แค่อยากกินปูนา แต่หายาก เลี้ยงเองขายได้วันละ 3 หมื่นที่ฟาร์ม”ตูมตาม”

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย …ดลมนัส  กาเจ

   ” ปัจจุบันตลาดปูนา จะมีลูกค้ามาซื้อถึงที่ อีกส่วน ส่งขายร้านอาหารหลายจังหวัดโดยเฉพาะภาคอีสาน มีพ่อค้าส่งออกไปยังเกาหลีใต้อาทิตย์ละ 2 ตัน เมื่อคำนวณแล้ว เขาจะมีรายได้จากการขายปูนาในรูปแบบต่างๆ วันละ 3 หมื่นบาท”

                เพียงอยากกิน”ปูนา” แต่หายาก กลายเป็นจุดประกายของเด็กหนุ่มรุ่นใหม่วัยเพียง 22 ปีในตอนนั้น ปานศิริ ปาดกุล” หรือตูมตาม กลายเป็นเจ้าของฟาร์มปูนารายใหญ่ของประเทศไทย ที่มีเครือข่ายลูกฟาร์มกว่า 30 ราย ที่สามารถผลิตปูนาได้วันละกว่า 2  ตัน ขายทั้งปูสดเป็นกิโล ขายพ่อ-แม่พันธุ์ และแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลายอย่างสามารถสร้างรายได้วันละถึง 3 หมื่น

          เศษเสี้ยวหนึ่งของเวลาในช่วงทดลองความแกร่งของ”ฟอร์ดเรนเจอร์” แวะ “ฟาร์มปูนานายตูมตม”แห่งบ้าน ต.โพธิ์ทะเล  อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี  ซึ่งเป็นฟาร์มปูนา น่าจะเป็นรายใหญ่ของประเทศไทย ที่ตูมตาม ได้เลี้ยงมาแล้วเกือบ 4 ปี ซึ่งในวันนี้เป็นผู้ไปดูงาน และแวะซื้อผลิตภัณฑ์จากปูนา รวมถึงหาซื้อพ่อ-แม่พันธุ์ไม่ขาดสาย

         ที่จริง ตูมตาม เริ่มจากจากอาชีพ หนุ่มโรงงาน ทำหน้าที่ในแผนกบัญชี ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในเมืองกรุง หลังจากที่เขาเรียนจบปริญญาตรี คณะรัฐประศาสนศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฎสิงห์บุรี  ก่อนย้ายไปอยู่โรงงานผลิตอะไหล่โทรศัพท์มือถือย่านนิคมอุสาหกรรมนวนคร จ.ปทุมธานี ได้เงินกว่า 2 หมื่น ซึ่งเขามองว่าที่ทำงานใหม่น่าจะสร้างหลักความมั่นคงให้กับชีวิตได้ระดับหนึ่ง แต่เหตุการณ์ไม่คาดคิด เขาทำงานได้ราว 5 เดือน คุณพ่อผู้บังเกิดเกล้า พลัดตกต้นไผ่ถึงขั้นกระดูกหัก ขณะที่คุณแม่ก็ยังป่วยอยู่ ปานศิริ หรือตูมตาม ซึ่งลูกชายโทนในครอบครัวต้องลาออกจากงานทิ้งเงินกว่า 2 หมื่ยบาท ขณะที่มีวัยเพียง 22 ปีเท่านั้น

        “ถาม เสียดายเงินเดือนไม่ ก็เสียดายนะ เพราะผมอายุแค่นี้ มีรายได้หลัก 2 หมื่นบาท แต่ครอบครัวผมมีลูกคนเดียว เป็นลูกชายด้วย เมื่อคุณพ่อเกิดอุบัติเหตุ คุณแม่ป่วย ก็ต้องกลับมาดูแล ตอนนั้นคิดว่า กลับมาแล้วต้องหารายได้ เพราะที่บ้านมีอาชีพทำนา ที่ก็เช่า รายได้ส่วนหนึ่งของคุณพ่อคือเลี้ยงไก่พื้นเมืองไก่ชน เมื่อพ่อล้มป่วยจากอุบัติเหตุ ผมต้องหารายได้จากรับจ้างบ้าง ตอนนั้นเงินก็ไม่ค่อยมี ถ้าจำไม่ผิดมีเพียง 1,000 บาท ลงทุนขายลูกชิ้นปิ้ง ไก่ย่าง หมูปิ้ง พอมีรายได้มาจุนเจือครอบครัว  แต่ตอนหลังเริ่มมีคู่แข่งมากขึ้น มีวันหนึ่งผมอยากกินปูนา เพราะคุ้นเคยมาตั้งแต่เด็กๆ ปรากฏว่าหากินยากมาก เพราะชาวบ้านใช้สารเคมีฆ่าศัตรูพืช พวกหอย ปู ปลา ในธรรมชาติแทบจะไม่มี” ตูมตาม ย้อนที่มาก่อนเป็นเจ้าของฟาร์มปูนาในวันนี้

              เขา บอกว่า เมื่อมีคู่แข่งเยอะ รายได้ลดลงต้องมองหาอาชีพอื่น คิดว่าปูนาที่หายไป น่าจะเลี้ยงมาขายเพราะคนยังนิยมบริโภคจำนวนมาก เลยตะเวน หาปูนาจากแหล่งต่างๆ ทั้งหาเอง ซื้อมาในราคา กก.ละ 50-60 บาท หรือตัวละ 5 บาท ได้มาราว 400 กก.เลี้ยงในบ่อปูน ใส่ดิน พบว่าปูจำนวนมาก วิ่งขึ้น วิ่งลง บนดิน ลงน้ำ ทำให้เกิดฟอกอากาศ ปูตายเกลี้ยง

