“กัญชง”พืชเศรษฐกิจตัวใหม่บนพื้นที่สูง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…รศ.สมพร อิศวิลานนท์

                                                                   รูปนี้มาจาก:3.rdi.ku.ac.th (มก.)

          ตอนนี้มีการพูดถึง”กัญชง”(เฮมพ์) มากขึ้น เพราะรัฐบาลให้ปลูกได้แล้วในบางพื้นที่ของภาคเหนือตอนบนที่มีอากาศหนาว ขณะเดียวกันก็ยังมีหลายท่านเหมือนกันที่อาจจะไม่รู้จักและไม่เข้าใจว่า”กังชง” เป็นพืชอะไร

          กัญชงเป็นพืชสกุลเดียวกับกัญชา(มาริฮวา-นา) หลายคนคงจะนึกภาพออกได้ทันทีเพราะมีสารออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทหรือสาร THC ทำให้ช่างพูด ช่างหัวเราะ เนื่องจากพืชทั้งสองชนิดอยู่ในตระกูล “แคนนะบิส (Cannabis)”

          กัญชงอยู่ในสายพันธุ์ Cannabis Sativa ส่วนกัญชาอยู่ในสายพันธุ์ Cannabis indica  ทำให้พืชทั้งสองชนิดนี้ถูกจัดรวมอยู่ในกลุ่มของพืชเสพย์ติดให้โทษประเภท 5 ไปพร้อมๆกัน

          ที่จริงแล้วกัญชงมีสารออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท THC ต่ำ มีลำต้นที่สูง และให้ประโยชน์ด้านเส้นใยมาก  พืชชนิดนี้เป็นพืชใช้สอยของชนเผ่าบนพื้นที่สูงมาอย่างยาวนาน เช่น ชนเผ่าม้ง ได้รู้จักการใช้เส้นใยจากต้นกัญชงนำมาถักทอเป็นเสื้อผ้าใช้สอยเป็นต้น           ที่สำคัญเมล็ดของต้นกัญชงมีคุณประโยชน์ด้านโภชนาการโดยเฉพาะสามารถนำมาสกัดน้ำมันและให้กรดไขมันชนิดที่ไม่อิ่มตัว ซึ่งได้แก่โอเมก้า 3  โอเมก้า 6 และโอเมก้า 9 รวมถึงวิตามินอี ซึ่งเป็นสารอาหารที่ให้คุณประโยชน์ด้านการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

          ส่วนกัญชาเป็นพืชที่ให้เส้นใยต่ำแต่มีสารออกฤทธิ์กระตุ้นประสาทมากทำให้ผู้เสพย์มีอาการตื่นเต้น กัญชาจึงมีคุณสมบัติของการเป็นพืชเสพย์ติดมากกว่ากัญชง

           เมื่อปีที่แล้ว(27 ธันวาคม 2559) คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุญาตให้มีการปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้ในพื้นที่ 15 อำเภอ 6 จังหวัดของภาคเหนือ เริ่มตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นไป อันประกอบด้วย อ.แม่วาง อ.แม่ริม อ.สะเมิง และแม่แจ่มของจังหวัดเชียงใหม่  อ.เทิง อ.เวียงป่าเป้า และ อ.แม่สาย ของจังหวัดเชียงราย  อ.นาหมื่น อ.สันติสุข และอ.สองแคว ของจังหวัดน่าน อ.พบพระ จังหวัดตาก และ อ.หล่มเก่า อ.เขาค้อ อ.เมือง ของจังหวัดเพชรบูรณ์ และอ.เมือง ของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเกษตรกรที่จะเพาะปลูกได้ส่วนมากมักจะเป็นเกษตรกรบนพื้นที่สูงและต้องจดทะเบียนกับหน่วยงานราชการที่กำกับในพื้นที่จึงจะทำการเพาะปลูกได้

           ถ้าไปดูในสหรัฐอมเริกาเมื่อไม่นานมานี้ก็ได้มีการปรับแก้กฎหมายให้มีการปลูกกัญชงเป็นพืชเศรษฐกิจได้เช่นกัน อีกทั้งในหลายประเทศ เช่น จีน ฝรั่งเศส ชิลี โรมาเนีย ต่างก็ใช้ประโยชน์จากกัญชงเพราะเห็นประโยชน์จากการนำมาใช้สอยทั้งในด้านอุตสาหกรรมด้านเส้นใยและด้านโภชนาการ

          จากข้อมูลขององค์การอาหารและเกษตรของสหประชาชาติ ระบุว่ามีพื้นที่เก็บเกี่ยวกันชงกันทั่วโลกประมาณ 0.42 ล้านไร่เพราะยังมีกฎหมายห้ามการปลูกพืชดังกล่าวอยู่ในหลายประเทศ ในจำนวนพื้นที่ดังกล่าวเป็นการปลูกเพื่อใช้เส้นเส้นใยร้อยละ 66.7 และปลูกเพื่อการใช้ประโยชน์จากเมล็ดร้อยละ 33.3 ประเทศที่เพาะปลูกมากเพื่อใช้เป็นเส้นใย เช่น เกาหลีเหนือ จีน และชิลี ตามลำดับ ส่วนประเทศที่มีการปลูกและใช้เมล็ดมากเป็นลำดับต้นๆได้แก่ ฝร่งเศส และจีน สำหรับในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังไม่ปรากฎข้อมูลพื้นที่เก็บเกี่ยวและผลผลิตของพืชดังกล่าว

          กัญชงเป็นพืชที่ปลูกบนพื้นที่สูงมีอายุสั้นใช้เวลาปลูกจนถึงเก็บเกี่ยวประมาณ 90-120 วัน เป็นพืชที่ปลูกง่ายใช้น้ำน้อย มีต้นทุนในการปลูกและดูแลรักษาต่ำ และต่ำกว่าต้นทุนการปลูกข้าวโพดบนพื้นที่สูงอย่างมากแต่ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูงกว่าและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมดีกว่า กัญชงจึงพืชที่เหมาะกับการใช้ปลูกทดแทนข้าวโพดบนพื้นที่สูง

          อีกทั้งยังเป็นพืชที่ให้เส้นใยคุณภาพสูงซึ่งเมื่อนำมาใช้ทอผ้าจะมีความแข็งแรงกว่าผ้าที่ทอจากฝ้าย อีกทั้งยังให้ความอบอุนและกันความชื้นได้ดีกว่าผ้าลินินหรือเส้นใยสังเคราะห์อื่นๆ ผ้าที่ทอจากเส้นใยกัญชงจะมีราคาสูงและเป็นที่ต้องการของตลาดผู้มีรายได้สูงทั้งในตลาดยุโรปและอเมริกา รวมถึงภูมิภาคอื่นๆที่มีภูมิอากาศหนาวเย็นเป็นเวลานาน

         ประเทศไทยได้มีโครงการนำร่องในด้านการวิจัยกัญชงเพื่อพัฒนาให้เป็นพืชเศรษฐกิจภายใต้การดำเนินงานของสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูงและมูลนิธิโครงการหลวง เพื่อปรับปรุงทั้งด้านผลผลิตต่อไร่และคุณภาพของเส้นใยและทำให้มีสาร THC ต่ำ มาเป็นเวลากว่าครึ่งทศวรรษที่ผ่านมา

        ในภาวะที่สังคมให้ความตระหนักถึงการผลิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม กัญชงจึงน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจบนพื้นที่สูงได้อีกชนิดหนึ่งครับ!