ไทยยักษ์ใหญ่ส่งออกสับปะรดแปรรูป

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…รศ.สมพร อิศวิลานนท์

       ปัจจุบันในบ้านเรากำลังประสบปัญหาราคาสับปะรดตกต่ำ เนื่องจากมีการผลิตที่ล้นตลาดตลาด หรือเกินกว่าตลาดต้องการ

        ที่จริงสับปะรดเป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทางตอนใต้ของประเทศบราซิลติดต่อกับประเทศปารากวัย และได้แพร่ขยายไปใทวีปอมเริกาใต้และอเมริกากลางในระยะเวลาต่อมาก่อนที่ดินแดนในพื้นที่ดังกล่าวจะถูกค้นพบโดยโคลัมบัสในปลายศตวรรษที่ 15 เนื่องจากผลของพืชดังกล่าวมีลักษณะแปลก ทำให้คณะสำรวจนำพืชดังกล่าวกลับมายังสเปน

        ต่อมามีความพยายามปลูกพืชดังกล่าวทั้งเป็นไม้ประดับและใช้ผลเพื่อตบแต่งโชว์บนโต๊ะอาหาร สับปะรดจึงเป็นพืชที่ชนชั้นเศรษฐีในยุโรปในยุคนั้นนิยม มีการลงทุนสร้างโรงเรือนจำเพาะเพื่อการปลูกพืชดังกล่าวเพื่ออวดถึงความมั่งคั่ง

        ชาวโปรตุเกสได้นำพันธุ์สับปะรดมาเผยแพร่ในเอเชีย โดยนำมาปลูกที่ที่อินเดียและในหมู่เกาะชวาและแหลมมลายูในช่วงศตวรรษที่ 16 ส่วนชาวสเปนนำมาเผยแพร่ในฟิลิปปินส์เมื่อครั้งที่ฟิลิปปินส์ตกเป็นเมืองขึ้นของสเปนในช่วงศตวรรษเดียวกัน ซึ่งต่อมาการเพาะปลูกสับปะรดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขยายตัวออกไปเพราะมีภูมิภาคร้อนชื้นเหมาะสมกับการเจริญเติบโต

        สำหรับการทำฟาร์มขนาดใหญ่เพื่อการผลิตสับปะรดกระป๋องเกิดขึ้นในราวต้นศตวรรษที่ 20 เมื่อมีการทำฟาร์มขนาดใหญ่ขึ้นในหมู่เกาะของฮาวายโดยชาวอเมริกา  

        สับปะรดเป็นพืชที่มีคุณสมบัติทางโภชนาการทั้งในด้านการให้พลังงานและมีองค์ประกอบของวิตามินอย่างเช่น ไทอามีน(บี1) ไรโบเฟลวิน(บี 2) ในอาซิน(บี 3) กรดเพนโทเทนิก(บี 5) วิตามินบี 6 โฟเลด(บี9) และวิตามินซี นอกจากนี้ยังมีองค์ประกอบของแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม สังกะสี เป็นต้น

        การผลิตสับปะรดของโลกในปี 2557 มีประมาณ 21.9 ล้านตัน ในจำนวนนี้ประมาณครึ่งหนึ่งเป็นผลผลิตจากเอเชีย สำหรับอาเซียนมีปริมาณผลผลิตรวมกันสูงสุดหรือประมาณ ร้อยละ 34 ของผลผลิตโลก ในจำนวนนี้มีฟิลิปปินส์เป็นผู้ผลิตรายใหญ่ รองลงมาได้แก่ไทยและอินโดนิเซีย

        ในประเทศไทยมีพื้นที่เพาะปลูกสับปะรดกระจายอยู่เกือบทุกภาค แต่จังหวัดที่มีการเพาะปลูกมากได้แก่ภาคกลางของประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ในภาคตะวันตกและจังหวัดระยองในภาคตะวันออกซึ่งเป็นการปลูกเพื่อป้อนให้กับโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป การปลูกสับปะรดในภูมิภาคอื่นๆเป็นการปลูกเพื่อตลาดบริโภคหัวสด พันธุ์ที่นิยมบริโภคสดได้แก่พันธุ์ภูเก็ตซึ่งปลูกในภาคใต้ พันธุ์ภูแลในภาคเหนือ ซึ่งพันธุ์ดังกล่าวมีลักษณะจำเพาะของพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิต ซึ่งต่างไปจากพันธุ์ปัตตาเวียซึ่งส่วนใหญ่จะใช้เป็นวัตถุดิบในโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปเป็นสำคัญ

        การส่งออกสับปะรดของไทยและของอาเซียน ส่วนใหญ่แล้วจะส่งออกในรูปของการแปรรูป ได้แก่สับปะรดกระป๋อง น้ำสับปะรด สับปะรดกวน เป็นต้น  ในปี 2557 ไทยส่งออกสับปรดกระป๋องเป็นลำดับหนึ่งของโลก จากปริมาณการส่งออก 967 พันตัน เป็นการส่งออกจากไทยถึงร้อยละ 55.4 ส่วนการส่งออกของฟิลิปปินส์ และอินโดนิเซียคิดเป็นร้อยละ 19.9 และ 14.4 ตามลำดับ

       สำหรับการส่งออกน้ำสับปะรดมีประมาณการส่งออก 350 พันตัน ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกจากไทยร้อยละ 30.6 รองลงมาได้แก่การส่งออกของฟิลิปปินส์ร้อยละ 30.0 ส่วนอินโดนิเซียมีการส่งออกน้ำสับปะรดเพียงเล็กน้อย

       ไทยและอาเซียนจึงเป็นผู้ถือครองตลาดส่งออกสับปะรดกระป๋องและน้ำสับปะรดรายใหญ่ของโลก  สำหรับมูการส่งออกสับปะรดโดยรวมของไทยในปี 2557 คิดเป็นมูลค่าถึง 23,604 ล้านบาทที่เกียวกรับ!

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