       กระนั้นเขาไม่ย้อท้อ พยายามศึกษาเพิ่มเติมพบว่าปูนาต้องอยู่ในน้ำที่สะอาด จึงลองมาเลี้ยงในบ่อปูน เลี้ยงไป ศึกษา มีตายบ้าง รอดบ้าง ตอนหลังพอทราบสาเหตุจนสามารถแก้ปัญหาได้ จึงขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยตั้งแต่ปี 2556 ในบ่อปูนขนาด 2×3 เมตร ปล่อยปูไป 100 คู่ ขยายไปถึง 70 บ่อ หรือจะเลี้ยงในบ่อขนาด 2×4 เมตร  แรกๆประกาศขายผ่านออนไลน์ มีขายทั้งปูสดเป็นกิโล ในราคา กก.ละ 60 บาท ขึ้นไป พ่อ-แม่พันธุ์คู่เป็นร้อยบาท  ปูดอง ปูทอด ปูนิ่ม และนำปูมาแปรรูปเป็นน้ำพริกเผา กะปิปู มันปู เป็นต้น ปัจจุบันตลาดปูนาของเขา จะมีลูกค้ามาซื้อถึงที่ อีกส่วน ส่งขายร้านอาหารโดยเฉพาะในภาคอีสาน มีพ่อค้าซื้อไปเพื่อส่งออกไปยังเกาหลีใต้อาทิตย์ละ 2 ตัน เมื่อคำนวณแล้ว เขาจะมีรายได้จากการขายปูในรูปแบบต่างๆ วันละ 3 หมื่นบาท

            จากการที่ลูกค้ามีความต้องการมากขึ้น เขาขยายให้ลูกฟร์มไปเลี้ยงกว่า 30 ราย โดยเขาจะเป็นผู้รับซื้อทั้งหมด หากรวมแล้วในแต่ละวันจะมีปูนาจากฟาร์มแห่งนี้ รวมถึงลูกฟาร์มด้วยวันละกว่า 2 ตัน

         สำหรับปูนาที่เลี้ยงหลังจากได้ปูนาพ่อแม่พันธุ์มาแล้ว ให้เลี้ยงในบ่อดินเหนียว ใส่น้ำให้ดินแฉะๆ สร้างบรรยากาศตามธรรมชาติ เลี้ยงต่อไป จนปูนาเริ่มกินอาหารได้เอง ประมาณ 5 วัน จึง บ่อปูนขนาดบ่อละ 2×3 เมตร  โดยใช้อาหารปลาดุกเม็ดเล็กโปรตีน 32 หรือจะเสริมด้วยรำข้าววางตามพื้นดินวันละ 2 เวลาช่วงเช้ามืด และช่วงค่ำ จนถึงอายุ 3 เดือน ให้อาหารครั้งเดียวช่วงเช้าเป็นไข่แดงต้มสุก

              “ของผมใช้เทคนิคให้ลูกไข่ปีละ 3 ครั้งจากธรรมชาติเพียงครั้งเดียว คือประมาณต้นเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน แต่เราต้องมีปูนาขายทั้งปี ผมบังคับให้ปูผสมพันธุ์และออกลูกได้ปีละ 2-3 ครั้ง ด้วยวิธีการคือ หลังจากปูนาออกลูกไปแล้วในช่วงฤดูฝน ให้ปล่อยดินแห้งแตกระแหง  จากนั้นให้ฉีดน้ำเข้าไปเต็มที่ ทำให้ปูนาคิดว่าเข้าฤดูฝนอีกครั้งก็จะออกมาผสมพันธุ์กันเอง ทำแบบนี้ 2 ครั้ง เท่ากับปูนาออกไข่ปีละ 3 ครั้ง แม่พันธุ์ 1ตัวได้ลูกปูอย่างน้อยปีละ 300 ตัว” เขา อธิบาย

                ก็นับว่าเป็นเกษตรกรหนุ่มที่ประสบผลสำเร็จในการเลี้ยงปูนา จนกลายเป็นตัวอย่างของยัง สมาร์ท ฟาร์มเมอร์ คือเกษตรกรสมัยใหม่ ที่มีการเลี้ยงเอง แปรรูปเอง และทำตลาดเองจนมีรายสูงถึงวันละ 3 หมื่นบาท

ง่ายๆกับสูตรน้ำพริกปูนาแบบฉบับ”แม่ฉลวย”

                “ฉลวย ปาดกุล”   คุณแม่ของตูมตามบอกว่า การแปรูรูปปูนาทำน้ำพริกง่ายๆ เพียงเอาปูนาเป็นๆ มาย่าง ให้สุก แกะกระดอง ตัดขา ให้เป็นวัตถุดิบ 70 %

                จากนั้น นำพริกขี้หนูกลาง กระเทียม หัวหอมแดง รวม 30% คั่วให้หอม แล้วมาตำร่วมกัน บรรจุใส่กระปุกขายได้ กระปุกละ 25 บาท สนใจสอบถามได้ 085-420-3813

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