โฉมใหม่“ทวาย”จากเกษตรกรรมสู่เมืองท่าที่ยิ่งใหญ่

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย … รศ.สมพร อิศวิลานนท์

                                                                        ที่มาภาพ:คมชัดลึก

          ถ้าย้อนถึงอดีตเขตตะนาวศรีของพม่าหรือเมียนมาร์ในปัจจุบัน ประกอบด้วยเมืองทวาย มะริด และตะนาวศรี เคยเป็นดินแดนแหล่งการค้าในฝั่งอันดามันที่เชื่อมโยงระหว่างหัวเมืองในบริเวณทะเลจีนใต้และอ่าวไทยกับหัวเมืองในอ่าวเบงกอลของอินเดียตะวันออกซึ่งได้แก่ อินเดียและศรีลังกา มาแต่โบราณ

          ที่จริงทั้งเมืองมะริด ทวาย และตะนาวศรี เคยเป็นเมืองชายแดนของอาณาจักรสุโขทัยและอยุธยามาก่อนแต่ก็ต้องตกไปอยู่ภายใต้การครอบครองของพม่าเมื่อครั้งเสียกรุงศรีอยุธยานั่นเอง

           ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่ออังกฤษเข้ามาครอบครองอินเดียและศรีลังกาในยุคของการล่าอาณานิคมได้ถือเอาดินแดนเมืองมะริด ทวายและตะนาวศรี เข้ารวมไว้ในอาณานิคมของอังกฤษ เมื่อพม่าได้รับเอกราชดินแดนดังกล่าวจึงอยู่ในการครอบครองของพม่าและรวมกันเป็นเขตตะนาวศรีในปัจจุบัน

           ทวายถือเป็นแหล่งเพาะปลูกข้าวอันเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัด เพราะมีทั้งพื้นที่ราบลุ่ม เหมาะแก่การเพาะปลูก นอกจากข้าวแล้วพื้นที่ดอนและพื้นที่ตามไหล่เขาจะถูกใช้ในการเพาะปลูกยางพารา หมาก และในพื้นที่ชายทะเลบางแห่งมีการปลูกมะม่วงหิมพานต์และมะพร้าว ในแถบชายฝั่งทะเลก็จะมีการทำประมงขนาดเล็ก

          ถือเป็นเมืองเกษตรกที่สำคัญของพม่าในสมัยนั้น  แต่เนื่องจากทวายอยู่ห่างไกลจากกรุงย่างกุ้งประมาณ 614 กิโลเมตร การคมนาคมที่ไม่สะดวก   การค้าขายของเมืองทวายจึงเป็นการค้าขายแลกเปลี่ยนภายในเมืองและหัวเมืองใกล้เคียงเป็นสำคัญ ส่วนยางพาราและหมากมีการรวบรวมเพื่อการส่งออกอยู่บ้าง

          สำหรับภาคอุตสาหกรรมและภาคการบริการท่องเที่ยวในทวายยังมีสัดส่วนทางเศรษฐกิจไม่มาก ทำให้เศรษฐกิจของเมืองพึ่งพิงอยู่กับภาคการเกษตรและขยายตัวเติบโตไปอย่างช้าๆ แต่หลังจากที่เมียนมาร์ เข้าเป็นสมาชิกอาเซียนตั้งแต่ปี 2540 ทำให้ประชาคมอาเซียนครอบคลุมประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ทั้งหมดอันนำไปสู่การเป็นแหล่งผลิตและตลาดการค้าร่วมกันภายในภูมิภาค

          ต่อมาความตกลงร่วมมือระหว่างไทยและเมียนมาร์ในการจัดทำโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจทวาย ถือเป็นจุดเปลี่ยนเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในพื้นที่ภาคใต้ของเมียนมาร์ อีกทั้งกำลังเป็นกลไกกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเมืองทวายและรวมถึงเขตตะนาวศรี เพราะภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว มีโครงการจัดสร้างท่าเรือน้ำลึกทวาย มีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมด้านเทคโนโลยีต่างๆ และการแปรรูปอาหาร โดยมีพื้นที่รวมประมาณ 4 แสนไร่ พร้อมๆ กับการจัดสร้างเส้นทางคมนาคมเชื่อมโยงระหว่างทวายกับกาญจนบุรีและเชื่อมต่อผ่านกัมพูชาไปจนถึงเวียดนามตอนใต้ เกิดเป็นแลนด์บริดจ์ใหม่ที่สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

          ที่สำคัญหากโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายหากเป็นผลสัมฤทธิ์จะเกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางด้านโลจิสติกส์เชื่อมต่อการค้าภายในภูมิภาค เกิดเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้าแหล่งใหม่ให้แก่ภูมิภาคเอเชียและของโลก

             สิ่งเหล่านี้ ทำให้อนาคตเมืองทวายจากที่มีเกษตรกรรมเป็นฐานคงจะถูกแปลงโฉมไปสู่การเป็นเมืองท่าการค้าและอุตสาหกรรมที่สำคัญของภูมิภาคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เลยครับ!