ลองแล้ว สำเร็จจริง ปลูกอ้อยระบบ”KAS”ผลผลิตพุ่งกว่าเท่าตัว

  •  
  •  
  •  
  •  

โดย…ดลมนัส  กาเจ

          “ผมขอที่ทำกินจากพ่อเพียง 1 ไร่เป็นแปลงทดลองปลูกอ้อยตามหลัก KAS  พบว่ารุ่นแรกได้ผลผลิตถึง 28 ตันต่อไร่จากเดิมที่ได้เพียง 12 ตันต่อไร่เท่านั้น ทำให้ชาวบ้านหันมาสนใจบ้างวันนี้เขาปลูกอ้อยด้วยวิธีนี้ 60 ไร่”

           หลังจากที่บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กลุ่มวังขนาย และบริษัทคูโบต้ามหาสารคาม จำกัด ในพื้นที่เข้าไปส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย ปลูกอ้อยด้วย KUBOTA (Agri) Solutions เกษตรครบวงจร หรือ KAS  ด้วยนำเทคโนโลยีเครื่องจักรกลการเกษตรเข้ามาช่วยในการเพาะปลูกใน ทุกขั้นตอน พร้อมให้คำปรึกษาสนับสนุนข้อมูลอันเป็นประโยชน์ เพื่อยกระดับศักยภาพชาวไร่อ้อย เพื่อให้สามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิตรวมทั้งการบริหารปัจจัยการเพาะปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปรากฏว่าได้ผลชัดเจนคือมีกำไรไร่ละกว่า 2.4 หมื่นบาท  เกษตรกรเองก็ยืนยันว่า ประเวลาเวลา ประหยัดแรงงาน ให้ผลผลิตสูงกว่าไร่ละ 26 ตัน จากเดิมอย่างดีแค่ไร่ละ 12 ตันเท่านั้น

           สมศักดิ์ มาอุทธรณ์ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่อาวุโสบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้ส่งเสริมเกษตรกรชาวไร่อ้อย ด้วยการถ่ายทอดองค์รู้การทำเกษตรครบวงจร หรือ KAS มาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้เกษตรกรมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นในระยะยาวได้ผลผลิตที่มีคุณภาพอีกทั้งยังเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับเกษตรกรรมของประเทศ โดยร่วมมือกับภาครัฐขับเคลื่อนการทำเกษตรครบวงจรด้วยวิธี KAS และการทำเกษตรแบบปราณีตและแมนยำมาโดยตลอด  อาทิ  โครงการนาแปลงใหญ่ประชารัฐเกษตรสมัยใหม่

           ล่าสุดได้ร่วมกับภาคเอกชนคือกลุ่มวังขนายส่งเสริมให้เกษตรกรสมาชิกในพื้นที่รอบโรงงานน้ำตาลปลูกอ้อยด้วยวิธี KAS ในทุกขั้นตอนการเพาะปลูก อย่างหากพบว่าสภาพดินแข็งต้องใช้รถแทรกเตอร์ระเบิดดิน ส่งเสริมการปลูกให้มีการร่องปลูกขนาด    เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตรวมทั้งพัฒนาศักยภาพของเกษตรกรชาวไร่อ้อยของไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นที่ ต.บ่อใหม่ อ.บรบือ จ.มหาสารคาม

           นอกจากนี้ยังได้ถ่ายทอดการทำเกษตรครบวงจรให้กับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้า ผ่านโครงการ AD Solutions Provider เพื่อให้ร้านค้าผู้แทนจำหน่ายมีความรู้ความเข้าใจในการทำเกษตรด้วยวิธี KAS และการทำเกษตรแบบปราณีต เพื่อส่งมอบองค์ความรู้ดังกล่าวต่อไปยังเกษตรกรในพื้นที่ของตนเอง นอกจากนี้ยังสามารถแนะนำการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับความต้องการและสภาพพื้นที่การใช้งานของเกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          “โครงการที่ร่วมกับกลุ่มวังขนาย ทางบริษัท คูโบต้ามหาสารคาม จำกัด ได้นำพนักงานเข้าร่วมอบรมโครงการ AD Solutions Provider แล้วนำองค์ความรู้ KAS คือนำเครื่องจักรกลการเกษตรแทนแรงงาน แนะนำการปลูก จากเดิมทีเกษตรกรปลูกมีช่องว่างของร่องเพียง 60-70 ซม.ให้ขยายร่องเป็น 1.30 ม. แนะวิธีการดูแลรักษา จนเก็บเกี่ยว โดยนำร่องในปี เริ่ม 2558 -2559 ณ บ้านโคกล่ามอ.บรบือ จ.มหาสารคาม จำนวน 8 ไร่ ผลการดำเนินงานเป็นรูปธรรม ได้ผลผลิตจำนวน 26.64ตัน/ไร่ ใช้ต้นทุนประมาณ 8,400 บาท/ไร่ และได้กำไรอยู่ที่ 24,000บาท/ไร่  อันนี้ไม่รวมค่าตัดอ้อยและค่าขนส่ง เนื่องจากขายเป็นอ้อยพันธุ์”นายสมศักดิ์ กล่าว

