อย่างมองข้าม!…”ข้าวโพดต้ม”รายได้วันเป็นหมื่น

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

     “ปัจจุบันมีจุดขายหลักๆที่ตลาดนัดบริเวณหน้าศูนย์การค้าแปซิฟิค ปาร์ค  ศรีราชา ในส่วนนี้จะขายได้วันละ 700-800  กก. ขายตั้งแต่ราคาคู่ละ 20-30 บาทจะมีรายได้ ณ จุดนี้วันละกว่า 1 หมื่นบาท และอีก 2 จุดที่กระจายออกไปตามย่านกลุ่มลูกค้าในระบบโรงงานอุตสาหกรรม”

          จากประสบการIณ์ที่สองสามี-ภรรยา  “สมชาย วรนาม-ชดาภา วรอมรากุล” เจ้าของธุรกิจข้าวโพดต้ม ที่ปักในหมู่บ้านโกลเด้นโฮมแหลมฉบัง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้คลุกคลีอยู่งานด้านส่งเสริมการปลูกและรับซื้อข้าวโพด ป้อนโรงงานในฐานะพนักงานบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง มายาวนานกว่า 10 ปี มองว่าเกษตรกรยากต่อการที่ให้มีฐานะที่ดีขึ้น หากยังถูกควบคุมด้วยระบบเดิมๆของนายทุน เธอจึงตัดสินใจหันมาทำธุรกิจเข้าโพดหวานและข้าวโพดเหนียว ตั้งใจจะส่งให้เกษตรกรให้มีรายได้มากขึ้น จึงมาลองผิดลองถูกกับการแปรรูป และหาตลาดมาระยะหนึ่ง จนสามารถต่อติดเรื่องตลาดกลุ่มผู้ซื้อได้อย่างชัดเจน จึงมาส่งเสริมเกษตรกรให้ปลูก โดยที่ครอบครัวของเขาจะเป็นผู้รับซื้อเอง โดยส่วนหนึ่งนำมาแปรรูปเป็นข้าวโพตต้มขายเองได้วันละกว่า 1 หมื่นบาท และอีกส่วนหนึ่งไปส่งให้ลูกค้าในลักษณะที่สามารถนำไปต้มขายได้เลย รวมแล้ววันละตก 3-4 ตัน

          สิ่งหนึ่งที่ชดาภา พบกับตัวเอง ที่จะให้กิจการข้าวโพดต้มได้คือ ต้องเป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เธอจึงตัดสินใจเลือกสายพันธุ์ของแปซิฟิคมาตั้งแต่เริ่มคือข้าวโพดหวาน ไฮบริกซ์ 3 (H 3)ไฮบริกซ์ (59) ข้าวโพดเหนียว 2 สี และ 3 สี เบอร์ 1  สามารถ ตอบโจทย์ของผู้บริโภคได้ดีทั้งขนาด สี และรสชาติ ขนาดเฉลี่ย 3 ฝัก/กก.

          สำหรับตลาดข้าวต้มที่เธอ ขายเองนั้น ปัจจุบันมีจุดขายหลักๆที่ตลาดนัดบริเวณหน้าศูนย์การค้าแปซิฟิค ปาร์ค  ศรีราชา ในส่วนนี้จะขายได้วันละ 700-800  กก. ขายตั้งแต่ราคาคู่ละ 20-30 บาทจะมีรายได้ ณ จุดนี้วันละกว่า 1 หมื่นบาท และอีก 2 จุดที่กระจายออกไปตามย่านกลุ่มลูกค้าในระบบโรงงานอุตสาหกรรม เน้นพื้นที่ จ.ชลบุรี และมีบางวส่วนของพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา เน้นข้าวโพดสดวันต่อวัน

          ในส่วนที่ส่งเสริมเกษตรกรลูกไร่ในเครือข่ายปัจจุบันมีอยู่กว่า 100 รายแล้ว กระจายในจังหวัดชลบุรีและฉะเชิงเทรา เพื่อวางแผนการผลิตและส่งขายให้ทุกวัน จากราคารับซื้อเฉลี่ยทั้งปีในปีนี้ 8-10 บาท/กก. ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกจะมีรายได้หลังหักต้นทุนไร่ละหลักหมื่นบาท

