ผลไม้ไทยนำหน้าในตลาดอาเซียน

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย … รศ.สมพร อิศวิลานนท์

ช่วงนี้ผลไม้ไทยกำลังออกสู่ท้องตลาดพอดี เรามาคุยตลาดผลไม้ไทยในอาเซียนดีกว่า

ผลไม้ไทยเป็นผลไม้เมืองร้อน และผลไม้ไทยนั้นเข้าถึงตลาดอาเซียนมานานแล้ว แม้ว่าหลายประเทศในอาเซียนจะมีการผลิตผลไม้หลายอย่างได้เช่นเดียวกับประเทศไทยก็ตาม แต่ผลไม้ของไทยนั้นผู้บริโภคในอาเซียนต่างก็ยกนิ้วให้ว่า ผลไม้จากประเทศไทยมีคุณภาพที่เหนือกว่าผลไม้ประเภทเดียวกันที่ผลิตได้ในประเทศของของอาเซียน

ทำให้เรามักจะได้ยินคำว่า “แบงค็อก” นำหน้าชื่อผลไม้ที่นำเข้าจากประเทศไทยและนำไปจำหน่ายในตลาดขายปลีกในประเทศนั้นๆ เช่น Bangkok Durian Bangkok Longan เป็นต้น

การที่ผลไม้ของไทยมีคุณภาพเด่นกว่าผลไม้ที่ผลิตได้จากประเทศผู้ผลิตรายอื่นในกลุ่มประเทศอาเซียน เพราะเรามีประสบการณ์มายาวนาน ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรื่อยมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น การทำสวนผลไม้ของเกษตรกรไทยจะต้องเสียภาษีอากร เรียกว่า “อากรสวน” ซึ่งเป็นการเก็บ “อากรต่อต้น” ของผลไม้ชนิดนั้นๆ การเก็บอากรสวน “ต่อต้น” ในสมัยนั้นมีผลสืบเนื่องต่อการพัฒนาคุณภาพและการเพาะปลูกผลไม้ของชาวสวนไทยตามมา และอาจกล่าวได้ว่าการเติบโตของภาคการผลิตผลไม้ไทยนั้นเติบโตมาจากการขวนขวายของเกษตรกรเป็นส่วนสำคัญ ส่วนที่เกิดจากความช่วยเหลือของภาครัฐนั้นมีเป็นส่วนน้อย

เกษตรกรชาวสวนของไทนเราต้องยอมรับว่า เป็นคนขยันและมีทักษะและความคิดที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลงในสิ่งใหม่ๆ ได้เร็วกว่าเกษตรกรชาวนาหรือชาวไร่ ทำให้เกษตรกรชาวสวนส่วนใหญ่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเกษตรกรชาวนาและชาวไร่

ข้อมูลการค้าผลไม้ของไทยในอาเซียน พบว่าในปี 2557 การค้าสินค้าผลไม้ของไทยกับประเทศในอาเซียนมีมูลค่าถึง 12,967 ล้านบาท ลำไย มังคุด ทุเรียน และมะม่วงจะเป็นดาวเด่น  ส่วนการนำเข้าผลไม้จากกลุ่มอาเซียนด้วยกันมีเพียง 3,303 ล้านบาท อาทิเมล็ดมะม่วงหิมพานต์ มะพร้าว และแก้วมังกร

ทำให้เราเกินดุลถึง 9,664 ล้านบาท และหากเทียบกับปี 2551 ไทยมีการส่งออกผลไม้ไปในอาเซียน 2,721 ล้านบาท และมีมูลค่าเกินดุลการค้าเพียง 2,720 ล้านบาท จะเห็นว่าบทบาทของพืชสวนไทยกำลังจะกลายเป็นดาวเด่นในการค้ากลับกลุ่มอาเซียนอย่างรวดเร็ว

การเปิดตลาดการค้าผลไม้ของไทยในอาเซียนภายใต้การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนับแต่ปี 2553  นอกจากจะก่อให้เกิดการขยายตัวเพิ่มขึ้นจากด้านอุปสงค์ผลไม้ไทยจากผู้บริโภคในอาเซียนที่มีรวมกันเกือบ 600 ล้านคนแล้ว ความจำเพาะในการเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ไทยจะทำให้สินค้าส่งออกผลไม้ของไทยมีตลาดจำเพาะและมีมูลค่าที่สูงขึ้นและเป็นปัจจัยเอื้อและส่งผลดีต่อการยกระดับภาคการผลิตและการค้าผลไม้ของไทยรวมถึงรายได้ของเกษตรกรชาวสวนผลไม้ไทยตามมา

ดังนั้นสิ่งที่เกษตรกรชาวสวนจำเป็นจะต้องเรียนรู้คือการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพและมาตรฐานตามที่ตลาดต้องการไปพร้อมๆ กับการรวมกลุ่มให้เข้มแข็งเพื่อให้เกิดการผลิตให้เป็น และถ้าชาวสวนมีการรวมกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน เชื่อว่าอาชีพทำสวนผลไม้จะเป็นเส้นทางสู่ความมั่งคั่งและอยู่ดีกินดีอย่างยั่งยืนครับ!