          สำหรับ การปลูกอ้อยด้วยวิธี KAS สมศักดิ์ บอกว่า เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสนับสนุนให้เกษตรกรชาวไร่อ้อยได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีรายได้ที่มั่นคงอีกทั้งยังส่งผลให้กลุ่มวังขนายได้วัตถุดิบป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมการผลิตน้ำตาลที่มีคุณภาพสามารถนำไปผลิตเป็นน้ำตาลออร์แกนิคได้มาตรฐานอีกด้วย

          “สยามคูโบต้ายังคงเดินหน้าถ่ายทอดการทำการเกษตรครบวงจรให้กับเกษตรกรในหลายพื้นที่เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำการเกษตรให้มีการลดต้นทุนเพิ่มผลผลิต และเพิ่มรายได้อย่างยั่งยืนตลอดจนการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดีขึ้นอีกทั้งยังร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในการวิจัยการทำเกษตรด้วยวิธี KAS กับพืชอีกหลากหลายชนิดและมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดองค์ความรู้ KASให้กับร้านค้าผู้แทนจำหน่ายครอบคลุมทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับเกษตรกรต่อไป” เขา กล่าว

          ด้าน ธัญญรัตน์ ณ วังขนา ผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กลุ่มวังขนาย  บอกว่า การที่กลุ่มวังขนาย ร่วมกับสยามคูโบต้า ส่งเสริมเกษจตรกผู้การปลูกอ้อยในเครือข่ายของกลุ่มวังขนาย ด้วยวิธี KAS ส่วนหนึ่งเข้าไปส่งเสริมเกษตรในแปลงอ้อยอินทรีนย์ ที่กลุ่มวังขนายดำเนินมาตั้งแต่ปี 2547 ซึ่งเดิมทีเกษตรกรมักปลูกอ้อยโดยใช้แรงงานคนในครอบครัวเป็นหลัก แต่หลังจากที่ร่วมมือกับสยามคูโบต้า ส่งเสริมเกษจตรกผู้การปลูกอ้อยในเครือข่ายของกลุ่มวังขนาย ด้วยวิธี KAS จะให้ความรู้ในทุกขั้นตอนตั้งแต่การตรวจดิน เลือกสายพันธุ์ การกำจัดวัชพืชด้วยเครื่องจักร์กลการเกษตร การให้น้ำ ปุ๋ย อย่างถูกวิธี และนำเทคโนโลยีมาให้พบว่า สามารถประหยัดเวลา ต้นทุนลดลง ผลผลิตเพิ่มขึ้น มีกำไรมากขึ้น อย่างชัดเจน

          ขณะที่ กริชอารักษ์  รักษาผล เกษตรกรหัวก้าวหน้าแห่งหมู่ที่ 7 ต.บ่อใหม่ อ.บรบือ  เล่าว่า หลังจากกลับจากแสวงโชคในเมืองกรุงกลับถิ่นเดิม เพื่อมุ่งหวังที่จะทำการเกษตรในรูปแบบใหม่ ตั้งใจจะร่วมโครงการบริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ กลุ่มวังขนาย และบริษัทคูโบต้ามหาสารคาม จำกัด แต่คุณพ่อปฏิเสธให้เหตุผลว่า ชีวิตอยู่กับอ้อยมาตลอด เข้าใจอ้อยดี การจะให้ปลูกอ้อยแบบระยะห่างให้ร่องกว้าง 1.30 เมตรเปลืองเนื้อที่ และไม่มีเหตุผลใดที่จะให้ผลผลิตได้มากกว่า เพราะปริมาณของอ้อยน้อยกว่าแบบเดิมที่มีร่องขนาด 60-70 ซม.

           “ในที่สุดผมขอที่ทำกินจากพ่อเพียง 1 ไร่เป็นแปลงทดลองปลูกอ้อยตามหลัก KAS  พบว่ารุ่นแรกได้ผลผลิตถึง 28 ตันต่อไร่จากเดิมที่ได้เพียง 12 ตันต่อไร่เท่านั้น ทำให้ชาวบ้านหันมาสนใจบ้างวันนี้เขาปลูกอ้อยด้วยวิธีนี้ 60 ไร่”กริชอารักษ์ กล่าว

       ก็เป็นการพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การทำเกษตรนั้นจำเป็นอย่างที่จะต้องนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อความรวดเร็ว ประหยัดแรรงงาน อย่างที่ ต.บ่อใหญ่ อ.บรบือ ตอบโจทย์ได้ว่า ทำให้ลดต้นทุนลง เพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้อย่างชัดเจน

 

 

เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