“หนามแท่ง”แทนสบู่-รักษาโรคหลายอย่าง

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย-นายสวีสอง

“หนามแท่ง” หรือบางพื้นที่จะเรียกว่า “เคดหนาม” แม้ดูผิวเผินอาจคิดว่า เป็นพืชไร้ค่า และน่ากลัว เพราะทั้งต้นมีหนามแหลมคมมาก แต่ความเป็นจริงแล้ว คนสมัยก่อนใช้เปลือกผลมาซักเสื้อ-ผ้า ชำระล้างร่างกาย และสระผม  ทางภาคอีสานนำกิ่งทำเป็นสาก (ไม้ตำพริก)เชื่อว่าช่วยดูดสารพิษจากอาหารได้

ในทางสมุนไพรนั้น  ข้อมูล จากสถาบันวิจัยวรุกขเวช ระบุทั้งต้นมีสรรคุณ ปรุงเป็นยารักษาโรคเบาหวาน แก้โรคมะเร็งต่างๆเช่น มะเร็งในตับ มะเร็งในกระดูก แก้วัณโรค ขณะที่ศักยภาพทางเภสัชวิทยา    จากการศึกษาในส่วนที่สกัดด้วย 50% แอลกอฮอล์จากลำต้นของต้นหนามแท่ง พบว่า มีสารองค์ประกอบอยู่ในกลุ่มแทนนินส์ และคาร์ดิแอคไกลโคไซด์ มีปริมาณ total phenolics = 114.29 มก./มล. มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (EC50 = 152.30 มก./มล.) ไม่มีฤทธิ์ก่อกลายพันธุ์ แต่มีฤทธิ์ต้านการกลายพันธุ์ในภาวะที่มีการทำงานของเอนไซม์ร่วมด้วย

นอกจากนี้ไม่มีฤทธิ์ในการกระตุ้นภูมิคุ้มกันโดยตรง แต่สามารถเสริมการกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดทีเซลล์ มีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัสซึ่งเป็นสาเหตุของโรคเริม  มีฤทธิ์ฆ่าเซลล์มะเร็งตับปานกลาง  สามารถชักนำการตายของเซลล์มะเร็งตับแบบอะพอพโทซิส เมื่อเซลล์ได้รับสารสกัดนาน 1 วัน

ตำรายาไทย  ใช้  ทั้งต้น รสเฝื่อนเล็กน้อย ปรุงยารักษาโรคเบาหวาน แก้โรคมะเร็งต่างๆ เช่น มะเร็งตับ มะเร็งในกระดูก แก้วัณโรค ผลแก่ ใช้ตีกับน้ำ เป็นยาสระผม ซักผ้า เบื่อปลา
ประเทศแถบอินโดจีน  ใช้  ใบ แก้ไข้ ขับปัสสาวะ

เป็นไม้พุ่มยืนต้นขนาดเล็ก มีชื่อชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Catunaregam spathulifolia Tirveng.อยู่ในวงศ์ RUBIACEAE สูงเต็มที่ไม่น่าจะเกิน 8 เมตร  ลำต้นตรง เปลือกต้นสีเทา แตกกิ่งแผ่กว้าง  ตามลำต้นและกิ่งมีหนามแหลมคมมาก ขึ้นเป็นคู่เวียนสลับยาว 3-6 ซม.

ใบ เป็นใบเดี่ยว  ขึ้นตามกิ่งเป็นคู่ตรงกันข้าม รูปทรงรี โคนใบสอบ ปลายใบมน ใบกว้าง 3-4  ซม. ยาว 5-7 ซม. มีเส้นแขนงใบราว 9-14 คู่

ดอก ออกเป็นช่อเดี่ยวตามซอกใกล้ปลาย จะออกและผลมีนาคม – สิงหาคม เวลาบานมี 8-9 กลีบสีเหลือง  โคนกลีบบิดโค้ง ที่ปลายบานกลม เหมือนใบพัด ยาวราว 2-4 ซม. มีเกสรตัวผู้อยู่กลาง 8-9 อัน เกสรตัวเมียอยู่กลางวง

ผล กลมรี เปลือกสีเขียวอมเหลือง  มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 4-6 ซม.หากเรามาทุบเล่นเปลือกและเนื้อของผลจะเป็นฟอง คนสมัยก่อนใช้ซักผ้าได้

ไม้ชนิดนี้ขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด ชอบป่าแล้ง ดินปนทราย

……………….