อินโดนีเซียกับนโยบายพึ่งพิงตนเองเรื่องข้าว(1)

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย..สมพร อิศวิลานนท์

           

         อดีตต้องยอมรับว่า อินโดนีเซียหรือที่เรียกกันดั้งเดิมว่าหมู่เกาะชวา เกิดภาวะการขาดแคลนข้าว มายาวนาน ทั้งในช่วงที่หมู่เกาะชวาอยู่ภายใต้การเป็นอาณานิคมของเนเธอแลนด์หรือฮอลแลนด์ และหลังการประกาศเอกราชในปี พ.ศ. 2488 ซึ่งโดยปกติอินโดนีเซียเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวทุกปีเพราะมีการผลิตไม่เพียงพอภายในประเทศ อีกทั้งในปีใดที่ภูมิอากาศไม่เอื้ออำนวยหรือมีภัยพิบัติทางธรรมชาติรวมถึงการระบาดของโรคแมลงเพิ่มความเสียงให้มีมากขึ้นแล้ว ภาวะการขาดแคลนข้าวซึ่งเป็นอาหารจานหลักของประชากรในประเทศก็จะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างมากตามมา

          ความเดือดร้อนดังกล่าวในอดีตได้ส่งผลให้อินโดนีเซียต้องนำเข้าข้าวจำนวนมากในแต่ละปีเพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของประชากร  และเนื่องจากอินโดนีเซียเป็นผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ในตลาดการค้าข้าวโลก ความผันผวนของปริมาณผลผลิตข้าวของอินโดนีเซียในขณะนั้นได้ส่งผลกระทบต่อความผันผวนของราคาข้าวในตลาดการค้าข้าวโลกตามมา เพราะตลาดการค้าข้าวโลกเป็นตลาดที่บาง (thin market)

          การที่อินโดนีเชียเป็นชาติที่มีประชากรหนาแน่นและประชากรส่วนมากบริโภคข้าวเป็นอาหารหลัก ความไม่มีเสถียรภาพของราคาข้าวและความไม่เพียงพอย่อมส่งผลกระทบต่อแรงกดดันทางการเมืองตามมา เพื่อแก้ปัญหาภาวะการขาดแคลนข้าวและความความผันผวนของราคาข้าวภายในประเทศ รัฐบาลอินโดนีเซียในขณะนั้นได้จัดตั้งองค์กรที่เรียกเป็นภาษาอินโดนีเซียว่า Badan Urusan Logistik (BULOG) หรือในภาษาอังกฤษว่า  The National Logistic Supply Organization ขึ้นในปี พ.ศ. 2510 เพื่อทำหน้าที่ในการบริหารสร้างมูลภัณฑ์กันชนข้าวไม่ให้เกิดภาวะขาดแคลนจนเกิดความไม่มั่นคงทางอาหารและรวมถึงการเป็นหน่วยงานทำหน้าที่บริหารราคาข้าวในประเทศให้มีเสถียรภาพทั้งราคาฟาร์มที่เกษตรกรได้รับและราคาที่ผู้บริโภคจะต้องจ่าย

       โดยในด้านราคาฟาร์ม BULOG จะใช้กลไกของระบบสหกรณ์การเกษตรเข้าไปแทรกแซงรับซื้ออุปทานจำนวนหนึ่งจากเกษตรกรโดยเฉพาะในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วนำเข้ามาเก็บในสต็อกของรัฐซึ่งมีที่ตั้งกระจายอยู่ในเมืองต่างไม่น้อยกว่า 1,500 แห่ง เพื่อทำให้ระดับราคาข้าวเปลือกที่เกษตรกรได้รับไม่ตกต่ำจนไม่คุ้มต้นทุนการผลิต และขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่รักษาระดับเพดานราคาที่ผู้บริโภคจะต้องจ่ายจากการหาซื้อข้าวในท้องตลาดในระดับราคาที่ไม่สูงเกินไปจนผู้บริโภคได้รับผลกระทบโดยมีจุดกระจายข้าวรวมกันถึง 58,226 แห่ง

         อีกทั้งยังให้การอุดหนุนข้าวราคาต่ำให้กับคนยากจนในเมืองอีกด้วย BULOG จึงเป็นองค์กรภายในประเทศของอินโดนีเซียที่บริหารจัดการในการสร้างเสถียรภาพด้านราคาและป้องกันภาวะการขาดแคลนข้าวเพื่อการบริโภคภายในประเทศเรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน การทำงานของ BULOG จึงมีทั้งการเข้าไปรับซื้อข้าวจากเกษตรกรเพื่อการรวบรวมเป็นสต็อกข้าวของรัฐและอีกส่วนหนึ่งทำหน้าที่ในการนำเข้าข้าวจากต่างประเทศเพื่อการบริหารสต็อกให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และรวมถึงการจัดสรรข้าวให้คนยากจนได้เข้าถึงอาหาร

         นอกจากการจัดตั้ง BULOG แล้ว รัฐบาลอินโดนีเซียในขณะนั้นยังได้จัดทำแผนการพึ่งพิงตนเองโดยเฉพาะสินค้าข้าวซึ่งเป็นอาหารหลักของประชากรในประเทศ โดยได้ประกาศแผน The Mass Guidance  หรือ BIMAS Rice Intensification Program ซึ่งเป็นแผนงานที่ให้การสนับสนุนเกษตรกรให้เข้าถึงเทคโนโลยีที่เป็นปัจจัยการผลิตสมัยใหม่ ได้แก่ข้าวพันธุ์ใหม่ การใช้ปุ๋ยเคมี การปรับปรุงและพัฒนาแหล่งน้ำชลประทาน รวมถึงการนับสนุนในด้านสินเชื่อการเกษตรเพื่อให้เกษตรกรได้มีเงินทุนในการซื้อปัจจัยการผลิตสมัยใหม่

          นอกจากนี้ยังได้ให้การสนับสนุนในด้านการส่งเสริมการเกษตรเพื่อให้เกิดการแพร่กระจายของการยอมรับในเทคโนโลยีสมัย การสนับสนุนเพื่อการเพิ่มผลผลิตต่อหน่วยและเพื่อการขยายการผลิตข้าวให้มีปริมาณผลผลิตเพิ่มขึ้น เป็นต้น

(ติดตามตอนต่อไปวันศุกร์หน้า)