  (จากซ้าย)ชดาภา วรอมรากุล-พาโชค พงษ์พานิช-สมชาย วรนาม

        ด้านพาโชค พงษ์พานิช กรรมการผู้จัดการ บริษัท แปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จำกัด เจ้าของเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดหวานไฮบริกซ์ 3 ,ไฮบริกซ์ 59 และข้าวโพดเหนี่ยวทั้ง 2 สีและ3 สี บอกว่า ทางบริษัทแปซิฟิคฯ จะเน้นในด้านคุณภาพให้ครองใจของทั้งคนปลูกซึ่งทางแปซิฟิคเมล็ดพันธุ์ จึงมีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ตอบโจทย์ได้ดีไม่ว่าจะเป็นเรื่องของรายได้จากการปลูก ที่มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ที่สูงตกไร่ละ  2.5- 3 ตัน และผู้บริโภคเองก็มีความพึงพอใจในคุณภาพด้านรูปลักษณ์ หรือขนาดฝักที่พอเหมาะรวมถึง สีและรสชาติความอร่อย อย่างข้าวโพดข้าวเหนียวก็พัฒนาเพิ่มให้ครบเครื่องจากเดิม คือ ข้าวโพดข้าวเหนียวจะมีจุดเด่นในเรื่องความเหนียวหนึบ เวลาเคี้ยวรู้สึกอร่อยที่กำลังดี ไม่หวาน และขนาดของฝักส่วนมากจะค่อนข้างเล็กหรือเรียกว่า ข้าวโพดเทียน ที่ผู้บริโภคมีความคุ้นเคยกันในอดีต

          ล่าสุดได้เพิ่มคือมีมีสองสีและสามสีพร้อมขนาดของฝักที่พอเหมาะกับการทานต่อ 1 ครั้ง/ฝัก ที่สำคัญบริโภคแล้วได้ประโยชน์ต่อร่างกานจากสีม่วง (แอนโธไซยานิน) ที่ช่วยดูแลทางด้านสุขภาพด้วย

         “ขวัญเรือน โมรา” เกษตรกรชาว ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม  จ.ชลบุรี หนึ่งในลูกไร่ของ ชดาภา บอกว่า ร่วมปลูกข้าวโพดส่งขายให้กับ ชดาภา ตั้งแต่แรกโดยเลือกพันธุ์ข้าวโพดข้าวเหนียว ทั้งข้าวเหนียวสองสีและสามสี เพราะความชอบเป็นส่วนตัว ปัจจุบันปลูกในพื้นที่ 2 ไร่ แต่ละรุ่นจะวางแผนปลูกตามการนัดหมายซื้อผลผลิตเป็นหลัก โดยจะมีต้นการทุนผลิตต่อไร่ราว 3,000 บาท ขายก็ได้ราวๆ 2 หมื่นหักต้นทุนแล้วก็เหลือกว่า  1 หมื่นบาท

          เช่นเดียวกับ สมเกียรติ หมวดสา อยู่บ้านเลขที่ 315/2 หมู่ 1 ต.หนองไผ่แก้ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ก็บอกว่า ยึดอาชีพเสริมด้วยการปลูกข้าวโพดหวานมานานกว่า 20 ปีแล้ว เคยใช้มาหลายพันธุ์ดีบ้างไม่ดีบ้าง จนกระทั่งได้ลองของแปซิฟิคซึ่งเริ่มมาตั้งแต่พันธุ์ไฮบริกซ์ 10, ไฮบริกซ์ 3 และตอนนี้ก็ต้องยกให้ “ไฮบริกซ์ 59” เป็นพืชเสริมให้กับชาวไร่ใช้ปลูกหมุนเวียนกับอ้อยและมัน หากรอบไหนไม่มีปัญหาเรื่องฝนเยอะหรือแล้งจัดที่ทำให้เสียหายเยอะ ก็ถือว่ารายได้อยู่ในเกณฑ์น่าพอใจ หักต้นทุนแล้วจะมีกำไรไร่ละกว่า 1 หมื่นบาท

           ก็นับเป็นอาชีพที่น่าสนใจจ ต้อวการรายละเอียดปรึกษากับ ชดาภา ได้ที่โทร. 080-099-8910