดุลย์ ย้อนอดีตที่มาของร้าน Sweet Im

                    ปัจจุบันร้าน Sweet Im ไม่เพียงแต่จะมีอาหารอิตาเลี่ยนยอดนิยมฮาลาล  อาทิ ปิซ่า ,  ลาซานญ่า , เพนเน่, มะกะโรนี, สปาเก๊ตตี้, ลิงกวินี่, ฟูซิลี่, และเมนูอื่นๆเท่านั้น หากแต่ยังมีเมนูให้เลือกหลากหลายกว่า 100 เมนู มีทั้งอาหารไทย รวมถึงประเภทของหว่าน อาทิ เบเกอรี่ ไอศครีม แต่ส่วนใหญ่อาหารที่ขายดีที่สุดจะเป็นปิซ่า  ลาซานญ่า โดยลูกค้าส่วนใหญ่จะไปเป็นครอบครัว และในระหว่างที่เปิดร้านอาหารนั่นเอง เขา มองว่า การทำธุรกิจในปัจจุบันควรจะมีการรวมกลุ่ม เพื่อสร้างอำนาจต่อรอง จึงรวบรวมนักธุรกิจชาวมุสลิมในสาขาต่างๆ โดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมตัวตั้งสมาคมสมาคมการค้านักธุรกิจไทยมุสลิม (TMTA) ที่ย่อมาจาก Thai Muslim Trade Association โดยเขา เป็นนายกสมาคมฯคนแรกเมื่อ2 ปี จนถึงปัจจุบัน และเปิดตัวอย่างเป็นทางการ เมื่อครั้งที่สมาคมฯครบรอบ 1 ปี โวยการจัดงาน  World Halal Fest ที่ห้างเซ็ฯทรัล เวิร์ล (Central World)  มีกลุ่มทูตมุสลิมมาร่วมงานเกือบ 10 ประเทศ  ระหว่างวันที่ 29-31 กรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา

            ร้านร้าน Sweet Im  แม้จะร้านอาหารที่ไม่ใหญ่นัก แต่ถือว่าเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี  ที่ประสบผลสำเร็จในระดับหนึ่งที่ทำให้กิจการอยู่ได้ถึงวันนี้

…………..

ผักโขมอบชีส เมนูแนะนำ

            ในบรรดาอาหารอิตาเลี่ยนอิเลี่ยน ดูเหมือนว่าผู้บริโภคมีกจะรู้จักกันดีแล้ว แต่สำหรับที่ร้าน  Sweet Im มีเนนูแนะนำ ซึ่งเป็นเมอาหารที่ไม่หลากหลาย บางร้านจะไม่มี ทางร้านจึงเมนูแนะนำของ”ผักโขมอบชีส”

            การทำ”ผักโขมอบชีส” มีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก สามารถทำเองได้ เพียงแต่

            1.ต้มผักโขมหั่นชิ้นเล็กน้ำหนัก 500กรัม ผสมวิปปิ้งครีม 250 มิลลิลิตร เกลือ ชิมรสตามชอบ พริกไทยป่น ¼ ช้อนชา เนยสด 1 ช้อนโต๊ะ มา

            จากนั้นนำมอสซาเรลล่าชีสขูดโรยหน้า พาสลีย์สดหรือแห้งสำหรับตกแต่ง

            แค่นี้ก็ได้เมนู”ผักโขมอบชีส”  เมนูแนะนำของ ร้าน   Sweet Im  แล้ว

…………….